ข่าว
100 year

รัฐบาลเล่นยาแรงสู้โควิด เคอร์ฟิวทั่วประเทศ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 เม.ย. 2563 05:30 น.
SHARE

ตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มถึงตี 4 กร้าวหาก 7 วันไม่ได้ผล เอาแน่ ‘เคอร์ฟิว’ 24 ชม. ป่วยทั่วโลกเฉียดล้าน

นายกรัฐมนตรีใช้ยาแรงอีกเข็ม ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศห้ามประชาชนออกจากเคหสถานเวลา 22.00-04.00 น. มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. หวังสู้ไวรัสโควิด-19 ลดผู้ติดเชื้อลดการแพร่ระบาด ขอประชาชนอย่าเดินทางหรือรวมตัวกัน ขู่อย่ากักตุนสินค้า ห้ามฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ ขณะที่คนไทยกำลังทุกข์ยาก หาก 7 วันยังไม่เห็นผล อาจเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง เผยเบื้องหลังต้องประกาศเคอร์ฟิว เพราะสถานบริการยังแอบเปิด คนยังปาร์ตี้สังสรรค์กันไม่หยุด รวมทั้งวัยรุ่นเชียงใหม่เย้ยมาตรการป้องกันโควิด-19 ไม่สนคำเตือนให้ใส่หน้ากากอนามัยและยังก่อกวนบุคลากรทางการแพทย์ ศบค.เข้มการเดินทางเข้าไทยถึง 15 เม.ย. ยอมรับมาตรการกักตัวก่อนเข้าไทยหละหลวม ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 104 ราย เสียชีวิตรวม 15 ราย เลขานายกฯ-เลขา ศบค.ทยอยกักตัว รวมทั้งคนที่ใกล้ชิดสัมผัสชายที่ตายคารถไฟ ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลกใกล้แตะหลัก 1 ล้านคนแล้ว ตายใกล้ 5 หมื่นคน องค์การอนามัยโลกและผู้นำสหรัฐฯ ชี้โควิด-19 เลวร้ายสุดๆ คนอเมริกันติดเชื้อทะลุ 2 แสนราย ตายกว่า 5 พันคน พร้อมทบทวนการใช้หน้ากากอนามัย ยุโรปก็วิกฤติ ฟิลิปปินส์โหดยิงคนฝ่าฝืนมาตรการล็อกดาวน์

ในที่สุด รัฐบาลก็ใช้ “ยาแรง” อีกเข็ม ด้วยการประกาศ “เคอร์ฟิว” ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป ด้วยหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนอยู่บ้านมากขึ้น เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังพบว่ายอดผู้ติดเชื้อไวรัสอันตราย ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นแตะหลักร้อยในแต่ละวัน เนื่องจากการเคลื่อนไหวหรือการเดินทางของผู้คนยังไม่ลดลง อีกทั้งประชาชนส่วนหนึ่งยังทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่เชื่อฟังคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อร้ายแรง จึงทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำได้ไม่ตามเป้าหมาย แต่หากคนไทยทุกคนร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามกฎ ก็จะทำให้ผ่านวิกฤติโควิดไปได้อย่างรวดเร็ว

ออกทีวีร่ายผลปฏิบัติการสู้โควิด

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 เม.ย. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า ในฐานะนายกฯ ผอ.ศบค.ขอรายงานความคืบหน้าแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุขสำคัญที่สุด โดยเน้นมาตรการ เว้นระยะห่างทางสังคมและรณรงค์ให้ทุกคน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของหมอ บุคลากรทางการแพทย์ ต้องได้รับการสนับสนุนหน้ากากอนามัย เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างทันกาลและเร่งด่วน ทั่วถึงโรงพยาบาลทุกพื้นที่ ตนถือเรื่องนี้สำคัญมาก ต้องมีระบบกระจายที่มีประสิทธิภาพ ขาดแคลนไม่ได้ ตนจะติดตามด้วยตัวเอง เพื่อให้ทีมหมอและพยาบาลที่เปรียบเสมือนนักรบที่อยู่แนวหน้าคอยต่อสู้และสกัดกั้นข้าศึกที่มองไม่เห็น ด้วยความเสียสละและอดทน ตนในฐานะแม่ทัพจะไม่ยอมให้กำลังหลักของเรา ต้องต่อสู้ภายใต้ความขาดแคลนไม่ได้เด็ดขาด

มั่นใจมียา–เตียงเพียงพอรักษา

นายกฯกล่าวว่า ยืนยันเรามียาที่จำเป็นในการรักษาอย่างเพียงพอ มีแผนการจัดหาเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจลุกลามได้ เตียงสำหรับผู้ป่วยสามารถเพิ่มศักยภาพจากโรงพยาบาลทุกสังกัด หอพัก โรงแรม ให้พร้อมรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มขึ้น ขอเชื่อมั่นว่าผู้ป่วยติดเชื้อโควิดทุกคน จะมีเตียงและยาดูแลรักษาอาการป่วยตามมาตรฐานสากล ผู้ป่วยด้วยโรคนี้รัฐบาลถือว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ดังนั้นจะมี 3 กองทุน กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนรักษาพยาบาลประกันสังคมและกองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการข้าราชการ มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้

ยึดหลักสุขภาพอย่าเดินทาง–รวมตัว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ด้านป้องกันและช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการรักษาความมั่นคง เรายึดหลักสุขภาพนำเสรีภาพ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือจำกัดการเดินทาง-การเคลื่อนย้ายคน และจำกัดการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาดต่างๆ โดยแต่ละพื้นที่ จะออกมาตรการที่เข้มงวด สอดคล้องตามสถานการณ์ และคำแนะนำทางการแพทย์ ปัจจุบันบางจังหวัดได้ยกระดับมาตรการทางการปกครอง เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดร้านค้า และเวลาออกจากบ้าน (เคอร์ฟิว) เพิ่มเติมแล้ว เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดให้ได้ ได้แก่ จังหวัดชายแดนภาคใต้และภูเก็ต เป็นต้น ต้องเอาจริงเอาจัง เราอาจจะรู้สึกไม่สะดวกสบายเหมือนปกติบ้าง แต่เราทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดต้องมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ห้ามออกบ้านหลัง 4 ทุ่ม–ตี 4 ทั่ว ปท.

นายกฯกล่าวว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาด และลดการสัญจรของพี่น้องประชาชน จึงขอประกาศข้อกำหนด ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ทั่วราชอาณาจักร เว้นผู้ที่มีเหตุจำเป็น หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าที่จำเป็นเพื่ออุปโภคบริโภค ยาเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เชื้อเพลิง รวมถึงการเดินทางของประชาชนเพื่อเข้า-ออกเวรทำงาน หรือการเดินทางมาจากหรือไปท่าอากาศยาน โดยให้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ เริ่มในวันที่ 3 เม.ย. ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก ไม่ต้องกักตุนสินค้าอาหาร เพราะยังสามารถออกมาซื้อหาข้าวของในช่วงกลางวันได้ตามปกติ แต่ต้องเคร่งครัดระยะห่างทางสังคม

ขู่ยามนี้ไม่ปล่อยกักตุนสินค้า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ด้านการควบคุมสินค้าได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสินค้า ขอย้ำจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดกักตุนหรือฉวยโอกาส หรือแสวงหาผลประโยชน์ ซ้ำเติมความทุกข์ยากของคนไทยด้วยกัน ในยามนี้ที่ผ่านมาหลังจากที่รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนหาต้นตอของปัญหา ตลอดสายการผลิต ตั้งแต่ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง ได้จับกุมและเอาผิดผู้กระทำผิดไปแล้วหลายราย จะต้องรับโทษอย่างรุนแรง ทั้งนี้ การกักตุนสินค้ามีอัตราโทษสูงจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ “สายด่วน บก.ปคบ. 1135”

แจงยิบมาตรการเยียวยา ปชช.

