ศ.นพ.ธีระวัฒน์ โพสต์เฟซบุ๊ก ถอดบทเรียนจากจีน ชี้ตระหนกได้ ก็ต้องระวังให้เป็น ทางรอดโควิด-19 ยกเคสหมออิตาลี คาดได้รับเชื้อจากเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ตัวที่ไว้ใจ จนไม่ทันระวัง
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีเชื้อไวรัส "โควิด-19" โดยตั้งคำถามว่า เราควรระวังตัวมากแค่ไหน มีคนบอกว่ามีแต่คนที่แพนิกเท่านั้น ถึงจะรอด
พร้อมยกตัวอย่าง ที่เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว มองเรื่อง โควิด-19 ว่า "น่ากลัว" เพราะพวกเขาได้ผ่านวิกฤติสมัยโรคซาร์ส โดยไม่มีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตเลย และเพราะการตื่นตระหนักในครั้งนั้น รวมถึงครั้งนี้ เขาจึงเลือกที่จะปกป้องตัวเองด้วยมาตรการที่เข้มที่งวดสุด แล้วไม่แพนิก ทั้งสองเมืองจึงรอด
ตื่นตระหนกได้ ก็ต้องระแวดระวังให้เป็น
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ การห้ามพูดว่า ในคนหนุ่มสาวจะไม่เป็นอะไร คนไม่มีโรคประจำตัวก็จะไม่เป็นอะไร เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพูดแบบนี้ คนหนุ่มสาวก็จะไม่ใส่ใจตัวเอง กลายเป็นตัวแพร่เชื้อ มิหนำซ้ำตัวเองก็จะตาย เพราะไม่สนใจตัวเอง
รวมไปถึงการพูดว่า โรคนี้ "ไม่น่ากลัว" คำๆ นี้ ได้ส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่จนทำให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เกิดการแพร่ระบาดแบบระเบิดเถิดเทิงในเมืองอู่ฮั่นมาแล้ว เพราะที่นั่นยืนยันว่า ไม่น่ากลัวในตอนต้น จนเชื้อไวรัสได้เข้ามาในเมืองสู่ชาวอู่ฮั่น โดยผู้ติดเชื้อกว่า 80% ไม่แสดงอาการ มีเพียง 20% เท่านั้นที่แสดงอาการ
ทั้งหมด เป็นเหตุให้เจ้าเชื้อไวรัสบุกโรงพยาบาล ทำให้หมอและพยาบาลติดเชื้อไปด้วย ก่อนจะแพร่ไปติดคนอื่นๆ ในโรงพยาบาล ข่าวสารได้กระจายออกไป ทำให้ชาวเมืองต่างพากันตกใจ จากที่คิดว่าไม่น่ากลัว และไม่เจอในคนหนุ่มสาว พอเห็นเหตุการณ์นี้ก็เข้าสู่ขั้นที่สาม คือ แพนิก เมื่อแพนิก ก็เข้าสู่ขั้นที่สี่ คือแห่เข้าไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งกลายเป็นจุดแพร่เชื้อที่ดีในเมืองอู่ฮั่น นี่คือเรื่องจริง ที่ได้มีการพูดคุยจากผู้เชี่ยวชาญจีน
อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังได้โพสต์คลิปของแพทย์หญิงรายหนึ่ง ของอิตาลี ซึ่งถูกกักตัว 14 วันในบ้านพัก แต่ก็ให้สัมภาษณ์สื่อ ถึงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งน่าสนใจมากๆ ว่า เมืองเบอร์กาโม่ ปิดเมืองช้าไป และอย่าไว้ใจเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากคุณหมอเอง ไม่รู้ตัวว่าติดโควิด-19 มาจากใคร ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ระวังใส่ทั้งถุงมือและหน้ากาก แต่คิดว่าติดจากเพื่อนหมอ พยาบาล ด้วยกันเอง เพราะไว้ใจกัน คิดว่าเขาป้องกันตัวเองดีแล้ว เวลาคุยงานกันก็ไม่ค่อยระวังตัว ระวังแต่เวลาเจอคนไข้
นอกจากนี้ คุณหมอบอกด้วยว่า อย่าคิดว่ามันเป็นแค่ไข้หวัดใหญ่ อย่าคิดว่ากินยาแล้วไปทำงานต่อได้ เพราะคุณอาจแพร่เชื้อให้คนอื่นอีก (อ่านโพสต์ฉบับเต็ม ที่นี่)