ไลฟ์สไตล์
100 year

รับคนไทยกลับ 4 ก.พ.ป่วยดับ 259 จีนสำนึกผิด (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ก.พ. 2563 05:25 น.
SHARE

ควบคุมโรคล่าช้า สธ.ผวาไวรัสลามจ่อคัดกรองใหม่ นานาชาติเข้มสุดเข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน

รัฐบาลพร้อมรับคนไทยในอู่ฮั่นกลับ 4 ก.พ.นี้ คาดมาเกือบทั้งหมด 160 คน “อนุทิน” เล็งหารือนายกฯหาสถานที่กักตัวดูอาการ 14 วัน ขณะที่ สธ.เตรียมปรับเกณฑ์คัดกรองใหม่ หลังโชเฟอร์แท็กซี่ติดเชื้อจากผู้โดยสารชาวจีนที่ป่วย ด้านกรมการค้าภายในเตือนอย่าแห่กักตุนหน้ากากอนามัย ลั่นสต๊อกที่มี 200 ล้านชิ้น ใช้ได้พออีก 4-5 เดือนถึงไม่ผลิตเพิ่มเลย ส่วนนานาชาติขยับประกาศภาวะฉุกเฉินในประเทศ รับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยที่จีนยอดผู้ป่วยตาย 259 ราย ติดเชื้อพุ่งเกินหมื่นราย

ข่าวแนะนำ

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงเกาะติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และขณะนี้เชื้อไวรัสลุกลามแพร่ระบาดไปหลายสิบประเทศทั่วโลก โดยที่จีนเองยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ทำให้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ต้องประกาศให้เป็นภาวะ ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกไปแล้ว

ยอดตาย–ป่วยในจีนพุ่งไม่หยุด

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน แถลงยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไวรัสอู่ฮั่น ในประเทศจีน ยังทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 259 ราย และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ พุ่งเป็น 11,800 ราย

จีนรับคุมการแพร่กระจายไวรัสล่าช้า

นายหม่า กั๋วเฉียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเมืองอู่ฮั่น ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ซีซีทีวี ด้วยการยอมรับว่า ตนรู้สึกสำนึกผิดและต้องตำหนิตัวเอง หากมีมาตรการการควบคุมที่เข้มงวดออกไปก่อนหน้านี้ ผลที่ออกมาอาจจะดีกว่าในขณะนี้ก็เป็นได้ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ไว้กระทั่งใกล้จะสิ้นปีที่แล้ว ทั้งที่รับรู้การระบาดมาตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. หรืออาจจะก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ

มะกันประกาศภาวะฉุกเฉิน

ส่วนปฏิกิริยาของนานาชาติต่อการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะในครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับชาติ พร้อมเพิ่มมาตรการให้ชาวต่างชาติที่เพิ่งเดินทางกลับจากมณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของจีนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ห้ามเข้าประเทศ จะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาของการฟักเชื้อไวรัส เช่นเดียวกับชาวอเมริกันที่เดินทางไปยังพื้นที่อื่นในจีนด้วย โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 17.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 2 ก.พ.ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 05.00 น.ของวันจันทร์ที่ 3 ก.พ.ตามเวลาประเทศไทย หลังพบผู้ป่วยรายที่ 7 เป็นผู้ชาย ในเขตซานต้า คลารา รัฐแคลิฟอร์เนียเหนือ ที่เริ่มล้มป่วยขณะเดินทางกลับจากจีน ในเวลาเดียวกัน สายการบินพาณิชย์ทุกแห่งของสหรัฐฯ ที่มีเที่ยวบินไป-กลับจีน เริ่มเข้มงวดตามสนามบินนานาชาติ 7 หัวเมืองใหญ่ ทั้งนครนิวยอร์ก เมืองชิคาโก เมืองแอตแลนตา นครลอสแอนเจลิส เมืองซานฟรานซิสโก เมืองซีแอตเติล และเมืองฮอนโนลูลู

เตรียมอพยพเจ้าหน้าที่กลับอีก

ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยังประสานงานร่วมกับหน่วยงานของจีนเพื่อจัดเตรียม เที่ยวบินเพิ่มเติมสำหรับการอพยพชาวอเมริกันออกจาก เมืองอู่ฮั่น โดยเตรียมนำเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่มีภารกิจ จำเป็นและครอบครัวออกจากสถานทูตสหรัฐฯ ที่กรุงปักกิ่ง และสถานกงสุลในเมืองเฉิงตู เมืองกวางโจว นครเซี่ยงไฮ้ และเมืองเสิ่นหยาง