นายกฯกล่าวว่า ด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ออกมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ อาทิ เงินช่วยเหลือ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับลูกจ้างรายวัน-อาชีพอิสระ-แรงงานนอกระบบ 9 ล้านคน การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าและการใช้น้ำ รวมทั้งลดค่าน้ำ-ค่าไฟ 3 เดือนทุกครัวเรือน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่ง ยังมีการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเงินผ่อนบ้าน-ผ่อนรถ ขยายเวลาชำระตั๋วจำนำ ลดอัตราขั้นต่ำจ่ายหนี้บัตรเครดิตสำหรับประชาชนทั่วไป รวมทั้งแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมด้วย ลดการจ่ายเงินสมทบเหลือ 1% ขยายเวลาให้ 3 เดือน ส่วนผู้ประกอบการและ SME รัฐบาลจะช่วยคืนสภาพคล่อง-ลดภาระค่าใช้จ่าย-บริหารหนี้เดิมไม่ให้เป็น NPL ด้วยมาตรการด้านภาษีและการเงิน และอีกหลายมาตรการ

ยันไม่ทอดทิ้งคนไทยในต่างแดน

นายกฯกล่าวอีกว่า ด้านการต่างประเทศ ศบค.ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ โดยยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวดไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เติมเข้ามาอีก ขอยืนยันชาวต่างประเทศไม่ได้เดินทางเข้ามาแล้ว ตั้งแต่ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไป เว้นแต่เป็นผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนด เช่น คณะทูต หรือผู้ที่มีใบอนุญาตทำงานในไทยหรือลูกเรือที่มากับเที่ยวบินนั้นๆสำหรับคนไทยในต่างแดน เราไม่ทอดทิ้งลูกหลานญาติพี่น้องของเรา ได้หาทางแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะอยู่ ณที่ใดในโลก จะได้รับการดูแลหากต้องการกลับเมืองไทย ต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง การกักตัว การเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น

เตือนสื่อปล่อยเฟกนิวส์โทษหนัก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกประการ คือ ด้านการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ผู้ปฏิบัติงานมีความชัดเจน ไม่สับสน หรือสร้างความขัดแย้ง ศบค.จัดให้มีระบบการสื่อสารที่เป็นเอกภาพ ไปในทิศทางเดียวกัน โดยแถลงข่าวถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ในทุกช่องทางเป็นประจำทุกวัน โดยโฆษกศูนย์และผู้รับผิดชอบโดยตรงเท่านั้น งดเว้นและหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่ไม่ได้รับมอบหมาย หรือเกี่ยวข้องกับมาตรการต่างๆของศูนย์ ขอให้สื่อมวลชนทุกสำนัก รวมถึงสื่อโซเชียล ใช้ความระมัดระวังในการสื่อสาร โดยขอให้ใช้ข้อมูลจากศูนย์นี้เท่านั้น ห้ามการสื่อสารที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความเข้าใจผิดหรือบิดเบือนข้อมูล รวมถึงผู้ที่สร้างข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์และการส่งต่อข่าวปลอม ทั้งที่ไม่เจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่มีผลต่อความมั่นคง จะมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างหนัก ดังนั้นต้องงดการส่งต่อข้อมูลที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่มั่นใจ ควรส่งต่อข้อมูลที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ อาทิ การปฏิบัติตนตามนโยบายของภาครัฐ กิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น

ตั้งเป้าขจัดเชื้อร้ายเป็นศูนย์เร็วที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ความประทับใจท่ามกลางวิกฤตินี้ ตนและรัฐบาลได้ระดมผู้มีความสามารถ คนเก่ง จิตอาสาวงการต่างๆทั้งด้านสาธารณสุข เทคโนโลยี การสื่อสาร ภาคธุรกิจอื่นๆ มาร่วมหารือกันแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน ขอขอบคุณจิตอาสาทุกท่าน ที่ไม่นิ่งดูดาย รวมพลังความรัก ความสามัคคี ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งร่วมบริจาคเงิน สิ่งของ อาหาร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หลายคนเริ่มจากสิ่งง่ายๆ เขียนข้อความ ทำคลิป ทำป้ายให้กำลังใจกันและกัน น้ำใจไทยเช่นนี้จะช่วยให้ประเทศ ไทยเรารอดพ้นจากวิกฤติไปได้ ผลการดำเนินการตามมาตรการต่างๆข้างต้นอย่างเคร่งครัดทำให้สถานการณ์ขณะนี้อยู่ในระดับที่ยังควบคุมได้ เป้าหมายร่วมกันของเรา คือขจัดโรคภัยและเชื้อร้ายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ให้มีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ตัวเลขลดลงจนเป็นศูนย์ให้ได้

แนวหน้าเข้มแข็ง–แนวหลังเข้มงวด

นายกฯกล่าวด้วยว่า ขอย้ำให้ประชาชนทุกคนร่วมมือปฏิบัติตนตามมาตรการแยกตัวอยู่บ้าน เพื่อลดภาระทีมแพทย์และพยาบาลที่เสียสละต่อสู้กันมา หากแนวหน้าเข้มแข็งและแนวหลังเข้มงวด ประเทศไทยก็จะชนะศึกครั้งนี้ได้อย่างแน่นอนขอแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ที่อดทน เสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยความเสี่ยงภัยและความยากลำบาก ขอให้รับรู้ว่าทุกท่านเป็นบุคคลสำคัญในใจตนและคนไทยทุกคน ขอให้มั่นใจว่าตนจะทำทุกทางนำพาประเทศก้าวข้ามเวลาแห่งความยากลำบากไปให้ได้อย่างมีสวัสดิภาพอย่างพร้อมเพรียงกันขอให้พวกเราสู้ไปด้วยกัน ประเทศไทยต้องชนะ

ออกข้อกำหนดเคอร์ฟิวทั่ว ปท.

จากนั้นผู้ประกาศได้อ่านประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 2 ตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 2 มีเนื้อหาสรุปว่า 1.ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถานเวลา 22.00-04.00 น. เว้นแต่มีความจำเป็นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้า อุปโภคบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อนำเข้าหรือส่งออก การขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ การเข้า-ออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ หรือเดินทางไปยังท่าอากาศยาน โดยมีเอกสารรับรองความจำเป็นและมีมาตรการป้องกันโรค หรือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จัดพื้นที่กักคนออกจากไทยไม่ได้ 14 วัน

2.ในกรณีที่มีการประกาศหรือสั่ง ห้าม เตือน หรือแนะนำ ในลักษณะเดียวกับข้อ 1 สำหรับจังหวัด พื้นที่ หรือสถานที่ใด โดยกำหนดเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่เข้มงวดเคร่งครัดกว่ากำหนดนี้ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นด้วย 3.ในกรณีไม่อาจเคลื่อนย้ายบุคคลใดซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อออกไปนอกราชอาณาจักรได้ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร จัดที่เอกเทศเพื่อควบคุมหรือกักกันบุคคลดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

7 วันไม่เห็นผลเคอร์ฟิว 24 ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สาเหตุหลักที่นายกฯตัดสินใจประกาศเคอร์ฟิวช่วงเวลา 22.00-04.00 น. เนื่องจากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีรายงานพบบางพื้นที่ยังมีแอบจัดปาร์ตี้พบปะสังสรรค์ สถานบันเทิงบางแห่งยังแอบเปิดให้บริการอยู่ รวมถึงกรณีวัยรุ่นที่ จ.เชียงใหม่ ที่ไม่สนคำเตือนของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันโควิด-19 และมีการก่อกวนถึงโรงพยาบาลนครพิงค์ ตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ จะมีการประเมินผล 7 วัน หากยังไม่เกิดผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ อาจยกระดับขั้นสูงสุดเป็นเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงต่อไป

