ข่าว
100 year

ถอดบทเรียนไวรัสร้ายสายพันธุ์ใหม่จาก "ไข้หวัดใหญ่ 2009 ถึง โคโรนาไวรัส 2019"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.พ. 2563 05:10 น.
SHARE

ยื้อเวลา รับมือโรคระบาด

โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019

โรคอุบัติใหม่ที่ระบาดและสร้างความหวาดผวากับคนทั้งโลก

“จุดเริ่มต้น โคโรนา” เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ไม่ได้ก่อโรคที่รุนแรง เป็นโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ 2-3 วันก็หาย แต่ในระยะต่อมาเราเจอเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง ตัวแรก คือ โคโรนาที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส ระบาดเมื่อประมาณ 2003 ป่วย 8,000 กว่าคน เสียชีวิตไม่ถึง 10% แต่ปัจจุบันไม่พบโรคนี้แล้ว ตัวต่อมา คือ เชื้อเมอร์ส ตั้งแต่ปี 2012 มีผู้ป่วย 2,000 คน ทุกวันนี้ยังพบอยู่ในตะวันออกกลาง อัตราการเสียชีวิต 30% และล่าสุดคือ โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 จนถึงเดือน ม.ค.2563 พบตัวเลขผู้ป่วยจะแซงหน้าซาร์สแล้ว แต่ความรุนแรงเรายังไม่ทราบว่าอัตราการป่วยและการเสียชีวิตจะเป็นอย่างไร” นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เล่าถึงความเป็นมาของโคโรนาไวรัส

นพ.ธนรักษ์ ยังขยายภาพด้วยว่า ความเสี่ยงในการรับเชื้อนั้น ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เราจะสัมผัสเชื้อมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทุกวันนี้ในประเทศไทยที่มีผู้ป่วยจริงๆน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยชาวจีน ซึ่งหากเราไม่สัมผัสผู้ป่วย โอกาสติดเชื้อต้องบอกว่าเป็นศูนย์ โดยโอกาสติดเชื้อมี 2 แบบที่มาจากการสัมผัส คือ 1.การหายใจเอาละอองเชื้อเข้าไป โดยเชื้อนี้เป็นไวรัส วิธีการแพร่โรคก็มาจากการพูด การไอที่กระเด็นออกมา อีกคนหายใจเข้าไป 2.คนไข้อาจไอแล้วเอามือปิดปาก และเอามือไปเช็ดพื้นผิวต่างๆ คนที่สองบังเอิญไปโดนพื้นผิวเหล่านี้ และนำมือที่เปื้อนเชื้อมาขยี้หน้า ขยี้ตา ขยี้จมูก ขยี้ปาก ดังนั้นการลดความเสี่ยง คือ การลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ทางเดินหายใจ และการสัมผัสเอามือมาขยี้ตาปาก เป็นต้น

นพ.ธนรักษ์

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ระยะหลังผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการขยายวงกว้างออกไป เดิมเราคัดกรองคนที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น แต่ตอนนี้คัดกรองคนที่มาจากทุกเมือง และระยะหลังเราเพิ่มคนไทยที่สัมผัสใกล้ชิด โดยพิจารณาจากผู้สัมผัสใกล้ชิด ที่มีการพูดจาหันหน้าหากันในระยะเวลาหนึ่ง หรือการอยู่ในสถานที่ปิด เช่น ในรถ หรือในสถานที่ที่ปิดนานพอสมควร เป็นต้น สำหรับคนไทยที่ต้องระมัดระวังคือ คน ขับรถสาธารณะ คนขับแท็กซี่ต้อง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และล้างรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องขับรถส่งผู้โดยสารชาวจีนก็ต้องระมัดระวังตัวเอง ส่วนคนไทยอื่นๆ โอกาสสัมผัสผู้ป่วยน้อยมาก บางพื้นที่ที่ไม่มีคนจีนท่องเที่ยวก็ดำเนินชีวิตได้ปกติ แต่หากใครเริ่มรู้สึกป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ ก็ให้โทร.สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 และแจ้งแพทย์ไว้ก่อนเลยว่าเข้ามาพบแพทย์ด้วยเรื่องอะไร จะได้ป้อง กันได้ทันที

“การมีมาตรการรับมือกับโรคที่ดี ก็ไม่ได้แปลว่าจะหยุดโรคได้เร็ว แต่เป็นการยืดระยะเวลาออกไป ซึ่งจะทำงานได้ดี เพราะระยะเวลากว่าจะถึงช่วงระบาดสูงสุดจะช้าลง หมายถึง เราสามารถชะลอการระบาดได้ ประเทศใดๆก็ ตามที่เริ่มมีการแพร่กระจายโรค ถ้าไม่สามารถนำกลับไปสู่จุดที่ไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศได้และการแพร่ระบาดจะค่อยๆ เดินต่อไปอาจใช้ 6-9 เดือน หรือยาวนานกว่านั้นถ้าฝีมือเราดี ซึ่งทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทยก็เตรียมการไปในทิศทางนั้น เพราะนับวันสถาบันด้านการสาธารณสุขจะยิ่งออกมาพยากรณ์สอดคล้อง กันเรื่อยๆ ว่าทุกประเทศมีความ เสี่ยง ระดับปานกลางที่จะมีผู้ป่วยแพร่กระจายของโรคในประเทศ แม้กระทั่งสหภาพยุโรป และรายงานของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหภาพยุโรป หรือยูโรซีดีซี ก็ พยากรณ์ ว่า ยุโรปอาจมีการแพร่ระบาดได้” นพ.ธนรักษ์ กล่าว