อิตาลีประกาศภาวะฉุกเฉินสกัดไวรัส

เช่นเดียวกับ รัฐบาลอิตาลีที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อหาทางพยายามรับมือการแพร่ระบาดของมหันตภัยไวรัส เพื่อเพิ่มอำนาจพิเศษให้กับเจ้าหน้าที่ โดยจะมีผลเป็นเวลา 6 เดือน และสั่งระงับทุกเที่ยวบินทั้งไป-กลับจีน หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อ 2 รายแรกในกรุงโรม เป็นคู่สามีภรรยาชาวจีน อายุ 65-66 ปี ที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น มาเที่ยวเมืองมิลานต่อด้วยกรุงโรม เจ้าหน้าที่จึงต้องเข้าปิดห้องพักที่ทั้งคู่อาศัยในโรงแรมแห่งหนึ่ง ส่วนผู้ที่สัมผัสหรือใกล้ชิด 20 คนยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ

รัสเซียเจอ 2 จีนป่วยเป็นครั้งแรก

วันเดียวกัน นางทัตยานา โกลิโคโว รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เผยว่า พบผู้ป่วยชาวจีนติดเชื้อไวรัส 2 รายแรกในประเทศ ทั้งที่เมืองซาเบคาลสกีและเมืองตูย์เมน อีกทั้งทางการรัสเซียเตรียมพร้อมอพยพประชาชนที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น 300 คน และเมืองหูเป่ยอีก 341 คน รวมถึงที่เกาะไห่หนาน อีกราว 2,665 คน กลับประเทศภายในวันที่ 4 ก.พ.นี้ ขณะที่สายการบินส่วนใหญ่ทั้งหมดในรัสเซียระงับทุกเที่ยวบิน ยกเว้นสายการบินแอร์โรฟล็อตที่จะเปิดให้บริการ 4 หัวเมืองใหญ่ของจีน รวมกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ เช่นเดียวกับสายการบิน 4 แห่งของจีนก็ยังให้บริการเที่ยวบินมายังรัสเซีย แต่รัสเซียก็เตรียมระงับวีซ่าให้ชาวจีน รวมถึงวีซ่าทำงานให้ชาวจีนด้วย

โปแลนด์ส่งบินพาณิชย์รับคนกลับ

นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา สายการบินล็อต ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของโปแลนด์จัดส่งเครื่องบินพาณิชย์จากกรุงวอร์ซอ ไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อไปรับพนักงานของสายการบิน รวมถึงชาวโปแลนด์และพลเมืองสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งนายวัลเดมาร์ คราสกา รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขโปแลนด์ แถลงว่า รัฐบาลเตรียมอพยพประชาชน 31 คน ที่อาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ขณะเดียวกัน ทางสายการบินเองก็ระงับทุกเที่ยวไปยังจีนจนถึงวันที่ 9 ก.พ. แต่ก็ประสานงานกับรัฐบาลหากประสงค์ให้อพยพประชาชนเพิ่ม

เยอรมนีพบคนป่วยรายที่ 6

ส่วนที่เยอรมนีพบเด็กป่วยติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นเป็นรายที่ 6 ของประเทศ เป็นลูกของคนงานชายที่บริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งมีคนงานติดเชื้อทั้งหมด 5 คน หลังเพื่อนร่วมงานจากจีนเดินทางมาเยี่ยมชมบริษัท ทั้งหมดอาการทรงตัว ขณะเดียวกัน บริษัท CureVac AC ผู้ผลิตยา ร่วมกับสมาพันธ์นวัตกรรมการเตรียมการโรคแพร่ระบาด (ซีอีพีไอ) ร่วมกันพัฒนาวัคซีนเพื่อรักษาเชื้อไวรัสตัวดังกล่าว ส่วนเครื่องบินของกองทัพเยอรมนีที่ไปรับพลเมืองกว่า 100 คนเดินทางกลับประเทศแล้วและจะถูกกักบริเวณเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ออสซี–กีวี ระงับเที่ยวบินตรงไปจีน

