ข่าว
100 year

แท็กซี่คนแรกติดอู่ฮั่นหายแล้ว “138 ไทย” มีป่วย 3 (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.พ. 2563 05:30 น.
SHARE

แยกรักษาที่ รพ.จีนตาย ‘490 ศพ’ เพิ่มอีก 8 โรงยิมรองรับผู้ติดเชื้อเช้าแรกของคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่นและถูกกัก

ตัวดูอาการเชื้อไวรัสโคโรนา ในฐานทัพเรือสัตหีบ หลายคนออกมาสูดอากาศ ชมวิวทะเลบนระเบียงอาคารที่พัก รับประทานอาหารอย่างดีในมื้อเช้าแรก หลายคนเครียดเพราะต้องปรับตัวให้คุ้นชิน ขณะที่มี 3 รายใน 138 ชีวิต ที่กลับจากอู่ฮั่นมีอาการป่วย กองทัพเรือเผยญาติไม่ต้องห่วงดูแลอย่างดี วอนอย่าเพิ่งเข้าเยี่ยม พร้อมเมื่อไหร่เปิดให้เยี่ยมทันที นายกฯวิดีโอคอลให้กำลังใจคนไทยจากอู่ฮั่นแสดงความยินดีที่ได้กลับบ้าน ด้านโชเฟอร์แท็กซี่ที่ติดเชื้อรายแรกในไทยหายแล้ว แพทย์นำตัวโชว์ยืนยันความแข็งแรง ส่วนเหยื่อไวรัสมรณะพุ่งลิ่วถึง 490 ศพแล้ว หวั่นจับตาแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ไม่ยอมแพ้ ประกาศต้องชนะไวรัสโคโรนา พบติดเชื้อในเรือสำราญที่ญี่ปุ่น กองทัพเรือเตรียมกักบริเวณ

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” หรือที่เรียกกันว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ได้กลายเป็นไวรัสมรณะคร่าชีวิตชาวจีนไม่เว้นแต่ละวัน โดยจำนวนเหยื่อไวรัสมรณะที่มีต้นตอการแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เหยื่อไวรัสมรณะพุ่ง 490 ศพ

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตในจีนได้พุ่งเป็น 490 ศพ เพิ่มจากวันก่อนถึง 65 ศพ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในจีนมีอย่างน้อย 24,350 ราย พร้อมระบุด้วยว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่เสียชีวิต มีอายุเกิน 60 ปีและ 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตมีปัญหาสุขภาพมาก่อน เช่น โรคหลอดเลือด หรือเบาหวาน

อู่ฮั่นเพิ่มโรงพยาบาลชั่วคราว

ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า จากกรณีที่เทศบาลเมืองอู่ฮั่นมีคำสั่งใช้สนามกีฬาในร่ม ศูนย์นิทรรศการ และศูนย์วัฒนธรรม 3 แห่ง เป็นโรงพยาบาลชั่วคราว จุ 3,400 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยอาการเบาบางนั้น ปรากฏว่าทางหน่วยงานรัฐดังกล่าวได้มีคำสั่งให้ใช้อาคารอีก 8 แห่งเป็นโรงพยาบาลชั่วคราวเพิ่มเติม ซึ่งกระบวนการจะต้องเสร็จสิ้นในวันที่ 5 ก.พ. และสามารถจุผู้ป่วยได้ 10,000 คน เช่นเดียวกับการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะกิจแห่งที่ 2 ในเมืองอู่ฮั่น ชื่อเหลยเสินซาน จุผู้ป่วย 1,600 เตียง ที่มีกำหนดพร้อมใช้งานในวันที่ 6 ก.พ.

หญิงอู่ฮั่นเศร้า รพ.ไม่รับรักษาพ่อ

ด้านสำนักข่าวบีบีซีอังกฤษ สัมภาษณ์ น.ส.เหวินจุน หวาง แม่บ้านวัย 33 ปี ชาวเมืองอู่ฮั่นและได้รับการเปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีคำสั่งปิดเมืองวันที่ 23 ม.ค. ได้สูญเสียคุณลุงไป ขณะที่พ่ออยู่ระหว่างล้มป่วยหนัก แม่ ป้า และน้องชายเริ่มแสดงอาการ ทุกวันแม่และป้าเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อพยายามหาเตียงนอนรักษาตัวให้พ่อ แต่โรงพยาบาลไม่ยอมรับเข้ารักษา เมื่อสอบถามไปยังผู้ดูแลชุมชน ได้คำตอบเดียวกันว่าพวกเราไม่มีทางได้เตียง นอกจากนี้ ในเมืองจะมีจุดคัดกรองและกักกันเชื้อ ครั้งแรกลุงไปติดต่อคิดว่าจะเป็นโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าเป็นแค่โรงแรมที่จัดตั้งไว้สำหรับกักบริเวณผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ ไม่มีทั้งหมอและพยาบาล หรือกระทั่งเครื่องทำความร้อน ขณะที่อาหารแจกมีแต่ของเย็นชืด ในที่สุดลุงก็อาการหนักขึ้น เริ่มหายใจติดขัด จนเช้าวันหนึ่งพ่อที่ไปเยี่ยมก็พบว่าลุงสิ้นลมไปแล้ว