นพ.ธนรักษ์ กล่าวอีกว่า การชะลอการระบาดสูงสุดของโรคจะมีผลดีคือ ชะลอจำนวนผู้ป่วยไปออกันที่โรงพยาบาล แทนที่ จะมีวันละพันคนก็อาจจะมีแค่ร้อยคน บุคลากรโรงพยาบาลก็ทำงานง่ายขึ้น ประสิทธิภาพการ ดูแลรักษาพยาบาลก็ดีมากขึ้น เพราะเรา ไม่ใช่ประเทศร่ำรวย อุปกรณ์และ เครื่องมือต่างๆก็มีอยู่จำกัด การชะลอเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดถ้ามีการแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งทุกประเทศคิดเหมือนกันทำเหมือนกัน เพราะเราเผชิญเรื่องนี้มานักต่อนักแล้ว แต่จำเป็นต้องทำให้ได้ มิเช่นนั้นจะเกิดสภาพคนเต็มแน่นโรงพยาบาล สำหรับการรับมือการระบาดในประเทศ เรามีแผนการรับมือเป็นขั้นอยู่แล้ว เช่น มีการระบาดภายในวงจำกัดของบางจังหวัด การแพร่ออกไปเป็นวงกว้างในจังหวัด การแพร่ข้ามจังหวัด หรือการแพร่ระบาดไปทั่ว ซึ่งการจะแพร่ไปเร็วหรือช้าก็ขึ้นกับความสามารถและศักยภาพในการบริหารจัดการ หากเราทำได้ดี ก็จะช่วยชะลอไม่ให้มีผู้ป่วยไปล้นโรงพยาบาล และที่สำคัญคือต้องปกป้องเจ้าหน้าที่บุคลากรไม่ให้ป่วย เพราะหากมีการป่วยหรือเสียชีวิตก็จะหมดกำลังใจในการดำเนินงานได้

ศ.นพ.ยง

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสคลินิก วิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปรียบ เทียบถึงกระแสสังคมที่มีต่อโรคระบาดที่เกิดขึ้นในไทยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ในการประชุม “อว.ระดมองค์ความรู้ป้องกันและรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาและมาตรการดูแลนักศึกษา” ว่า “ผมอยู่ในเหตุการณ์การระบาดของโรคที่มีเชื้อจากโคโรนาไวรัส ได้แก่ โรคซาร์ส หรือโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ปี 2003-2004, โรคเมอร์ส หรือโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง ,ไข้หวัดใหญ่ 2009 และขณะนี้คือ โคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ 2019 ความคิดของผม เราคงหนีไม่พ้นการเกิดการระบาดในประเทศไทย แต่ควรชะลอให้เกิดช้าที่สุดประเทศไทยโชคดีที่ตอนนี้กำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะช่วยชะลอการเกิดโรคทางเดินหายใจ แต่ที่น่าห่วงคือ ช่วงฤดูฝน เดือน ก.ค.-ส.ค. ซึ่งเกรงว่าคนไข้ จะเฮโลกันเข้าโรงพยาบาล เราจะจัดการอย่างไร ผมเทียบกับสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 แม้ว่าคนไข้จะมีอาการเล็กน้อย แต่ก็ขอนอนโรงพยาบาล เพราะไม่ต้องการแพร่เชื้อให้คนอื่น หรือ กลัวว่าโรคนี้จะรุนแรง ทำให้เตียงโรงพยาบาลเอกชนเต็ม บางรายก็ขอจองเตียง ดังนั้นหากเกิดสภาพนี้ขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้ เราจะเตรียมการอย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีโรงพยาบาลสนามเหมือนประเทศจีน”

“สถานการณ์ปัจจุบันกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งห่างกัน 10 ปี มีความแตกต่างกันตรงที่ตอนนี้เรามีโซเชียลมีเดียที่ส่งผลกระทบต่อสังคมค่อนข้างมาก เราต้องมีหน่วยงานที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ด้วยข้อความที่สั้น เข้าใจง่าย และทันเวลา และควรพลิกวิกฤติเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่มีคณะวิชาต่างๆ มากมายกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำการวิจัยโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่ง สธ.มีตัวอย่างอยู่จำนวนหนึ่ง เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอด ผมบอกได้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่า แต่ไม่รู้ว่าจะเข้า ไปหา สธ.ช่องทางไหน ขณะนี้เราควรร่วมมือกัน” ศ.นพ.ยง กล่าวในที่สุด

“ทีมข่าวสาธารณสุข” เห็นด้วยว่า โรคอุบัติใหม่ที่ระบาดเป็นเรื่องซึ่งทุกคนตระหนัก แต่ต้องไม่ตระหนก เพราะนั่นอาจทำให้สถานการณ์ที่น่ากังวล ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก

อย่าตกเป็นเหยื่อของไวรัล หรือการส่งต่อข้อมูลที่เกินจริง หรือข้อมูลผิดๆในโลกโซเชียล

เพราะไวรัส ยังไม่น่ากลัวเท่า ไวรัลที่เกิด จากฝีมือมนุษย์.

ทีมข่าวสาธารณสุข

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสธนรักษ์ ผลิพัฒน์ยง ภู่วรวรรณไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าสุขภาพ

Most Viewed