วันเดียวกัน สายการบินแควนตัส ของออสเตรเลีย กับสายการบิน แอร์ นิวซีแลนด์ เริ่มระงับเที่ยวบินตรงของสองประเทศไปยังจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยสายการบินแควนตัสงดเที่ยวบินจากนครซิดนีย์ไปยังกรุงปักกิ่ง กับนครซิดนีย์ไปยังนครเซี่ยงไฮ้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.นี้ไปจนถึงวันที่ 29 มี.ค. ยกเว้นเที่ยวบินไปยังฮ่องกงที่ไม่ได้ระงับให้บริการ เช่นเดียวกับ แอร์ นิวซีแลนด์ ที่ยกเลิกเที่ยวบินจากเมืองโอ๊กแลนด์ไปยังนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงเวลาเดียวกันกับสายการบินแควนตัส ซึ่งมีการระงับจากสายการบินทั่วโลกแล้วเกือบ 10,000 เที่ยวนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019

สอท.ส่ง จนท.ไปอู่ฮั่นอพยพคนไทย

ในส่วนของประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง แจ้งถึงกรณีการจัดส่งข้าราชการไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือคนไทยที่นครอู่ฮั่น จำนวน 3 คน ได้แก่ นายนิรัตน์ กาญจนรจิต เลขานุการเอก นายเมธัส ชัยพุฒิ เลขานุการเอก และนายอัคคณิต คามเกตุ เลขานุการโท เดินทางไปนครอู่ฮั่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการประสานงาน อำนวยความสะดวก และบริหารจัดการต่างๆในการเตรียมนำคนไทยออกจากพื้นที่ โดยข้าราชการทั้ง 3 คน เดินทางโดยรถยนต์จากกรุงปักกิ่งไปยังนครอู่ฮั่น ระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร (ใช้เวลา 14-15 ชั่วโมง) คาดว่าจะถึงนครอู่ฮั่นในช่วงเย็นวันที่ 2 ก.พ. และจะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งนี้ เมื่อข้าราชการข้างต้นเดินทางกลับหลังจากปฏิบัติภารกิจเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่ทางการจีนกำหนดโดยเคร่งครัด รวมถึงการตรวจร่างกาย การกักพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน

ตั้งวอร์รูมคุมราคาหน้ากากอนามัย

ช่วงสายวันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงมาตรการป้องกันการกักตุนหน้ากากอนามัยว่า ได้ลงนามคำสั่งให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ตั้งวอร์รูม โดยเชิญอธิบดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาช่วยกันกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการปฏิบัติการและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อไม่ให้มีการโก่งราคาหรือขายแพงเกินสมควร หากทำเช่นนั้นถือว่าผิดกฎหมาย โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์เรียกประชุมติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดสำรวจตลาดและรายงานให้ทราบทุกวันว่าพื้นที่ใดขาดตลาด ขายเกินราคา

มั่นใจผลิตได้ 100 ล้านชิ้นต่อเดือน

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่าจากการพูดคุยกับผู้ผลิตในประเทศที่มีอยู่ 10 ราย ทราบว่าปริมาณการใช้คือ 30 ล้านชิ้นต่อเดือน แต่ศักยภาพการผลิตสามารถผลิตได้ 100 ล้านชิ้นต่อเดือน ในเวลานี้ยังไม่พบปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ยังผลิตได้ต่อเนื่องอีก 4-5 เดือน ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนอย่าซื้อหน้ากากอนามัยกักตุนไว้เกินความจำเป็น เพราะโรงงานผลิตกำลังเร่งผลิต ส่วนการกว้านซื้อหน้ากากอนามัย กระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณาว่าจะมีมาตรการแก้ปัญหาอย่างไร เช่นเดียวกับปัญหาหน้ากากอนามัยปลอมที่อ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ต้องไปตรวจสอบ

เชื่อหน้ากากอนามัยไม่ขาดแคลน

ด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงหน้ากากอนามัยที่มีอยู่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ ว่า ประเทศไทยมีบริษัทผลิตหน้ากากอนามัยมากกว่า 10 ราย มีของอยู่ในสต๊อกไม่น้อยกว่า 100 ล้านชิ้นสามารถรองรับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาได้อีกประมาณ 4 เดือน หากการแพร่ระบาดมีแนวโน้มรุนแรงก็สามารถผลิตเพิ่มได้ ขณะนี้ชาวไทยเชื้อสายจีนจัดซื้อหน้ากากอนามัยในประเทศไทยส่งไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในประเทศจีนหลายรายแล้วภายใต้การควบคุมดูแลของกรมการค้าภายใน ไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ในประเทศแน่นอน