ขอตายในบ้านพร้อมครอบครัว

น.ส.หวางกล่าวต่อไปว่า โรงพยาบาลแห่งใหม่ที่รัฐบาลสร้าง มีไว้สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอยู่ก่อนแล้ว แต่สำหรับพวกเราที่ยังไม่ได้เตียงคงไม่ต้องหวัง หากเราปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลคือต้องไปรายงานตัวต่อจุดกักกันเชื้อ น่าจะมีชะตากรรมเดียวกันกับลุงที่เสียไป ด้วยเหตุนี้ถ้าจะตาย ขอตายในบ้านดีกว่า สิ่งที่อยากจะพูดคือ หากรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคำสั่งปิดเมือง คงพาครอบครัวอพยพไปอยู่ที่อื่น น่าจะมีความหวังมากกว่า กรณีนี้ไม่ทราบว่าหลายครอบครัวคิดเหมือนกันหรือไม่ แต่การเสียชีวิตของลุงมันให้คำตอบที่ชัดเจนกับตน

WHO มั่นใจในมาตรการจีน

ขณะที่นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกระบุว่ามาตรการป้องกันเชื้อที่เข้มงวดของจีน เป็นโอกาสที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดได้ ขณะนี้ผู้ติดเชื้อกว่า 99% อยู่ในจีน อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่สถานการณ์จะแย่ลง เพียงแต่นานาชาติตอนนี้มีช่องทางของโอกาสในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงองค์การอนามัยโลกเผยด้วยว่า อยู่ระหว่างพิจารณาการออกคำแนะนำที่เหมาะสมแก่ลูกเรือสายการบิน เพื่อให้สายการบินต่างๆสามารถบินไปจีนได้ดังเดิม

ปรับเพิ่มยอดในต่างประเทศ

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นในต่างแดน ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในญี่ปุ่น 33 ราย ไทย 25 ราย สิงคโปร์ 24 ราย ฮ่องกง 21 ราย เกาหลีใต้ 18 ราย ออสเตรเลีย 13 ราย เยอรมนี 12 ราย มาเลเซีย 12 ราย สหรัฐอเมริกา 11 ราย ไต้หวัน 11 ราย มาเก๊า 10 ราย เวียดนาม 10 ราย ฝรั่งเศส 6 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5 ราย แคนาดา 4 ราย อินเดีย 3 ราย ฟิลิปปินส์ 3 ราย รัสเซีย อิตาลี อังกฤษ อย่างละ 2 ราย เบลเยียม เนปาล ศรีลังกา สวีเดน สเปน กัมพูชา ฟินแลนด์ อย่างละ 1 ราย ในจำนวนนี้รวมผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีน 2 ราย คือที่ฮ่องกงและฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มคือญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย มาเลเซีย

พบติดเชื้อในเรือสำราญญี่ปุ่น

สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นเปิดเผยความคืบหน้า กรณีรัฐบาลญี่ปุ่นมีคำสั่งกักบริเวณนักท่องเที่ยวและลูกเรือรวม 3,711 คน บนเรือสำราญ “ไดมอนต์ ปรินเซสส์” ซึ่งจอดเทียบอยู่ที่ท่าเรือเมืองโยโกฮามะ ใกล้กรุงโตเกียว หลังได้รับแจ้งจากรัฐบาลฮ่องกงว่า ผู้โดยสารที่ลงจากเรือไปก่อนหน้านี้พบติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น โดยระบุว่าจากการตรวจสอบ พบผู้โดยสาร 10 คน ติดเชื้อมรณะดังกล่าว แต่ยังไม่แสดงอาการป่วยรุนแรง มีโอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อในเรือเพิ่มอีก ขณะที่บริษัทคาร์นิวัล เจแปน ผู้ให้บริการเรือสำราญระบุ ผู้โดยสารประมาณครึ่งหนึ่งบนเรือเป็นชาวญี่ปุ่น ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ แต่ไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าเรือจะถูกกักบริเวณเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่จะให้ไปจอดในทะเลไม่ไกลจากเมืองโยโกฮามะ ซึ่งทางการญี่ปุ่นจะดูแลเรื่องเสบียงอาหารและของจำเป็น

กองทัพเตรียมเรือกักบริเวณ

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นยังเผยด้วยว่า ได้มีการเตรียมเรือลำเลียงพลชื่อฮาคุโอ ระวาง 17,000 ตัน ไว้ใช้สำหรับกักบริเวณผู้ต้องสงสัยได้รับเชื้อไวรัสอู่ฮั่น ตอนนี้เรือสแตนด์บายอยู่ที่ฐานทัพเรือโยโกสุกะ ทางตอนใต้กรุงโตเกียว พร้อมจะออกปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ได้รับแจ้ง จากการประเมินเชื่อว่า จะสามารถรองรับผู้ที่ถูกกักบริเวณได้ 300 คน ถ้าจำเป็นก็รองรับได้ถึง 500 คน แต่หมายถึงต้องรอต่อคิวเข้าห้องน้ำ

ฮ่องกงตรวจเรือ–พบต้องสงสัย

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขฮ่องกงรายงานว่า เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบผู้โดยสารมากกว่า 1,800 คน บนเรือสำราญ “ดรีม ครูซส์” ที่อยู่ระหว่างเทียบท่าที่เกาะฮ่องกง หลังพบว่าผู้โดยสารชาวจีนที่ใช้บริการเรือในช่วงวันที่ 19-24 ม.ค. และลงจากเรือที่เมืองกวางโจวของจีน ถูกตรวจพบการติดเชื้อ เบื้องต้นพบว่ามีลูกเรือ 30 คน ที่แสดงอาการป่วยคล้ายการได้รับเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่วนในฮ่องกง เจ้าหน้าที่การแพทย์ได้จัดชุมนุมประท้วงเป็นวันที่ 3 เรียกร้องให้ทางการปิดพรมแดนกับจีนทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ขณะที่สายการบินยูไนเต็ด และอเมริกัน แอร์ไลน์สของสหรัฐฯ ประกาศระงับเที่ยวบินไปฮ่องกง จนถึงวันที่ 20 ก.พ. แต่ระบุว่าสาเหตุจากจำนวนผู้โดยสารน้อย