“บิ๊กตู่” ถก ศบค.ก่อน ครม.นัดพิเศษ

สำหรับความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนหน้ามีการประกาศเคอร์ฟิว เมื่อเวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จนเวลา 09.30 น.นายกฯเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ที่ตึกสันติไมตรี พร้อมเชื่อมสัญญาณวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ประเมินสถานการณ์และมาตรการต่างๆ ที่ออกไปแล้ว โดยย้ำให้บูรณาการทำงานร่วมกัน

ทำเนียบเหงาฯขรก.เวิร์กแอทโฮม

ทั้งนี้ การประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วันที่ 3 เม.ย.ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโทรทัศน์วงจรปิดทั่วประเทศ (ซีซีทีวี) เวลา 10.00 น.ที่ตึกบัญชาการ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงา หลังมีนโยบายให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ปฏิบัติ งานอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งรถสาธารณะมาทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

เลขาฯนายกฯ–เลขาฯ ศบค.ทยอยกักตัว

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาปฏิบัติหน้าที่ ศบค.ที่ทำเนียบรัฐบาล ติดเชื้อโควิด-19 และได้กักตัวกลุ่มเสี่ยงเพื่อเฝ้าดูอาการ ล่าสุด พบว่าได้มีการกักตัวคนใกล้ชิดนายกฯ เฝ้าดูอาการ คือ นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาฯนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ศบค. ซึ่งร่วมประชุมและทำงานที่ ศบค.อย่างต่อเนื่อง โดยนายประทีปไปตรวจ แล้วถึง 2 ครั้งไม่พบเชื้อ แต่ยังถือเป็นกลุ่มเสี่ยง จึงกักตัวเองที่บ้านเพื่อดูอาการ ทำงานผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้กักตัวทำงานที่บ้านดูอาการเช่นกันที่ตรวจ 2 ครั้งไม่พบติดเชื้อ แต่วัดไข้รายงานให้นายกฯทราบทุกวัน อย่างไรก็ตาม ยังมีเจ้าหน้าที่ ศบค.กักตัวดูอาการด้วยอีก 5 คน โดยกรมควบคุมโรคติดต่อยังตรวจสอบว่ามีใครเสี่ยงอีก

เช็กร่างกาย “บิ๊กตู่” ยังแข็งแรงดี

สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์ประจำตัวได้ตรวจร่างกายนายกฯเป็นประจำ ขณะที่นายกฯได้ตรวจวัดอุณหภูมิเป็นประจำทุกวันเช่นกัน โดยคนใกล้ชิดนายกฯเปิดเผยว่า นายกฯมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยพยายามไม่ให้นายกฯสัมผัสกับบุคคลภายนอกโดยเฉพาะการร่วมประชุมในวงต่างๆเพื่อป้องกันติดเชื้อโควิด-19

ขอทุกหน่วยทำงานอย่าขัดแย้งกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในที่ประชุมศบค.ว่า ขอทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือ ไม่ขัดแย้งกัน และเสนอ ครม.ทุกมาตรการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการรองรับทางเศรษฐกิจที่ต้องรอบด้าน ครบถ้วน เช่น ตราสารหุ้น การบรรเทาหนี้ ระบบภาษี ลดภาษี เมื่อสถานการณ์ยุติต้องมีมาตรการฟื้นฟู ด้านการลงทุนต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนงบประมาณต้องถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีขั้นตอน ละเอียดและต้องใช้ เวลา ส่วนสินค้าทางการแพทย์ เตียง หน้ากาก N95 ชุด PPE ให้จัดหาให้เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่การนำเข้าสินค้าทางการแพทย์แก้ไขเรื่องภาษีนำเข้าให้แล้ว ส่วนการซื้อสินค้าผ่านระบบจีทูจี เช่นกับประเทศจีน มีขั้นตอนที่จีนต้องรับรองบริษัทจึงจะผ่านระบบได้ ขอทำความเข้าใจกับสังคมด้วย รวมถึงเรื่อง ที่มีระเบียบขั้นตอนปลีกย่อยที่เกิดผลกระทบต่อ ส่วนรวม เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนทางโซเชียลมีเดีย

แจ้งยกระดับใช้ยาแรงเคอร์ฟิวทั้ง ปท.

นายกฯกล่าวว่า ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล ยังรวมกลุ่ม นั่งดื่ม ขอให้หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายพิจารณาลงโทษอย่างจริงจัง และให้กระทรวงมหาดไทยควบคุมด่านไม่ให้เกิดความแออัด ซึ่งขณะนี้ด่านทางบกปิดหมดแล้ว แต่ยังมีคนมารอเข้า-ออก ให้ควบคุมพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด สร้างความเข้าใจประชาชนผ่านหอกระจายข่าว ช่วงท้ายการประชุม นายกฯได้แจ้งที่ประชุมว่า จะยกระดับมาตรการในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติมโดยกำหนดเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป

ไทยผลิตชุดตรวจเชื้อโควิดได้เอง

ช่วงเที่ยง ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่าวันที่ 2 เม.ย. มีการประชุม ศบค.มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก ฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน มีข่าวดีสำหรับประเทศไทยคือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้แทนบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ได้มอบชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้รัฐบาลจำนวน 2 หมื่นชุดแรก และจะทยอยส่งมอบให้รัฐบาลจนครบ 1 แสนชุด ภายในเดือน เม.ย. โดยจะกระจายให้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเมื่อก่อนเราต้องสั่งซื้อชุดละ 4,500 บาท แต่ตอนนี้เราผลิตได้เอง ทำให้เหลือราคาชุดละ 1,500 บาท เป็นการประหยัดงบประมาณได้มาก

ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 104 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 934,668 ราย เสียชีวิต 47,181 ราย สำหรับไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 104 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อ 1,875 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว 505 ราย ป่วยอาการหนัก 23 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 15 ราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ รายแรกคือ ผู้ป่วยชาย 57 ปี มีประวัติเดินทางมาจากปากีสถานในวันที่ 29 มี.ค. เดินทางด้วยรถไฟจะไปสุโหงโก-ลกในวันที่ 30 มี.ค. และเสียชีวิตบนรถไฟที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 31 มี.ค. ตรวจสอบแล้วมีโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยรายที่สอง ชายไทยอายุ 77 ปี มีโรคถุงลมโป่งพอง เบาหวาน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน เมื่อวันที่ 18 มี.ค. มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ รักษาตัวในรพ.ปัตตานี กระทั่งอาการแย่ลงและเสียชีวิตในวันที่ 31 มี.ค. รายที่สาม เป็นชายไทยอายุ 55 ปี อาชีพขับรถสาธารณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่าขับรถไป จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. กลับ กทม. วันที่ 16 มี.ค. วันที่ 18 มี.ค. มีอาการไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย เข้ารักษาตัวที่คลินิกวันที่ 20 มี.ค. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม.วันที่ 29 มี.ค. เสียชีวิตในวันที่ 1 เม.ย.

เข้มชะลอการเข้าไทยถึง 15 เม.ย.