ย้ำมีในสต๊อกราว 200 ล้านชิ้น

เช่นเดียวกับนายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ย้ำเช่นกันว่าหน้ากากอนามัยทุกประเภท ทั้งแบบเอ็น 95, คาร์บอน ฯลฯ ยังมีเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ ประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้อกักตุน หรือซื้อเก็บไว้จำนวนมาก เพราะจะเป็นการสร้างความต้องการเทียม จนอาจทำให้ปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้ ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยรายใหญ่หลายรายได้เร่งกำลังการผลิต และผลิตต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง บางรายต้องประกาศรับสมัครคนงานเพิ่มจำนวนมาก เพื่อผลิตให้เพียงพอรองรับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา

“อย่างที่ทราบไทยใช้หน้ากากอนามัยเดือนละ 30 ล้านชิ้น แต่ช่วงนี้อาจเพิ่มเป็น 40-50 ล้านชิ้น ซึ่งหากไม่ผลิตเพิ่มเลย สต๊อกของผู้ผลิตทุกรายที่มีอยู่ราว 200 ล้านชิ้น จะมีเพียงพอใช้ไปได้อีก 4-5 เดือน แต่ขณะนี้ทุกรายเร่งผลิตเพิ่ม ดังนั้น ประชาชนไม่ควรซื้อเพิ่ม ให้ซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าซื้อกักตุนไว้ อาจทำให้ไม่เพียงพอ ถ้าคิดง่ายๆเฉพาะคนในกรุงเทพฯ มี 10 ล้านคน ถ้าซื้อเก็บไว้คนละ 10 ชิ้น ก็ต้องใช้มากถึง 100 ล้านชิ้น ปริมาณก็จะไม่เพียงพอแล้ว” นายประโยชน์กล่าว

หาซื้อไม่ได้ให้โทร.มา 1569

นายประโยชน์ ยังย้ำด้วยว่า ในการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาใช้เพียงหน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้าก็สามารถป้องกันการติดเชื้อได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้ากากแบบเอ็น 95 หรือคาร์บอน เพราะ เชื้อไวรัสโคโรนามีขนาดใหญ่กว่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มาก อีกทั้งไม่ได้ล่องลอยในอากาศเหมือนฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แต่จะแพร่กระจายด้วยการไอและจาม ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ล้างมือบ่อยๆให้สะอาด ใช้หน้ากากอนามัยเมื่อจะไปในที่ชุมชน ส่วนผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น เป็นไข้หวัด ต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อกันการแพร่กระจาย เป็นต้น และในบางพื้นที่ที่หาซื้อหน้ากากอนามัยได้ยาก เช่น แหล่งท่องเที่ยว ให้โทร.มาที่สายด่วนกรม 1569 จะประสานผู้ผลิตให้นำหน้ากากอนามัยมาขายให้ ซึ่งขณะนี้มีทั้งหน่วยงานราชการ ประชาชน โทร.เข้ามาจำนวนมาก อย่างล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศได้โทร.ประสานเข้ามาเพื่อจัดส่งไปให้สถานทูตไทยในประเทศต่างๆ ซึ่งกรมได้ประสานผู้ผลิตให้แล้ว