ไวรัสตัวอื่นโผล่หลายประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า นอกจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว ที่เวียดนามได้มีการตรวจพบการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N6 ที่ภาคเหนือของประเทศ ส่งผลให้นกตายกว่า 2,200 ตัว ที่ซาอุดีอาระเบีย ตรวจพบการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N8 ในภาคกลางของประเทศ มีนกตายกว่า 22,000 ตัว ทางการได้ดำเนินการกำจัดนกทิ้งกว่า 385,300 ตัว ส่วนที่อินโดนีเซีย ทางการเกาะบาหลีอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการแพร่ระบาดของไข้หวัดหมูแอฟริกาหรือไม่ หลังพบหมูตาย 880 ตัว

จับตาแพร่เชื้อแม่สู่ลูก

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานวันเดียวกันว่า มีทารกแรกคลอดคนหนึ่งที่ รพ.เด็กเมืองอู่ฮั่น ถูกตรวจพบเชื้อไวรัสอู่ฮั่น หลังลืมตาดูโลกได้เพียง 30 ชั่วโมง เมื่อวันที่ 2 ก.พ.โดยแม่ถูกตรวจพบเชื้อไวรัสก่อนคลอดลูก ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ากรณีนี้อาจเป็นการแพร่เชื้อโดยตรงจากแม่สู่ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ การคลอดบุตรหรือติดเชื้อทันทีหลังการคลอดและเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานทารกคลอดจากแม่ที่ติดเชื้อไวรัสกลับตรวจไม่พบเชื้อในตัวเด็ก จึงต้องใช้เวลาตรวจสอบติดตามอาการต่อไป

สี จิ้นผิง มั่นใจสู้ไวรัสได้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เผยเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ว่า ความพยายามควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อยู่ในขั้นตอนสำคัญ เจ้าหน้าที่ต้องป้องกันไม่ให้ไวรัสระบาดเป็นวงกว้างมากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องรายงานข้อมูลที่ถูกต้องและทันกาล อีกทั้งต้องปราบปรามพวกเผยแพร่ข่าวลือข่าวลวงเรื่องไวรัส สร้างความเชื่อมั่นว่าสิ่งของบริจาคจะถูกใช้เพื่อควบคุมไวรัสโดยแท้จริง นายสีระบุด้วยว่า จีนมั่นใจจะสามารถเอาชนะสงครามสู้ไวรัสได้

แกล้งติดเชื้อ-ถูก ตร.รวบ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแคนาดา ได้ควบคุมตัวนายจูลี โบรเดริก ชาวแคนาดา วัย 29 ปี หลังระหว่างโดยสารอยู่บนเครื่องบินของสายการบินเวสต์เจ็ต เที่ยวบินจากแคนาดาสู่จาเมกา เจ้าตัวได้ลุกขึ้นยืนถ่ายวิดีโอเซลฟี่ พร้อมประกาศว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จนเกิดความแตกตื่นแก่ผู้โดยสารคนอื่นๆ พนักงานต้อนรับรีบเอาหน้ากากอนามัยมาสวมให้ และพาไปนั่งท้ายเครื่อง ขณะที่กัปตันตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่นครโตรอนโต

ตรวจ 138 คนไทยก่อนเข้าอาคารพัก

ในส่วนสถานการณ์ของไทย ภายหลังจากที่เครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD 511 ที่ได้กลายเป็นเที่ยวบิน “มนุษยธรรม” ฝ่ากระแสความหวาดกลัวไวรัสมรณะ เดินทางไปรับคนไทยจากอู่ฮั่น 138 ชีวิตกลับบ้าน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ใช้เวลาเดินทางไปกลับเมืองอู่ฮั่นและปฏิบัติงานเบ็ดเสร็จ รวม 18 ชั่วโมง โดยเครื่องบินลำดังกล่าวได้ร่อนลงที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยองเมื่อเวลา 20.43 น. วันเดียวกัน จากนั้นผู้โดยสาร 138 คน และลูกเรือกับเจ้าหน้าที่กับทีมแพทย์ 7 คน ที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ครั้งสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกองทัพเรือทำการตรวจร่างกายตามขั้นตอนแล้ว นำขึ้นรถบัสรวม 4 คัน พาเดินทางไปเข้าพักที่อาคารรับรองของกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ

ผู้ถูกกักตัวออกมาสูดอากาศชมวิว

ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่หน้าอาคารรับรอง กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้อารักขาพื้นที่อย่างเข้มงวด ปักป้ายแนวเชือกห้ามเข้ารอบบริเวณอาคาร โดยมีผู้ถูกกักตัวสังเกตอาการออกมาสูดอากาศ ชมวิวทะเล บริเวณระเบียงอาคาร ด้วยสีหน้าแจ่มใส ส่วนอาหารเช้าที่กองทัพเรือจัดให้ทานเป็นมื้อแรกวันนี้ ประกอบด้วยปลาอินทรีผัดฉ่า ไก่ผัดขิง ต้มเยื่อไผ่กระดูกอ่อน ข้าวสวย ของหวานเป็นแยมโรลช็อกโกแลต