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 104 รายนั้น พบว่า กลุ่มแรกมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน เกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วย 60 ราย กลุ่มสองจำนวน 36 ราย ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ แต่เป็นกลุ่มที่มีประวัติเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สัมผัสการเดินทางกลับจากต่างประเทศ อยู่ในพื้นที่แออัดและเป็นบุคลากรทางแพทย์ ในกลุ่มที่สองนี้นายกฯ ให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อมโยงกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ ที่ประชุม ศบค.จึงมีมติให้ชะลอการเดินทางของคนไทยและคนต่างชาติที่จะเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.ถึงวันที่ 15 เม.ย. ยกเว้นกลุ่มคนที่ขออนุญาตไว้ก่อนแล้ว เพราะเสี่ยงที่จะทำให้คนในชาติติดเชื้อ โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะทำข้อมูลเพื่อไปแจ้งต่อประชาชน

ให้เลื่อนการเดินทางของเด็ก AFS

โฆษก ศบค.กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางกลับ ให้ติดต่อสถานทูตนั้นๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเข้มงวดที่สุด ด้านนักเรียนไทยในมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส) ปลัดกระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า ยังสามารถติดตามได้ทุกคน หากมีอะไรให้ผู้ปกครองติดต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือหากสงสัยว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ให้ติดต่อสถานกงสุลในแต่ละเมือง เราขอให้เลื่อนการเดินทางออกไปช้าหน่อย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ค่อยเดินทางมา ขอให้ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง อยู่กับที่ปลอดภัยที่สุด เพราะการเดินทางมีความเสี่ยง ถ้าท่านไม่ได้มีความเร่งรีบ ขอให้ชะลอการเดินทางไว้ก่อน ทำอย่างที่ผู้นำบอก เราจะได้ผ่านพ้นไปด้วยกัน

รับการกักตัวก่อนเข้าไทยหละหลวม

เมื่อถามว่าจะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร หลังมีผู้เสียชีวิตที่มาจากปากีสถาน ผ่านมาตรการคัดกรองที่สนามบินมา นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การเดินทางต้องขออนุญาตตามขั้นตอน คือ กักตัวที่ประเทศต้นทาง 14 วัน มีใบรับรองแพทย์ ก่อนขึ้นเครื่องต้องตรวจอุณหภูมิ หลังลงเครื่องก็ต้องคัดกรองที่สนามบินอีก เราทำมาตลอด แต่มีข้อหละหลวมมากมาย เช่น การกักตัวที่ประเทศต้นทางก็ยากจะดูแล ระหว่างทางมีการกินยาลดไข้ จึงเป็นที่มาของมาตรการชะลอหรือหยุดการเข้ามาประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ จะทำมาตรการให้เข้มข้นขึ้นมาอีก เพื่อลดการเจ็บป่วยและการสูญเสีย ขณะที่นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต.กล่าวเสริมว่า การชะลอการเดินทางเข้าประเทศเป็นการจับมือร่วมกันเพื่อชะลอการแพร่ระบาดจากคนที่เดินทางเข้ามา ส่วนเรื่องนักเรียนเอเอฟเอส กต.จะประสานกับเอเอฟเอสให้มีการเดินทางอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ขอนายจ้างปรับวิธีทำงานลดเดินทาง

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อใน กทม. และนนทบุรี มีแนวโน้มลดลง ส่วนต่างจังหวัดมีตัวเลขเพิ่มขึ้น อัตราการเพิ่มขึ้นนี้ต้องหาสาเหตุต่อไป นายกฯมีความห่วงใยว่า เมื่อไรตัวเลขผู้ติดเชื้อจะคงที่ หรือลดลงกว่าเดิม แม้ใน กทม.และนนทบุรีจะดีกว่าเมื่อก่อน แต่ยังดีไม่พอ ยังเป็นระดับร้อยอยู่ พร้อมกันนี้กรมควบคุมโรคได้สำรวจประชาชน 77 จังหวัด จำนวน 1.4 แสนคน ผ่านระบบออนไลน์ เรื่องมาตรการป้องกันตัวเอง พบว่า ใส่หน้ากากอนามัย 94.03% ล้างมือบ่อย 90.47% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราต้องการ แต่ข้อที่น่ากังวลคือ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร มีเพียง 64.81% เท่านั้น เราเป็นห่วงและอยากให้ช่วยตรงนี้ให้มากขึ้น

เผยคนยังเดินทางไม่หยุด

นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวด้วยว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูล มาตรการ แก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ระบุว่า จากการสำรวจการเดินทางของประชาชนในวันธรรมดาลดลงจากปกติ 20-30% ซึ่งยังไม่น่าพอใจ จึงขอความร่วมมือนายจ้าง ผู้ประกอบการ พิจารณาปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างลดการเดินทาง หรือลดความแออัด เพิ่มระยะห่าง ถ้ายังเปิดโรงงานและสถานประกอบการอยู่แน่นอนว่าจะมีความเสี่ยงที่ท่านต้องจัดการ

ส่งหน่วยงานมั่นคงประกบ อสม.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นายกฯได้กำชับฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมมือกัน ดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งบางพื้นที่ยังมีการเล่นการพนัน จึงต้องจับให้ได้ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง คนทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ และกรณี อสม.ไปขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามข้อบังคับอาจได้ความร่วมมือระดับหนึ่ง ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ไปร่วมกับ อสม.ด้วย จะได้ความร่วมมือมากขึ้น เพื่อไปเตือนคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และให้เกิดการบังคับใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่ออย่างเข้มข้น

วางงบฯซื้อหน้ากาก N95 วันละ 6 หมื่นชิ้น

เมื่อถามว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ รัฐมีการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างไรบ้าง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มีการพูดกันในที่ประชุมนานพอสมควร นายกฯสั่งการให้มีการคาดการณ์ปริมาณไว้เลยว่าจะต้องใช้เท่าไร ให้สมมติตัวเลขขึ้นมา จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยนายกฯได้ตั้งงบประมาณในการจัดหาหน้ากาก N95 จำนวน 6 หมื่นชิ้นต่อวัน แต่ขณะนี้หน้ากากดังกล่าวเป็นที่ต้องการของทั่วโลก การสั่งซื้อจากบริษัท 3M ก็ส่งมาให้เราไม่เพียงพอตามที่ตกลงกันไว้ จีนที่เราสั่งซื้อไป 2 ล้านชิ้นก็ผลิตไม่ทัน แต่ส่งมาบ้างบางส่วน ดังนั้น ที่เราตั้งงบประมาณไว้ 6 หมื่นชิ้นต่อวันจะทำให้ดีที่สุด จากเดิมที่จะใช้ครั้งเดียวนั้น ตอนนี้กำลังคิดวิธีนำมาใช้ซ้ำให้ได้ 3 ครั้งด้วยวิธีทำความสะอาด อยู่ระหว่างการพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญ สำหรับยาที่ต้องใช้รักษาสต๊อกไว้ 5 หมื่นเม็ด สั่งญี่ปุ่น 4 หมื่นเม็ด วันที่ 12 เม.ย.รับจากจีนอีก 1 แสนเม็ด

ชี้ใบรับรองแพทย์ไม่ได้การันตี

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า ในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 104 รายของวันที่ 2 เม.ย. อยากให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยพบว่ามีกว่า 41 คน ที่เกิดจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นผู้ที่ถูกติดตามตั้งแต่แรก และให้ความร่วมมือกับบุคลากรสาธารณสุขอย่างดี ส่วนคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทุกประเทศ ตามมาตรการของเราคือ ขอให้กักตัวที่ประเทศต้นทางก่อน 14 วัน ก่อนขึ้นเครื่องต้องตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ หากมีการเจ็บป่วย ให้รักษาให้หายก่อนจึงจะเดินทางได้ เป็นการคัดกรองได้เบื้องต้น แต่ใบรับรองแพทย์นี้ ไม่ได้การันตีได้ 100% ว่าจะไม่ติดเชื้อ แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ต้องกักตัวอีก 14 วัน สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนตกค้างอยู่และตรวจพบโควิด แสดงให้เห็นว่าคนที่ ทำงานเกี่ยวข้องกับคนต่างชาติ ยังต้องระมัดระวังตัวเองอย่างเข้มข้น

