โรงพยาบาลนครพนม แจงละเอียดยิบ หลังญาติติดใจพาเด็ก 6 เดือนไปรักษาได้เพียง 1 ชั่วโมง แต่เสียชีวิต
จากรณีญาติเด็กชายวัย 6 เดือน ได้โพสต์ของโซเชียลว่า พ่อแม่เด็กนำบุตรชายไปรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลนครพนม เนื่องจากมีอาการไข้ขึ้นสูง และท้องเสีย ผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง หลังถึงมือแพทย์ พยาบาล เด็กก็เสียชีวิตกะทันหัน ทำให้พ่อแม่เกิดอาการช็อก และติดใจในการตรวจรักษา
ล่าสุด นายแพทย์ยุทธชัย ตริสกุล ผู้อำนวยโรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า ในการรักษาได้ใช้ขั้นตอนตามหลักวิชาการแพทย์ ถูกต้องทุกขั้นตอน ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์พยาบาล ส่วนสาเหตุมาจากเด็กมีอาการป่วย จากอาการไข้สูง ท้องเสียมาหลายวัน ทำให้เกิดอาการช็อก ตัวเกร็ง ชีพจรเต้นช้า ก่อนที่จะถึงทีมแพทย์พยาบาล ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน เพราะร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา และเสียชีวิตในที่สุด
โดยการเยียวยาช่วยเหลือ ไม่สามารถจะชดเชยเยียวยาได้ เพราะมีขั้นตอนระเบียบทางราชการ สามารถช่วยเหลือได้ตามหลักจริยธรรม พร้อมวิงวอนอย่าโยนความผิดให้แพทย์พยาบาล เพราะเป็นการทำลายกำลังใจ
แพทย์หญิง ชรินพร พนาอรุณวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า อยากฝากทำความเข้าใจกับ ประชาชน รวมถึง พ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการรักษาผู้ป่วยทุกครั้ง ทางทีมแพทย์ และพยาบาลไม่ต้องการเกิดความสูญเสีย ไม่มีใครอยากเป็นฆาตกร ทุกคนทำสุดความสามารถ ตามหลักการแพทย์
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ทางทีมแพทย์ พยาบาล ยินดีชี้แจงตามข้อเท็จจริงตามเอกสารหลักฐาน หลักวิชาการแพทย์ จากการซักประวัติจากแม่เด็ก พบว่าเด็กมีอาการไข้ขึ้นสูง มาได้ 4 -5 วัน และมีอาการถ่ายเหลว อาเจียน มากกว่า 30 ครั้ง ต่อวัน
นอกจากนี้ เด็กเคยไปตรวจรักษา กินยาที่คลินิกมาก่อน แต่ไม่ดีขึ้น จากนั้นช่วงเวลา ประมาณ 16.00 น. วันที่ 9 มี.ค.63 พ่อแม่เด็กได้นำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลนครพนม จึงได้รับตัวเข้าที่ห้องฉุกเฉิน ขณะนั้นเด็กมีอาการชัก ตัวเกร็ง เพราะไข้ขึ้นสูง อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ตาลอย
จากนั้นแพทย์พยาบาลได้ใช้เครื่องช่วยหายใจ และนำยาเข้าทางเครื่องช่วยหายใจ โดยการเข้าน้ำเกลือเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะเด็กไม่ตอบสนอง จึงใช้วิธีหาทางเจอเส้นเลือดตรงกระดูกต้นขา ซึ่งช่วงการรักษาได้ พุดคุยทำความเข้าใจ พ่อแม่เด็กตลอด
จากนั้นเด็กหมดสติ จึงทำการช่วยชีวิตตามขั้นตอนทุกด้านทั้ง ซีพีอาร์ ปั๊มหัวใจ ใช้เวลานานกว่า 45 นาที เด็กเสียชีวิต เนื่องจากบอบช้ำ ไม่ตอบสนอง อาจเกิดจากอาการป่วย ไข้ขึ้นมาก่อน ถือเป็นเหตุสุดวิสัย สุดความสามารถ ที่สำคัญถือเป็นกรณีศึกษาบางครั้งอาการช็อกของผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องตัวร้อน
ทั้งนี้ การเสียชีวิต วินิจฉัยอาจจะเกิดจากโลหิตเป็นพิษ ตามภาพน้องออโต้มีตัวเขียวคล้ำก่อนถึงมือแพทย์ และฝากถึงประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ในการทำหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล เชื่อมั่นทุกคนทำหน้าที่ด้วยจรรยาบรรณต้องช่วยเหลือคนไข้ให้มีชีวิตรอดทุกคน ขออย่าโยนความผิดให้แพทย์พยาบาล ทุกอย่างมีองค์ประกอบหลายอย่าง โดยเฉพาะเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องสังเกตอาการตลอด ไม่มั่นใจมีอาการผิดปกติ ให้นำไปพบแพทย์เร็วที่สุด ไม่มีใครอยากเกิดความสูญเสียขึ้น
โดยหลังฟังคำชี้แจงอย่างละเอียด ทำให้พ่อแม่เด็กยอมรับ เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันยอมรับสภาพไม่ติดใจ พอใจกับการชี้แจงดังกล่าว