เปิดแถลงข่าวพบ 3 รายมีไข้

ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การนำคนไทยกลับสู่มาตุภูมิ กรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สโมสรสัญญาบัตร รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ มีการเปิดแถลงข่าวครั้งที่ 1 มี พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 เป็นผู้แถลง นายสาธิตกล่าวว่า ภายหลังชาวไทยทั้ง 138 ราย เดินทางกลับสู่มาตุภูมิเข้าสู่พื้นที่กักกัน กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง พบมีผู้เป็นไข้ 6 รายและ 2 ราย หายเป็นปกติแล้ว อีก 4 รายซึ่งเป็นชาย 2 หญิง 2 อายุระหว่าง 40 ถึง 50 ปี ผลเอกซเรย์พบว่า 3 ราย มีความผิดปกติที่ปอดเล็กน้อย อีก 1 ราย มีอาการท้องเสีย ทั้งหมดถูกนำเข้าพื้นที่กักกันโรค ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

14 วันไม่พบเชื้อปล่อยกลับบ้าน

รมช.สาธารณสุขกล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าผู้ป่วยทั้ง 4 ราย ผลตรวจเป็นลบ ไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ยังต้องอยู่ในระหว่างเฝ้ารอดูอาการ เมื่อหายเป็นปกติจะส่งตัวกลับเข้าสู่สถานที่กักกัน ส่วนสภาวะจิตใจคนไทยในพื้นที่กักกันมีภาวะเครียด อยู่ในระหว่างการปรับตัวเข้ากับพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุข และกองทัพเรือได้ส่งจิตแพทย์ และหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยาเข้าปรับสภาพจิตใจและให้ผู้ป่วยโทรศัพท์วิดีโอคอลติดต่อหาญาติได้ หากครบ 14 วัน ไม่มีใครป่วย หรือตรวจพบเชื้อจะปล่อยตัวกลับสู่ครอบครัวในเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.พ.

ปฐมนิเทศการอยู่ร่วมกัน

ขณะที่ นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า ผู้ถูกกักตัวสังเกตอาการ ที่พักอยู่ในอาคารรับรองกองทัพเรือ มีการปฐมนิเทศในการพักอาศัย การอยู่ร่วมกัน ส่วนนักบินและลูกเรือ มีการสวมชุดป้องกันขณะทำการบินไปรับ ช่วงนี้ได้ กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว ด้านขยะและอาหารที่เหลือจากในอาคารรับรองได้นำไปกำจัดเป็นขยะติดเชื้อ ที่ จ.ระยอง เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่อไป ส่วน ผู้ป่วย 4 คน ที่พักอยู่ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ขณะนี้ไม่มีไข้แล้ว อาการทั่วไปค่อนข้างดี

ญาติรอก่อนอย่าเพิ่งเยี่ยม

ด้าน พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือจัดอาคารทั้งหมด 5 อาคาร มีสถานที่เดินเล่น มีอาคารรวมที่ใช้รับประทานอาหารและให้ติดต่อทางวิดีโอคอลกับญาติได้ ส่วนเรื่องการติดต่อกับญาติโดยตรงต้องรอทีมจิตแพทย์ได้พูดคุยและรอผลการตรวจอีกครั้ง พร้อมเมื่อไรจะให้ญาติพี่น้องเข้ามาเยี่ยมที่ศูนย์ได้ ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. ของทุกวัน

ขณะที่ พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 คน ทำการรักษาตามระบบของกระทรวงสาธารณสุข ญาติอย่าเพิ่งเข้าไปเยี่ยม ถ้าหายแล้วจะนำทั้งหมดกลับอาคารรับรอง มีทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุข กรมแพทย์ทหารเรือดูแลอยู่ มีการตรวจวัดไข้ทุกคนทุกเช้าเย็น ทุกคนส่วนมากจะมีอาการเครียด และค่อนข้างหิว เพราะอยู่ที่จีนได้กินมาม่าวันละ 1 กระป๋องเพื่อประทังชีวิต ส่วนอาคารรับรองข้างในมีความสะดวกสบายมาก ทั้งที่พัก อาหารการกิน มีทุกสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ญาติไม่ต้องเป็นห่วง

ดีใจหลานได้กลับไทย

ทางด้านญาติผู้ถูกกักตัวสังเกตอาการรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้คุยกับหลานทางโทรศัพท์จากประเทศจีน ตอนแรกยังไม่รู้จะได้กลับจากเมืองอู่ฮั่นหรือเปล่า และกลัวว่าจะเป็น 1 ใน 3 คนที่ไม่ได้กลับมากับเครื่องบินเที่ยวนี้ แต่เมื่อทราบว่าได้กลับมาแล้วรู้สึกดีใจมาก หลังจากครบ 14 วัน จึงจะมารับกลับบ้าน ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ดูแลเป็นอย่างดีในครั้งนี้ด้วย

นายกฯวิดีโอคอลให้กำลังใจ

วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อปฏิบัติงานบนตึกไทยคู่ฟ้าตามปกติ โดยไม่มีกำหนดการและวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ และไม่มีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมคนไทยที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ที่อยู่ระหว่างการกักตัวตามขั้นตอนเป็นเวลา 14 วัน ที่อาคารรับรอง ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี และในช่วงบ่ายนายกฯ ได้พูดคุยแบบวิดีโอคอลกับคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่นและอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้กำลังใจและพูดคุยกับแพทย์รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการบันทึกเทปรายการ Government weekly ในช่วง PM Talk เพื่อนำออกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” ในเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นการเลื่อนออกอากาศจากปกติที่ต้องออกประจำทุกวันศุกร์