ผบ.เรือนจำไม่ได้ติดจากผู้ต้องขัง

นพ.โสภณกล่าวว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตวันนี้ เป็นผู้ป่วยที่มีอาการป่วยเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงสังเกตได้ว่าไม่ใช่โรคที่ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน รายที่เรารักษาหายก็มีส่วนหนึ่ง เป็นผู้ป่วยหนักมาก่อน แต่รักษาได้ สำหรับผลการสอบสวนโรค กรณี ผบ.เรือนจำจังหวัดนครนายกป่วยโควิด-19 ยืนยันว่าไม่ได้ติดมาจากห้องขังแน่นอน เพราะไม่ได้เป็นแพทย์ที่รักษาใน รพ.ราชทัณฑ์ ขณะนี้ติดตามผู้สัมผัสได้หมดแล้วประมาณ 40 คน อาการของผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้รุนแรง สิ่งที่อยากบอกคือกรณีมีวัยรุ่น รวมตัวฝืนมาตรการควบคุมโรคเรื่องนี้เป็นเรื่องของวินัย คิดแค่ว่าคนอายุน้อยจะอาการไม่รุนแรง สะท้อนว่าเขายังคิดถึงคนอื่นน้อยไปจริงๆ หากติดคนสูงอายุในครอบครัว จะทำให้มีอาการรุนแรง จึงอยากขอความร่วมมืออย่างจริงจัง

คนที่ตายบนรถไฟเพราะโรคประจำตัว

ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับชายไทยที่กลับจากปากีสถานและเสียชีวิตบนรถไฟ จากการตรวจพบว่าผู้ป่วยมีเชื้อโควิด-19 ปริมาณมาก แต่เมื่อดูจากคลิปวิดีโอแล้ว มีทำกิจกรรมต่างๆได้ มีการไอ และอาเจียน เหนื่อยนิดหน่อย เป็นตัวบอกว่า ไม่น่าจะเกิดจากโรคที่เกี่ยวกับปอด เพราะถ้าโรคเกี่ยวกับปอดจะเหนื่อย หอบมาก ไม่สามารถเดินไปไหนได้ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือหัวใจและเบาหวานชนิดที่ต้องฉีดอินซูลิน กรณีหากควบคุมไม่ดีจะทำให้อาการสวิง ดังนั้นการที่คนไข้เสียชีวิตเฉียบพลัน จึงน่าจะมาจากโรคประจำตัวมากกว่า

แจงชุดกันฝนไม่ถูกมาตรฐาน

นพ.ทวีกล่าวต่อว่า กรณีมีการตั้งคำถามว่ามีบุคลากรบางส่วน ต้องใช้ชุดกันฝนมาปฏิบัติหน้าที่ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความปลอดภัยหรือไม่นั้น จริงแล้วเมื่อครั้งที่มีการระบาดของไข้หวัดนก บุคลากรสาธารณสุขก็เอาชุดกันฝนมาใช้ ก็ป้องกันได้เช่นกัน เนื่องจากกันน้ำได้ ต้องยอมรับว่าแม้ไม่ใช่ชุดมาตรฐาน แต่กันได้ ทั้งนี้ ในการปฏิบัติงาน สิ่งสำคัญคือหน้ากาก N95 มากกว่า แม้แต่ชุด PPE หน้ากาก N95 รวมถึงกระจังหน้า ยังเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญ ยอมรับว่าขณะนี้ชุด PPE หน้ากาก N95 ทั่วโลกรวมถึงไทยมีความต้องการสูง ของที่มีจะไม่เพียงพอ ขณะนี้จึงมีการศึกษานำหน้ากาก N95 กลับมาใช้ซ้ำ ภายในสัปดาห์หน้าจะมีข้อสรุปเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือมีห้องอาบน้ำชำระร่างกายก่อนกลับบ้าน

ส.ว.ชี้ไม่เข้มขึ้น มิ.ย.ติดเชื้อ 9 แสน

ขณะที่ นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยวันที่ 1 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อ 1,771 คน เพิ่มขึ้น 120 คน เท่ากับ7.27% เสียชีวิต 12 คน เท่ากับ 0.68% ถ้าย้อนหลังไป 7 วัน มีผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 9.58% นั่นคือ มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9.58% หรือจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2 เท่าในเวลา 10 วัน ยังไม่สามารถสบายใจได้ ยังคงต้องทำงานต่อไป แปลว่าจะมีผู้ติดเชื้อตามคาดการณ์ดังนี้ โดยวันที่ 10 เม.ย. 1,771×2=3,542คน20 เม.ย. 3,542×2 =7,084 คน 30 เม.ย. 7,084×2= 14,186 คน 10 พ.ค. 14,186×2=28,336 คน 20 พ.ค. 28,336×2=56,672 คน 30 พ.ค. 56,672×2 =113,344 คน 10 มิ.ย. 113,344×2=226,688 คน 20 มิ.ย. 226,688×2=453,376 คน และ 30 มิ.ย.453,376×2=906,752 คน เท่ากับภายใน 3เดือนจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 1,771 คน เป็น 9 แสนคนถ้าเราต้องการให้ภายใน 3 เดือน มีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 1 แสนคน จะต้องลดอัตราผู้ติดเชื้อรายใหม่ลงมาเป็นวันละ 6% ถ้าต้องการในอีก 3 เดือนข้างหน้ามีผู้ติดเชื้อไม่เกิน 15,000 คน จะต้องลดอัตราเพิ่มไม่ให้เกินวันละ 3% ดังนั้นต้องปฏิบัติตามมาตรการให้เข้มงวดขึ้น

เปิดไทม์ไลน์ชายตายคารถไฟ

ส่วนกรณีชายไทยอายุ 57 ปีที่ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตคารถไฟสายกรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ช่วงใกล้สถานีรถไฟทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฯ เปิดเผยถึงไทม์ไลน์ของชายผู้นี้ก่อนเสียชีวิต ตามที่ได้มีการสอบสวนว่า ผู้เสียชีวิตมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล ประเทศปากีสถาน ออกเมื่อวันที่ 26 มี.ค. เวลา 18.13 น. เดินทางโดยเครื่องบินเข้าไทย/ผู้โดยสารมาซื้อตั๋วโดยสารรถไฟที่สถานีบางซื่อวันที่ 29 มี.ค.เวลา 10.27 น. และวันที่ 30 มี.ค.ผู้โดยสารมาขึ้นรถไฟที่สถานีบางซื่อ ขณะเดินทางมีอาการไอ อาเจียน เมื่อรถไฟถึงสถานีหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่สถานีหัวหินนำเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองของเทศบาลหัวหิน ขึ้นตรวจสอบผู้โดยสารบนขบวนรถวัดอุณหภูมิร่างกายได้ 36 องศาเซลเซียส ไม่มีอาการไอหรืออาเจียนแล้ว และแนะนำให้ผู้โดยสารลงพักรักษาตัวที่สถานีหัวหิน แต่ผู้โดยสารยืนยันจะเดินทางต่อ

ตาม 15 คนในโบกี้ที่สัมผัสใกล้ชิด

กระทั่งเวลาประมาณ 22.15 น. เจ้าหน้าที่บนขบวนรถพบผู้โดยสาร ล้มนอนอยู่หน้าห้องน้ำ จึงแจ้งหยุดขบวนรถที่สถานีรถไฟทับสะแก เจ้าหน้าที่สถานีแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นขึ้นมาบนรถเพื่อช่วยเหลือ พบว่าผู้โดยสารรายนี้เสียชีวิตแล้ว จึงปลดโบกี้นั้นออกจากขบวน ย้ายผู้โดยสาร 15 คนไปตู้อื่นและได้รับการยืนยันจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้แจ้งรายชื่อผู้โดยสารร่วมขบวนรถไฟ 15 คน ให้สาธารณสุขจังหวัดสงขลาติดตามตัวดูอาการ ส่วนพนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดผู้เสียชีวิต ได้แก่ พนักงานสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ 2 นาย รปภ.บริษัทเอกชน 1 นาย พนักงานขบวนรถ7นาย ตำรวจรถไฟประจำขบวน 1 นาย ถูกกักตัว 14 วันแล้ว