ยันคนไทยกลับจากอู่ฮั่นกำลังใจดี

ในเวลา 15.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ว่า บ่ายวันนี้ได้อัดรายการ PM Talk พูดคุยผ่านวิดีโอคอลกับทีมแพทย์และคนไทยบางส่วนที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ทุกคนดีใจที่ได้กลับบ้าน ยังมีกำลังใจดี เข้าใจขั้นตอนการดำเนินงานของรัฐบาลและยังมีทีมแพทย์ที่มาพูดคุย ให้สาระความรู้ ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ #ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ด้วย ติดตามวันที่ 5 ก.พ. เวลา 18.00 น. ที่เพจไทยคู่ฟ้า

เดินหน้าเก็บตกพาคนไทยกลับ

เวลา 16.00 น. ที่เนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เราจะกักตัวไว้ 14 วัน วันสองวันแรกจะพูดคุยทำความเข้าใจว่าทำไมต้องกักกันโรค และตรวจสภาพร่างกายทำให้ปลอดจากเชื้อให้ได้มากที่สุด รวมถึงแยกคนที่มีไข้สูง 4 รายออกไปดูแล ยังไม่รู้ว่าเป็นหวัดอะไรหรือไม่ เมื่อเขามาถึงพบว่ามีไข้เกินจุดที่กำหนดเพียงเล็กน้อย เราก็นำไปดูแลเป็นพิเศษ แต่ผลตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่าไม่ได้ติดเชื้อโคโรนา ถือว่าเขารู้สึกผ่อนคลาย เพราะการที่อยู่ในเมืองที่เกิดโรคระบาดและได้กลับมาอยู่บ้านตัวเองต้องรู้สึกดีกว่าอยู่ที่เดิมแน่นอน ทั้งเราให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด หลังจากนั้นจะให้อุปกรณ์สื่อสารเพราะไม่ใช่คุก ต้องให้อิสระมากที่สุด ส่วนคนไทยที่ยังไม่ได้กลับมานั้นเจ้าหน้าที่สถานทูตได้เข้าไปติดต่อ และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ล่าสุดสายการบินไลออน์แอร์ได้ประสานรับคนไทยในเมืองอื่นนอกจากอู่ฮั่น จะเก็บตกให้ และเชื่อว่าถ้าการบินไทยหรือไทยสมายล์ไปได้ก็พร้อมจะช่วยเหลือ

รับประกันไม่ตั้งบนความประมาท

นายอนุทินกล่าวอีกว่า สถานการณ์ในประเทศ เราไม่ตั้งอยู่บนความประมาท เราสามารถพบผู้ป่วยและรู้ว่าผู้สัมผัสผู้ป่วยอยู่ตรงไหน เรียกมาตรวจสอบทุกราย ตอนนี้เริ่มรักษาผู้ป่วยให้หาย ขอประชาชนอย่าตกใจหากมีสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดต้องไปดูว่าเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาหรือไม่ เพราะอาจจะมีโรคอื่นแทรกซ้อนอยู่ แล้วโคโรนาเข้าไปซ้ำทำให้อาการรุนแรงขึ้น ส่วนคนไทย 2 คน ที่ไม่ได้ร่วมคณะมาด้วย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าป่วยอะไรเบื้องต้นยังไม่มีรายงานเข้ามา กระทรวงการต่างประเทศเข้าไปดูแลแล้ว แต่เมื่อ 2 คนนั้นมีไข้ก่อนขึ้นเครื่อง ต่อให้เกิดอะไรก็อย่าตื่นตระหนก ทางการจีนดูแลเต็มที่อยู่แล้วต้องถูกกักตัว 14 วัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเห็นคนไทยกลับมาอย่างปลอดภัยก็ผ่อนคลาย จากการที่ได้วิดีโอคอลกับคนที่กลับมา เห็นว่าทุกคนมีกำลังใจดี ต้องการให้คนไทยปลอดภัยจากการติดเชื้อ อยากให้คนที่ติดเชื้อได้รับการรักษาให้หาย ให้การระบาดอยู่ในการควบคุม

3 คนไทยตกค้างอู่ฮั่นปลอดภัยดี

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงคนไทย 3 ราย ที่ทางการจีนไม่อนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่องบินจากอู่ฮั่นกลับประเทศไทย ว่า ได้รับทราบความคืบหน้าจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ว่า คนไทยทั้ง 3 คนเดินทางกลับถึงที่พักที่นครอู่ฮั่นโดยสวัสดิภาพ วันนี้เจ้าหน้าที่สถานทูต ได้ติดต่อทางโทรศัพท์พูดคุยด้วย นักศึกษาคนแรกมีอาการปกติ นักศึกษาคนที่ 2 ยังมีอาการเจ็บคอและไอ แต่ไม่มีไข้ ทานยารักษาตามอาการ ส่วนคนที่ 3 ซึ่งติดปัญหาเรื่องพำนักเกินกำหนด ทราบว่าวันที่ 6 ก.พ. จะไปสถานีตำรวจเพื่อเสียค่าปรับ นอกจากนี้สถานทูตได้แจ้งให้ทั้ง 3 คนทราบว่า ยินดีและพร้อมให้คำแนะนำช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา

โชเฟอร์แท็กซี่ที่ป่วยหายแล้ว

อีกด้านช่วงเที่ยง ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข แถลงว่า ยอดผู้ติดเชื้อในไทยยังอยู่ที่ 25 ราย กลับบ้าน 9 ราย รักษาตัวใน รพ. 16 ราย และอาการดีขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกของไทย ที่เป็นโชเฟอร์แท็กซี่วัย 50 ปี ผลตรวจไม่พบเชื้อแล้วถือว่าหายเป็นปกติดี แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ส่วนญาติและผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกรายเป็นปกติดี นอกจากนี้ทางสายการบินไลอ้อน แอร์ ได้แสดงเจตจำนงว่าภายในวันที่ 8 ก.พ.นี้ หากคนไทยที่ติดค้างในจีนอยากกลับไทย ไลอ้อน แอร์จะสนับสนุนการเดินทางฟรี ขณะที่นายอัศวิน ยัง–กีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า มีความยินดีที่จะนำคนไทยทั้งจากเมืองอู่ฮั่น และในหลายเมืองของจีนกลับมาบ้านฟรี ให้แจ้งมาได้เลย วันนี้มีคนไทยแสดงความจำนงอยากกลับบ้านหลายสิบคนและสายการบินจึงกำลังพิจารณาว่าอาจมีการขยายเวลาออกไปอีก 1 สัปดาห์

เจ้าตัวเผยกำลังใจดีสู้จนหาย

ด้าน นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด รอง ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า อาการของผู้ป่วยอายุ 70 ปี ที่ขับรถทัวร์รับนักท่องเที่ยวชาวจีน อาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีอายุมากแล้วและเป็นวัณโรคด้วย การรักษาจึงจะซับซ้อนมากขึ้น แต่อาการโดยรวมยังทรงตัวอยู่ ส่วนโชเฟอร์แท็กซี่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้าว่า ขอบคุณแพทย์ พยาบาล ทุกท่านที่รักษาอาการป่วยจนหายและรู้สึกแข็งแรงมาก วิ่งรอบกระทรวงสาธารณสุขได้ วันแรกเมื่อรู้ว่าป่วยก็น้ำตาไหล เพราะตนทำงานเลี้ยงครอบครัว ได้ นพ.อภิชาติ วชิรพันธ์ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร โทรศัพท์มาคุยให้กำลังใจแนะว่าอย่าเครียด อยากบอกเพื่อนร่วมอาชีพและคนขับรถสาธารณะที่มีการคลุกคลีกับนักท่องเที่ยวว่า ให้ดูแลตัวเองมากๆ ไม่ใช่หาเงินอย่างเดียว เพราะเมื่อเกิดอะไรขึ้นรายได้จะหดหาย พอป่วยก็ไม่คุยกับคนนอกบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและหาหมอรักษาตัวเอง สู้จนหาย

“บิ๊กตู่” วิดีโอคอลคุยกับผู้ถูกกักตัว

กระทั่งเวลา 18.00 น. เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าเผยแพร่ภาพวิดีโอนายกฯวิดีโอคอลพูดคุยกับคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น จากห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้าไปยังอาคารรับรองฐานทัพสัตหีบ ผ่านรายการ Government weekly ในช่วง PM Talk โดยนายกฯกล่าวให้กำลังใจและแสดงความยินดีว่า ยินดีที่ทุกคนได้กลับบ้านเกิด ถือเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเดี๋ยวก็ได้กลับบ้าน เพราะหลังจากนี้ต้องกลับไปศึกษาหรือทำงานกันต่อ ได้พูดคุย กับ ผบ.ทร. รองนายกฯ และหมอทุกคนตั้งใจนำพาทุกคนกลับจากจีน แต่ต้องขอโทษที่ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับมาได้ แต่ทุกคนมีความสุขกันหรือไม่ ที่ผ่านมาตนและรวมถึงหน่วยงานต่างประเทศพยายามทำเต็มที่ แต่สถานการณ์ยังไม่ปกติจึงต้องดูแลกันก่อน ถือว่าทุกคนได้พักผ่อน ชายทะเลไม่กี่วันเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านไปพูดคุยกับพ่อแม่ ขอให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้ปลอดภัยก่อน

ตัวแทนคนไทยระบุถูกดูแลอย่างดี

ขณะที่ตัวแทนคนไทยที่คุยกับนายกฯ ระบุว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งจากคุณหมอ กองทัพเรือ หน่วยงานที่รักษา ที่พักดีทุกอย่าง อาหารการกินเตรียมไว้ให้หมด มีความสุขมาก อยู่ที่อู่ฮั่นก็ป้องกันตัวเองและป้องกันคนอื่นด้วย ขณะนี้สิ่งที่อยากได้คือโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับพ่อแม่และครอบครัว กลัวว่าทุกคนจะเป็นห่วง เพราะตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านเลย ซึ่งนายกฯรับปากว่าจะรับเรื่องนี้ไป โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปบริการด้านการติดต่อสื่อสาร ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกฯกล่าวด้วยว่า “ดีใจดีใจมากๆเลย รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่และต้องขอขอบคุณทางการจีนด้วย เราต้องช่วยกันเพราะเรากับจีนเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนกันมายาวนาน เราต้องเห็นใจเขาด้วย” จากนั้นนายกฯได้ทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ตส่งให้กับตัวแทนคนไทย

ผุดไอเดียคุยระดับภูมิภาค

จากนั้นนายกฯได้พูดคุยกับ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช อายุรแพทย์โรคปอด นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ราชวิถี และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ รพ.ราชวิถี ผู้หาวิธีรักษาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้เราคอนโทรลได้อยู่ เพราะถ้าเฟส 3 คือการระบาด ก็อย่าตื่นตระหนกกัน เราพยายามรักษาด้วยความรอบคอบ เร็วเกินไปบางทีเกิดปัญหาแทรกซ้อนในภายหลัง ต่างประเทศก็สนใจที่เรากำลังวิเคราะห์วิจัยกันอยู่ และติดตามความก้าวหน้าจากหมอทุกวัน โดยเฉพาะทางจีน และในอาเซียน หลังจากสถานการณ์ไปถึงระดับหนึ่งแล้ว คิดว่าต้องมีการพูดคุยในระดับอาเซียนในระดับรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไข้หวัดโคโรนาในภูมิภาค เราได้เป็นผู้เสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีของเราไปให้เขาใช้ปฏิบัติด้วยและจากสถานการณ์ข่าวสารวันนี้เราน่าจะสบายใจได้นิดหนึ่งที่ไม่มีการเสียชีวิตในประเทศเรา ตอนมีคนอยู่สองส่วน คืออยู่ในค่ายต้องกักตัว 14 วัน อีกส่วนไม่ได้ติดอะไรทั้งสิ้น แต่ต้องป้องกันตัวเอง เท่าที่ฟังหลายคนบอกเราไม่เตรียมการอะไรเลยหรือ ที่จริงเราเตรียมการมาตลอด ไม่ได้ปกปิด

วอนอย่าแชร์ข่าวปลอม

นายกฯกล่าวว่า ประชาชนต้องดูตัวเองว่ามีไข้สูงหรือไม่ ทุกอย่างต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้อง วันนี้โรคอุบัติใหม่มี 8-9 อย่าง ขอร้องหากต้องการสอบถามข้อสงสัยแจ้ง 1422 อย่าเชื่ออย่าแชร์ข่าวปลอม หลายคนบอกรัฐบาลบิดเบือนหรือเปล่าไปบอกว่าข่าวปลอม ก็มันไม่ตรงกับที่เราทำเลย สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเชื่อ หวังว่าทุกคนจะเป็นทีมงานในการให้คำแนะนำ เพราะเราเป็นมิตรกัน เราต้องหยุดการระบาดในแต่ละประเทศให้ได้ นั่นคือแนวทางการปฏิบัติของเรา ฝากถึงประชาชนทุกคนทุกภาคส่วน ขอให้ร่วมมือกัน และเราต้องไม่รังเกียจเดียดฉันท์ใคร ขอบคุณไปยังบุคลากรทางการแพทย์ และเอกชนที่ช่วยกัน

อธิบดีกรมการแพทย์แจงเตรียมพร้อม

ด้าน นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดต้องถือว่าอยู่ในเฟสที่ 2 เพราะมีการแพร่เชื้อในประเทศ นายกฯ สั่งการทุกกรม ให้ทำงานบูรณาการกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ดึงเฟส 2 ให้นานที่สุดและมีคนไข้ให้น้อยที่สุด หากจะมีการเสียชีวิต จะอยู่ที่ความรุนแรงของโรคและตัวผู้ป่วยเอง ในไทยที่สามารถตอบโต้เรื่องนี้ได้เร็ว กรมเองได้จัดอบรมหมอ พยาบาลก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จะมีแนวทางการปฏิบัติเหมือนกันหมด เมื่อองค์การอนามัยโลกประกาศโคโรนาเป็นปัญหาทางสาธารณสุขฉุกเฉินระดับนานาชาติ จึงให้เอาแนวทางที่เราอบรมมาปรับวิธีการรักษาใหม่ ขณะนี้หมอ พยาบาล 300 กว่าคน กำลังประชุมและถ่ายทอดวิดีโอไปทุกโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข การแพร่เชื้อต่างๆ เราสกัดกั้นได้ดี ขณะที่โรงพยาบาลของเราที่รับเฉพาะทางคือสถาบันบำราศนราดูร รพ.ราชวิถี รพ.นพรัตน์ฯ และ รพ.เด็ก หากใครมีไข้ ไอ หอบเหนื่อยให้ไปโรงพยาบาล เราจะตั้งคลินิกไข้หวัดเพื่อทำงานวันสต็อบเซอร์วิส เราจะดูแลให้ดีที่สุด

เกาะพีพีคุมเข้ม นทท.

ที่ท่าเทียบเรือเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ รพ.เกาะพีพี จัดเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมินักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเที่ยวเกาะพีพี ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป นักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนน้อย ไม่พบผู้ที่เป็นไข้ นายวีภัทร จันทโร อดีตประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะพีพี เปิดเผยว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวเกาะพีพี ยังคึกคักมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซัน สถานประกอบการที่พัก โรงแรม มีการเฝ้าระวังสังเกตอาการตั้งแต่เข้าเช็กอินหน้าฟร้อนต์ หากมีอาการไข้จะให้สวมหน้ากากและแนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันที

ตรวจคนไปเที่ยวเกาะสิมิลัน

ส่วนที่ท่าเรือซีสตาร์ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป และชาวจีนจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กว่า 100 คน มารอขึ้นเรือไปเที่ยวเกาะสิมิลัน นายวสุนทรา นาคสุด ไกด์บริษัท ซีสตาร์ กล่าวว่า หลังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นกรุ๊ปทัวร์จีนหายไป ที่มาเที่ยวเป็นชาวจีนเมืองอื่นไม่ใช่เมืองอู่ฮั่น นักท่องเที่ยวยุโรป สแกนดิเนเวีย ยังมาท่องเที่ยวเหมือนเดิม ผู้ประกอบการยังพออยู่ได้ บริษัทมีการตรวจสอบนักท่องเที่ยว แจกหน้ากาก อนามัย เมื่อถึงท่าเรือปลายทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทั้งที่หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน จะมีการตรวจคัดกรอง ตรวจอุณหภูมินักท่องเที่ยวทุกรายด้วย

สุวรรณภูมิเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานฯ ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพิ่มมาตรการคัดกรองเฝ้าระวังผู้โดยสารขาออกที่เดินทางไปจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนและเครื่องวัดอุณหภูมิหน้าผาก หู พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คัดกรองผู้โดยสารขาออกรวม 4 จุด ได้แก่ 1.จุดตรวจค้นร่างกายและสัมภาระผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โซน 3 2.จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกโซน 3 ช่องทางฟาสต์แทร็ก หลังเคาน์เตอร์ตรวจบัตรโดยสาร 3.จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกโซน 2 ช่องทางฟาสต์แทร็ก หลังเคาน์เตอร์แถวเอ จากเดิมที่มีเครื่องเทอร์โมสแกน 6 เครื่อง เครื่องวัดอุณหภูมิหน้าผากและทางหูรวมกันมากกว่า 20 เครื่อง รวมถึงได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่า รถลีมูซีน รถเเท็กซี่ ให้หมั่นทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร

เชียงใหม่ออกตรวจหน้ากากอนามัย

ส่วนเรื่องหน้ากากกันไวรัสอู่ฮั่นที่หลายจังหวัดมีการขาดตลาดนั้น วันเดียวกันนายประเสริฐ ฝ่ายชาวนา พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สำรวจตามตลาด ป้องกันการฉวยขึ้นราคา พบว่าผู้ประกอบการมีการปิดป้ายราคาชัดเจน แต่สินค้ามีไม่เพียงพอ ความต้องการหน้ากากอนามัยแบบ N95 มีเพิ่มมากขึ้น 1 เท่าตัว นักท่องเที่ยวชาวจีนเหมาซื้อเป็นกล่องใหญ่ส่งไปยังประเทศจีน ขณะที่คนไทยเริ่มตื่นตัวหาซื้อเพิ่ม ที่ อ.เบตง จ.ยะลา นายเธียรกมลศิล โกศลวิทยาธรรม เจ้าของร้านขายยาสินเภสัชกล่าวว่า หน้ากากอนามัยขายดีจนเริ่มขาดตลาด เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียใน อ.เบตง กว้านซื้อส่งไปให้ญาติในมาเลเซีย นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าแม่ค้ามาเลเซียเข้ามากว้านซื้อเพื่อนำไปขายต่อเอากำไร

พิษณุโลกสอนทำหน้ากากใช้เอง

ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ สสจ.พิษณุโลก กล่าวว่าประชาชนมีความตื่นตัวในการป้องกันตนเอง หาซื้อหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ จนสินค้าขาดตลาด สำนักงานสาธารณสุข จ.พิษณุโลก จึงได้จัดจุดสาธิตและสอนการผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า เพื่อเป็นทางเลือกในภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย มีจิตอาสาจากเหล่ากาชาด จ.พิษณุโลก แม่บ้านมหาดไทย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมรวม 70 คน ทำไว้ใช้และแจกจ่ายให้กับประชาชนเวลา 14.00 น. ที่ชั้น 1 อาคาร 5 ชั้น สำนักงานสาธารณสุข จ.พิษณุโลก

องค์การเภสัชฯกำหนดการซื้อ

ที่ร้านยาองค์การเภสัชกรรม สาขาราชเทวี ถนนพระราม 6 มีประชาชนมาเลือกซื้อยาและเวชภัณฑ์จำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ต้องเขียนข้อความติดไว้ว่าหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลจะมีจำหน่ายให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของร้าน เผยถึงภาพประชาชนยืนรอซื้อหน้ากากอนามัยจนแถวยาวออกมานอกร้านว่า เป็นภาพที่มีผู้มายืนรอร้านเปิดจำหน่ายสินค้า ที่เปิดให้บริการเวลา 08.00 น. และเพื่อให้สอดรับกับปริมาณสินค้าที่ได้รับมาแต่ละวัน จึงต้องมีการจำกัดปริมาณการซื้อ อาทิ หน้ากากคาร์บอน 1 ห่อ บรรจุ 5 ชิ้น ราคา 35 บาท ต่อ 1 คน เจลล้างมือจำกัด 2 หลอด ต่อ 1 คน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้อย่างทั่วถึง

ให้ซื้อไม่เกินคนละ 10 ชิ้น

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อว่า ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าจำกัดการซื้อหน้ากากอนามัยของประชาชน โดยจำกัดปริมาณการซื้อไม่เกินคนละ 10 ชิ้น บางห้างอาจจะขายให้ได้ไม่เกิน 4 หรือ 5 ชิ้น แล้วแต่สต๊อกของผู้ค้าแต่ละราย จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. การจำกัดการซื้อดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมร้านขายยา และร้านค้าทั่วไป การจำกัดการซื้อหน้ากากอนามัย เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอ และขายได้อย่างทั่วถึง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าข่าวหน้า1ไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้