สั่งกักตัวรองนายกฯหัวหิน

ด้านนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยถึงเรื่องชายอายุ 57 ปีที่เสียชีวิตบนรถไฟ ว่า ระหว่างรถไฟหยุดที่สถานีรถไฟหัวหิน มีผู้บริหารเทศบาลหัวหินและเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบอาการป่วยชายคนดังกล่าวก่อนเสียชีวิตคารถ จึงได้สั่งให้นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหินกับเจ้าหน้าที่ 2 คน จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมไปกักตัวดูอาการ 14 วัน ทั้งให้ตรวจร่างกายหาเชื้อพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อสถานีรถไฟหัวหินและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 แพร่กระจาย

6 จนท.สตม.ก็โดนกักด้วย

ขณะที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวว่า สตม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบไทม์ไลน์ หาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับชาย 57 ปี ที่เสียชีวิตบนรถไฟที่สถานีทับสะแก เบื้องต้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ สตม. 6 คน ที่มีหน้าที่ประทับตรา ให้คำแนะนำ จึงเป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยและได้สั่งกักตัวแล้ว ส่วนบุคคลอื่นๆอยู่ระหว่างประสานงานติดตามตัว

เข้มมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

ส่วนที่มีภาพแพร่ในโซเชียล ผู้โดยสารรถเมล์สายหนึ่ง โดยสารกันอย่างแออัด และนั่งบนเก้าอี้ที่ห้ามนั่ง ตามมาตรการเว้นระยะห่าง นั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะทั้งหมด เช่น กรมเจ้าท่า ขสมก. กรมการขนส่งทางบกไปดำเนินการให้เข้มงวดกรณีที่ผู้โดยสารใช้บริการระบบขนส่งมวลชน ให้ปฏิบัติตามนโยบาย เว้นระยะห่างทางสังคมกำหนดจำนวนคนที่ใช้บริการว่า ในรถหรือเรือนั่งได้กี่คน ยืนได้กี่คน ถ้าครบแล้วจะขึ้นไม่ได้ ผู้ประกอบการจะต้องแก้ไขแล้วเสร็จในวันที่ 2 เม.ย. หากไม่พร้อมจะให้หยุดบริการ ขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส การเดินทางในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนขอให้ประชาชนพิจารณาและตัดสินใจในการใช้บริการ เพราะหากติดเชื้อก็ไม่คุ้ม

เล็งหยุดเดินเรือคลองแสนแสบ

ทางด้าน นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีภาพเผยแพร่การให้บริการเรือด่วนในคลองแสนแสบที่มีผู้โดยสารเดินทางอย่างแออัด โดยเฉพาะยืนท้ายเรือว่า การให้บริการเรือในคลองแสนแสบจะคุมยาก โดยเฉพาะในการกำหนดจุดนั่งในเรือ เด็กประจำเรือจะแจ้งผู้โดยสารได้ที่ท่าเรือต้นทางที่วัดศรีบุญเรือง แต่ช่วงกลางทาง เด็กประจำเรือไม่สามารถคุมผู้โดยสารได้ ขึ้นมาแล้วก็มาออด้านหลังเรือ จึงมีแนวคิดที่อาจจะยกเลิกการให้บริการเรือในคลองแสนแสบ

ผู้ประกอบการก็ท้อผู้โดยสารดื้อ

ขณะที่นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเดินเรือคลองแสนแสบ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ประชุมกับฝ่ายบริหารว่า ที่ผ่านมาได้ประชาสัมพันธ์ตลอดว่าขอให้ปฏิบัติตาม กฎระเบียบ แม้จะสั่งเด็ดขาดแต่ก็ไม่สามารถทำได้จริง ในฐานะผู้ให้บริการหนักใจและท้อมาก และประเมินสถานการณ์แล้ว คาดว่าเรือคลองแสนแสบจะหยุดให้บริการในสัปดาห์หน้า

สั่งปิดหมู่บ้านปางผักฮี้

ในส่วนต่างจังหวัด ที่เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย เผยว่า มีคำสั่งปิดหมู่บ้านปางผักฮี้ (บ้านสาขา) หมู่ 12 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน ตั้งแต่วันที่ 2-14 เม.ย. หลังตรวจพบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 จำนวน 3 ราย และมีกลุ่มเสี่ยงกลับจากทำงานสถานบันเทิงกรุงเทพฯ ต้องกักตัวอีก 37 ราย ห้ามเข้า-ออกหมู่บ้าน ป้องกันการแพร่

รถตู้ทิ้งแรงงานพม่าที่เหมารถมา

ที่ จ.ตาก พ.ต.อ.สังคม ตัดโส ผกก.ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก นำกำลังตั้งด่านบ้านห้วยหินฝน ถนนตาก-แม่สอด กม.15 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จับกุมคนขับรถตู้ 7 คัน คนขับรถโดยสาร 3 คัน บรรทุกชาวเมียนมา กว่า 150 คน ข้อหาฝ่าฝืนประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว และตรวจคัดกรองโรคแรงงานก่อนผลักดันกลับประเทศ ขณะเดียวกันยังพบแรงงานเมียนมา 63 คน ถูกรถโดยสารปล่อยทิ้งที่ บขส.ตาก ทั้งหมดเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เสียค่าโดยสารคนละ 1,500 บาท จะไป อ.แม่สอด แต่ถูกปล่อยทิ้งไว้ เช่นเดียวกับที่ จ.กำแพงเพชร มีแรงงานเมียนมา 20 คน ถูกรถตู้โดยสารเช่าเหมาปล่อยทิ้งที่ บขส.กำแพงเพชร ทั้งหมดบอกว่าเหมารถตู้มาจาก จ.สมุทรสาคร ให้ไปส่ง จ.ตาก แต่ถูกคนขับรถไล่ลงกลางทางอ้างว่ากลัวถูกจับ

ขอนแก่น–บุรีรัมย์ติดเชื้อเพิ่ม

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 1 ราย เป็นรายที่ 4 ของจังหวัด เป็นหญิง อายุ 70 ปี เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์ รพ.ขอนแก่น ทีมแพทย์มีความกังวลอย่างมาก ต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ขณะที่นายธัชกร หัตถาธยากูล ผวจ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 1 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 13 ราย นอกจากนี้ต้องคัดกรองกลุ่มเสี่ยงอีกกว่า 23,000 คน ที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน

สตูล–ยะลาปิดเมืองคุมเข้ม

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.สตูล เปิดเผยว่าสตูลยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่มีคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่ จ.สตูล ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป เว้นแต่ไปรักษาพยาบาล ขนสินค้าที่จำเป็น หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเป็นกรณีไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เช่นเดียวกับ จ.ยะลา มีคำสั่งห้ามเดินทางเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่ โดยกำหนดให้รถขนส่งสินค้าจำเป็นต้องมีบัตรพนักงานของบริษัทที่ชัดเจน พร้อมใบกำกับสินค้า ใบรับรองแพทย์ที่ออกไม่เกิน 48 ชั่วโมง หากไม่มีเอกสารที่กำหนดจะไม่อนุญาตให้เข้าหรือออกจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด

แห่ข้ามแดนด่านสะเดา

ที่หน้าด่านสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา คนไทยที่ติดค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียที่ลงชื่อผ่านสถานทูตไทยและกงสุลไทยในมาเลเซีย กว่า 1,500 คน ทยอยมาที่ด่านสะเดาจนเป็นแถวยาวเหยียด ขอตรวจสอบรายชื่อและผ่านข้ามแดน เจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรองวัดไข้อย่างเข้มงวด นายชวกิจจ์ สุวรรณคีรี นอภ.สะเดา เผยว่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย มาคอยอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือคนไทยกลับจากมาเลเซีย คาดว่าจะมีมากกว่าตัวเลขที่แจ้งไว้ เนื่องจากสงขลาสามารถนำรถส่วนตัวกลับมาได้และยังไม่มีการปิดเมือง

ผวาสาวกระบี่แพร่เชื้อ

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านทะเลหอย อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เดินทางไปที่ชุมชนบ้านทะเลหอย เก็บประวัติกลุ่มเสี่ยง 22 คน นำไปกักตัว 14 วันที่วัดบ้านทะเลหอย หลังสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นครอบครัวเดียวกัน 3 ราย จากการตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยรายแรกเป็นหญิงสาว ทำงานในสถานบันเทิงหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต กลับมาเยี่ยมครอบครัวเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. พบชาวบ้านและเพื่อนบ้านกว่า 20 ครอบครัว แล้วกลับไปภูเก็ต กระทั่งป่วยเมื่อตรวจร่างกายก็พบติดเชื้อโควิด-19 ต่อมาน้องสาวผู้ป่วย 2 คน อยู่ชุมชนบ้านทะเลหอย ไปตรวจเชื้อเมื่อวันที่ 30 มี.ค. พบว่าติดเชื้อด้วย ส่งผลให้ชุมชนบ้านทะเลหอยกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง มีชาวบ้านสัมผัสผู้ป่วย 80-100 คน และอยู่ใกล้ชิด 22 คน

ใช้ไม้แข็งผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก อสส. เปิดเผยว่า นางนารีรัตน์ ไพศาลธนวัฒน์ อัยการจังหวัดคดีศาล แขวงพระนครศรีอยุธยา เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.สายลม แก้วดี กับพวก รวม 18 คน ในความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเสพยาเสพติด โดยทั้งหมดจับกลุ่มมั่วสุมสังสรรค์ เสพยาเสพติด ที่แพปลาในพื้นที่ ต.ราชคราม อ.บางไทร และถูกจับเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค. ศาลพิพากษา จำเลยตามฐานความผิดตั้งแต่ 1-4 เดือน ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ที่มีหนังสือลงวันที่ 31 มี.ค. แจ้งให้อัยการ ทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

กองปราบฯรวบแก๊งมั่วสุม

พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมชุด สืบสวน กก.1 บก.ป. จับกุมนายเอกนรินทร์ บำรุงพิทักษ์ น.ส.สายฝน ไคร้หอม นายเกรียงไกร สุวรรณสุข นาย สุรชาติ ตรีมิตร นายสุริยะ เอี่ยมละออ ขณะมั่วสุมเสพยา อยู่ริมกำแพงวัดจันทวงศาราม แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. หลังมีชาวบ้านในย่านดังกล่าวแจ้งว่า มีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยา นำตัวส่ง สน.ลาดพร้าวดำเนินคดี

คนไทยในสหรัฐฯ ติดเชื้อ 4 ราย ตาย 3 ราย

ด้านคนไทยในต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า คนไทยอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ที่สำรวจไว้ มีประมาณ 488,000 คน เป็นนักเรียน นักศึกษาในสหรัฐฯ ประมาณ 6-7,000 คน มีคนไทยในสหรัฐฯ ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 ราย เสียชีวิต 3 ราย สถานทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ นิวยอร์ก ชิคาโก ลอสแอนเจลิส ติดต่อกับชุมชนไทย สมาคม ชมรมต่างๆ ตลอดจนวัดไทยในสหรัฐฯ ทราบว่าคนไทย ส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ปฏิบัติตามแนวทางที่ทางการสหรัฐฯ แนะนำเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแนวทางระยะห่างทาง สังคมและการอยู่ในที่พักอาศัย

ขอกลับไทยกว่า 3,000 ราย

นายธานีกล่าวอีกว่า ส่วนคนไทยที่มาชั่วคราว ทั้งนักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่มาทำงานตามสัญญาจ้าง ทยอยกลับไทยไปกว่า 3,000 คน อาจมีบางส่วนที่สมัครใจจะอยู่ต่อจนเรียนจบ หรือหมดสัญญาจ้าง จึงขอแนะนำให้คนไทยกลุ่มหลังนี้ หากประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยให้รีบ เดินทาง เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน มีความ เป็นไปได้ว่าเที่ยวบินพาณิชย์ต่างๆจะถูกระงับไปหรือ ลดจำนวนเที่ยวบินในไม่ช้า สำหรับสถานทูตและสถาน กงสุลใหญ่มีสายด่วนฉุกเฉินบริการ 24 ชั่วโมง

ปทุมธานีสังเวยไวรัสศพแรก

คืนวันเดียวกัน ผศ. (พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกู้ภัย อบต.คลองสาม ที่นำผู้ป่วยชายอายุ 51 ปี อยู่หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ 46/1 หมู่ 4 ต.คลองสาม ส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เม.ย. จากการติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ถือเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกใน จ.ปทุมธานี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในหมู่บ้าน พฤกษาวิลล์ 46/1 นำคนในครอบครัวผู้เสียชีวิต 6 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ใกล้ชิดกับผู้ตายไปกักตัว 14 วัน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบวิธีป้องกันตัวเองในเบื้องต้น

ติดเชื้อทั่วโลกจ่อ 1 ล้าน–ตายจ่อ 5 หมื่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 เม.ย. ถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 203 ประเทศและเขตปกครองพิเศษทั่วโลกว่า ยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 950,705 ราย เสียชีวิต 48,310 ราย รักษาหาย 202,826 ราย โดยสหรัฐอเมริกาติดเชื้อมากที่สุด ตามด้วยอิตาลี สเปน จีน เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิหร่าน

WHO–ทรัมป์ชี้เลวร้ายสุดๆ

นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโควิด-19 น่าตกใจอย่างยิ่ง ใน 5 สัปดาห์หลังอัตราการติดเชื้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเป็นแบบยกกำลังสองในเกือบทุกประเทศ และอัตราการเสียชีวิตใน 1 สัปดาห์หลังเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว ในเร็วๆนี้ ยอดผู้ติดเชื้อจะทะลุ 1 ล้านราย เสียชีวิตทะลุ 50,000 ราย ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯแถลงว่า เริ่มจากวันนี้ ทุกอย่างจะเลวร้ายลงอีกใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า น่าสยดสยองมาก แต่ชาวอเมริกันยังไม่สิ้นหวังและไม่ยอมแพ้

มะกันติดเชื้อทะลุ 2 แสน–ตายกว่า 5 พัน

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ วันที่ 2 เม.ย.พุ่งขึ้นเป็น 215,417 ราย มากที่สุดในโลก หรือกว่า 1 ใน 4 ของทั้งโลก เสียชีวิต 5,116 ราย รัฐนิวยอร์กมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด เกือบ 2,000 ราย หรือประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งประเทศ นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กสั่งตำรวจ ให้บังคับใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมสุดเข้มงวด และด่าเยาวชนที่ฝ่าฝืนว่าเห็นแก่ตัว พร้อมระบุว่าการแพร่ระบาดในนิวยอร์กจะถึงจุดสูงสุดในสิ้นเดือน เม.ย. อัตราผู้เสียชีวิตจะพุ่งสูงจนถึงเดือน ก.ค. ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าถ้าชาวอเมริกันไม่กักตัวอยู่แต่ในบ้าน จะมีผู้เสียชีวิตถึง 100,000-240,000ราย

ทารก 6 สัปดาห์–ศิลปินดังตาย

ผู้ว่าการรัฐคอนเนกติกัตได้เผยว่า มีเด็กทารกอายุ 6 สัปดาห์เสียชีวิตเพราะโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิด-19 หลังถูกส่งเข้าโรงพยาบาลสัปดาห์ที่แล้ว นับเป็นผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อายุน้อยที่สุดในโลก นอกจากนี้ นายเอลลิส มาร์ซาลิส นักร้องนักเปียโนแนวแจ๊ซผิวสีชื่อดังระดับตำนานวัย 85 ปี ก็เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ที่เมืองนิวออร์ลีน โดยลูกชายของเขาคือวิลตันและแบรนฟอร์ด มาร์ซาลิส เป็นศิลปินดังระดับโลกเช่นกัน

รัสเซียส่งเวชภัณฑ์ช่วยสหรัฐฯ

ส่วนรัสเซียได้ส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ทางเครื่องบินไปช่วยเหลือสหรัฐฯ เมื่อ 1 เม.ย.แม้จะเป็นศัตรูกัน ส่วนกองทัพเรือสหรัฐฯ เร่งอพยพลูกเรือบนเรือบรรทุกเครื่องบินรบ “ยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์” ที่เกาะกวม หลังกัปตันเรือร้องขอความช่วยเหลือ เพราะพบลูกเรือติดเชื้อโควิด-19 แล้วกว่า 100 คน จากทั้งหมดเกือบ 5,000 คน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสั่ง “ล็อกดาวน์” เรือนจำของรัฐบาลกลาง 122 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีนักโทษเกือบ 170,000 คน หลังพบผู้ติดเชื้อในเรือนจำเกือบ 100 ราย เสียชีวิต 2 ราย

WHO–มะกันทบทวนใช้หน้ากาก

คณะที่ปรึกษาของ WHO กำลังทบทวนว่าการสวมหน้ากากช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ช้าลงจริงหรือไม่ หลัง WHO แนะนำให้สวมหน้ากากเฉพาะในบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น WHO ยังวิเคราะห์รายงานของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสตต์ (เอ็มไอที) ที่ระบุว่าการไอและจามสามารถทำให้ละอองฝอยเชื้อโควิด-19 แพร่กระจายไปในอากาศได้ไกลถึง 6 และ 8 เมตร ซึ่งไกลกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้มาก ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ กำลังพิจารณาแนะนำให้ทุกคนสวมหน้ากากผ้าในที่สาธารณะหรือไม่ หลังบันทึกของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ระบุว่าแค่การสวมหน้ากากผ้าธรรมดาก็ลดการแพร่เชื้อได้

ยุโรปยังวิกฤติหนัก

ส่วนยุโรปยังวิกฤติหนัก โดยอิตาลีพบผู้ติดเชื้อ เพิ่มกว่า 4,800 ราย เป็น 110,574 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 727 ราย เป็น 13,155 ราย ซึ่งมากที่สุดในโลก ส่วน สเปน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 110,238 ราย เป็น 102,136 ราย เสียชีวิตเพิ่มมากที่สุดในวันเดียว 950 ราย เป็น 10,003 ราย ขณะที่ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 4,861 ราย เป็น 56,989 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 509 ราย เป็น 4,032 ราย อังกฤษพบผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 30,000 ราย เสียชีวิต 2,352 ราย เบลเยียมมีผู้ติดเชื้อ 15,348 ราย เสียชีวิต 1,011 ราย ส่วนรัสเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 771 ราย เป็น 3,548 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 6 ราย เป็น 30 ราย ด้าน องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้เสียชีวิตในยุโรปกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ มีอายุมากกว่า 60 ปี

แถบอาเซียนยิ่งอ่วม

ที่มาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 208 ราย เป็น 3,116 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย เป็น 50 ราย องค์การ อนามัยโลกชี้ว่ายอดผู้ติดเชื้อในมาเลเซียจะพุ่งสูงสุด กลางเดือน เม.ย. ยอดผู้ป่วยขั้นวิกฤติจะพุ่งสูงสุดในสัปดาห์หน้า ส่วนสิงคโปร์ ที่ได้รับคำชมเรื่องการยับยั้งโควิด-19 แต่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 1,000 ราย เสียชีวิต 4 ราย ที่อินโดนีเซีย ผู้ติดเชื้อ 1,677 ราย เสียชีวิต 157 ราย มากที่สุดในอาเซียน รัฐบาลอินโดฯยังมีแผนให้ผู้คนออกจากเมืองน้อยที่สุดในช่วงวันหยุด เทศกาลรอมฎอน กัมพูชาพบผู้ติดเชื้อ 110 ราย เสียชีวิต 1 ราย เมียนมามีผู้ติดเชื้อ 16 ราย เสียชีวิต 1 ราย ลาวพบผู้ติดเชื้อ 10 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

ผู้นำปินส์สั่งยิงผู้ฝ่าฝืน

ประธานาธิบดีโรดริโก ตูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ สั่งให้กองกำลังรักษาความมั่นคงยิง “ผู้ก่อปัญหา” ละเมิดมาตรการล็อกดาวน์ให้ตาย ส่วนผู้ที่ล่วงละเมิดบุคลากรทางการแพทย์ แนวหน้าต่อสู้โควิด-19 มีความผิดอาญาร้ายแรง และยังจับกุมผู้ฝ่าฝืนมาตรการ ล็อกดาวน์จำนวนมาก และยืนยันว่า นางเบอร์นาดิตา คาตัลลา เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ประจำเลบานอน เสียชีวิตเพราะโควิด-19

รมว.สธ.อิสราเอลติดเชื้อ

ที่อิสราเอล นายยาคอฟ ลิทซ์แมน รมว. กระทรวงสาธารณสุข และภรรยาก็ติดเชื้อโควิด-19 แต่อาการไม่รุนแรงและกักตัวเองอยู่ในบ้าน ทำให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งพบปะกับลิทซ์แมนบ่อยครั้งต้องกักตัวเองเป็นครั้งที่ 2 เพราะหวั่นติดเชื้อด้วย ขณะที่หัวหน้าหน่วยตำรวจลับมอสสาด และสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งพบปะกับลิทซ์แมนบ่อยๆ ก็กักตัวเองเช่นกัน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในอิสราเอล อยู่ที่ 6,211 ราย เสียชีวิต 30 ราย

จีนตาย–ติดเชื้อลด–ทรัมป์ไม่เชื่อ

ขณะที่รัฐบาลจีนเผยว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มแค่ 35 ราย เป็น 81,598 ราย เสียชีวิตเพิ่มแค่ 6 รายเป็น 3,318 ราย ส่วนนครเสิ่นเจิ้นสั่งห้ามเพาะเลี้ยง และกินสัตว์ป่าทั้งหมดเพื่อป้องกันโรคระบาดใหม่เช่นเดียวกับโควิด-19 และโรคซาร์ส ซึ่งเชื่อว่ามีต้นตอ จากสัตว์ป่า แต่รัฐบาลจีนกลับอนุมัติให้ใช้ดีหมีรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ทำให้ถูกนักเคลื่อนไหวโจมตี ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ชี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อที่จีนรายงานดูเหมือนเป็นเพียงด้านที่เล็กน้อย ส่วนโรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้าน ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ชี้ว่าไม่มีทางรู้ความจริงว่า ยอดที่จีนแถลงถูกต้องหรือไม่ ส่งผลให้จีนแถลงตอบโต้ ว่าคำพูดของสหรัฐฯ ไร้ยางอายและน่าสะอิดสะเอียน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ข่าวหน้า1ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรนาไวรัสอู่ฮั่นนายกประกาศเคอร์ฟิวข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้