กระบี่โต้ไม่มีผู้ติดไวรัสโคโรนา

ขณะที่ จ.กระบี่ นายสมควร ขันเงิน รอง ผวจ.กระบี่ นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.กระบี่ แถลงกรณี นพ.วิทยา วัฒนเรืองโกวิท สสจ.กระบี่ ให้ข่าวพบผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5 ราย และมีชาวจีนอีกกว่า 100 ราย ที่มีอาการไข้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่า อาจจะเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ส่งผลกระทบเสียหายต่อจังหวัด ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โดย นพ.สุพจน์ กล่าวว่า ทาง รพ.ได้รับผู้ป่วยมาคัดกรองดูแล 1 ราย และกลับบ้านได้แล้ว ต่อมามีผู้ที่ป่วย 5 ราย มีไข้ 37.5 องศา มีน้ำมูกไหล มีท้องเสีย จำเป็นต้องดำเนินการคัดกรอง การเตรียมสถานที่ การตรวจวินิจฉัย ขอยืนยันว่า จ.กระบี่ ยังไม่มีผู้ป่วยไวรัสโคโรนา มีเพียงผู้ป่วยอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 5 รายเท่านั้น ส่วนอีก 100 กว่าราย ที่เป็นข่าว ตนไม่ทราบข้อมูลในเชิงลึกว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่เรารับรายงานแค่เป็นไข้หวัดธรรมดา พร้อมย้ำว่ามาตรการในตอนนี้ถือว่าเป็นระบบที่ได้มาตรฐาน ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนได้

ไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อรวม 19 ราย

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 ก.พ. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดย นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อนอนในโรงพยาบาล 12 ราย กลับบ้านแล้ว 7 ราย รวมสะสม 19 ราย ทั้งนี้ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 -31 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 344 ราย คัดกรองจากสนามบิน 39 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 305 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 70 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงอยู่ในระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 274 ราย โดยในวันที่ 31 ม.ค.2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่จำนวน 64 ราย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยทั้ง 12 ราย รวมถึงคนขับแท็กซี่ชาวไทยนั้นทุกราย อาการดีขึ้นรอเพียงผลตรวจไม่พบเชื้อแล้วก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

เตรียมพร้อมรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น

นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ส่วนกรณีการนำคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่นนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมรับคนไทยที่เดินทางกลับจาก เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ตามมาตรฐานการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่สูงสุด โดยเตรียมการตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ครอบคลุมทั้งเรื่องอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติภารกิจ การประสานงานระหว่างทีมแพทย์ไทยและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง มีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารทุกคนก่อนขึ้นเครื่อง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย มีการเตรียมการจุดคัดกรองเมื่อมาถึงสนามบิน หากตรวจพบผู้โดยสารมีอาการป่วยเข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่กำหนด ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการจะมีการตรวจคัดกรอง เฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้นโดยทีมแพทย์ ติดตามต่อเนื่องไปจนครบกำหนด 14 วัน

แนะวิธีทิ้งหน้ากากใช้แล้วให้ปลอดภัย

นพ.ธนรักษ์กล่าวต่อว่า ขอแนะนำคนไทยปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตัวเองและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม ขอเชิญชวนประชาชนพกหน้ากากอนามัยจากผ้าไว้ติดตัวเพื่อป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ หากมีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที สำหรับการทิ้งหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ใช้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งเชื้อโรค ให้พับหน้ากากอนามัยแล้วม้วนใส่ถุงที่ปิดสนิทแล้วทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด ล้างมือทุกครั้งหลังทิ้งหน้ากากอนามัย หากเป็นหน้ากากผ้าควรมีสำรองอย่างน้อย 2 ผืน เมื่อใช้แล้วต้องซักทำความสะอาด ตากแดดให้แห้งเพื่อฆ่าเชื้อทุกครั้ง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือเว็บไซต์กรมควบคุมโรค

“อนุทิน” ห่วงแต่ยังมั่นใจรับมือไวรัสได้

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่าขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขพร้อมทั้งแพทย์พยาบาลบุคลากร อุปกรณ์ป้องกันยาต่างๆที่จะเข้าไปรับคนไทยที่เมืองอู่ฮั่นแล้วแต่รอจีนพร้อม จะเข้าพื้นที่ทันที ส่วนตัวยังยืนยันว่าอยากจะไปรับคนไทยกลับประเทศเอง แต่ติดที่เมื่อกลับมาแล้วจำเป็นจะต้องเข้าสู่มาตรการควบคุมป้องกันโรค 14 วัน จึงอาจจะยังไม่สะดวก ส่วนกรณีที่มีการตรวจพบแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นรายแรกที่เกิดการติดเชื้อภายในประเทศนั้น ก็มีความเป็นห่วง แต่ยังมั่นใจในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขของประเทศไทย

เล็งปรับเกณฑ์คัดกรองผู้ติดเชื้อ

ขณะที่ รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และที่ปรึกษากรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจากองค์การอนามัยโลก ประกาศให้การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศนั้น มีประโยชน์ที่ชัดเจน ทำให้ทุกประเทศตื่นตัวในการเฝ้าระวัง และช่วยให้ประเทศที่ไม่มีกำลังทรัพยากรเพียงพอในการป้องกันโรคได้รับความช่วยเหลือ เกิดการระดมทรัพยากรเพื่อช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งในไทยก็ดำเนินการเฝ้าระวังโรคอยู่แล้ว เช่นกันกับประเทศในกลุ่มยุโรปและสหรัฐฯ ทั้งการประกาศขององค์การอนามัยโลก ไม่ได้มีการจำกัดการเดินทาง การค้าขาย แต่ให้อำนาจในแต่ละประเทศตัดสินใจ โดยประเทศไทยเริ่มคัดกรองผู้ป่วยมาแล้วระยะหนึ่ง และหลังจากที่พบผู้ป่วย และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ ทำให้วันนี้ เตรียมหารือผู้เชี่ยวชาญปรับเกณฑ์การพิจารณาการตรวจจับ คัดกรองผู้ป่วยใหม่ จากเดิมที่ต้องเข้าหลักเกณฑ์ 3 ข้อ 1.เป็นคนจีน มาจากอู่ฮั่น 2.มีไข้ 37.5 องศา 3.มีอาการป่วยทางเดินหายใจ ปรับมาเป็นคนไทยที่เกี่ยวข้องทำงานสัมพันธ์กับชาวจีน ซึ่งมีตั้งแต่ทัวร์ และบริษัท การหารือเพื่อหาคำจำกัดความในเรื่องนี้ และต้องทำให้การสื่อสารง่ายด้วยเพื่อความเข้าใจ เพราะกลไกการตรวจคัดกรองต้องชัดเจน

พ่อแม่ห่วงนักศึกษาติดค้าง “อู่ฮั่น”

ที่วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี กลุ่มผู้ปกครองเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแผนกวิชาโลจิสติกส์ 8 คน ที่เดินทางไปศึกษาที่สถาบันเทคโนโลยีการต่อเรืออู่ฮั่น ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้ โดย น.ส.สุภาภรณ์ ราชจินดา อาจารย์ที่ปรึกษานักศึกษาชั้น ปวส.1 กล่าวว่า นักศึกษาทั้งหมดเป็นนักศึกษาชุดแรกที่ไปเรียนที่เมืองอู่ฮั่น เดินทางไปเมื่อเดือน ก.ย.62 มีกำหนดกลับวันที่ 20 ก.ค.63 ได้พูดคุยกันผ่านทางวิดีโอคอลทราบว่าทั้งหมดอยู่ภายในห้องพักของสถาบัน ได้รับการดูแลจากทางการจีนเป็นอย่างดี ทุกคนยังสุขภาพแข็งแรงดี ไม่ได้รับเชื้อ แต่จะต้องอยู่ในบริเวณที่จำกัด ทั้งนี้ ทางสถานทูตไทยประจำประเทศจีนได้มีการประสานกับทางกลุ่มนักศึกษาอยู่ตลอด แจ้งว่ามารับตัวกลับประเทศไทยได้ในวันที่ 4 ก.พ. นักศึกษากลุ่มนี้ประกอบด้วย น.ส.เกวลี ปลอดภิญโญ น.ส.จณิตตา พัฒศรีทอง นายธนกร คงแก้ว นายพลลพ แก้วพุ่มช่วง นายธนวัฒน์ บุญต่อ นายธนดล ดิลกรัตนพิจิตร นายอันดา คชโสภณ และนายศุภณัฐ โครซ่า

พบเชื้อติดคนสู่คนเพิ่ม

วันเดียวกัน ดร.เกาเด็น กาเลีย ตัวแทนองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประจำกรุงปักกิ่ง ของจีน แนะนำให้รัฐบาลประเทศต่างๆเตรียมพร้อมในการรับมือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อาจแพร่ระบาดอย่างรุนแรง โดยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการระบุตัวผู้ติดเชื้อให้เร็วสุดเท่าที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อในเกาหลีใต้เพิ่มเป็นรายที่ 12 จากการสัมผัสจากคนสู่คน เช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสมรณะ รายที่ 17 เป็นผู้หญิงอายุราว 20 ปี เป็นไกด์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวอู่ฮั่นบนรถทัวร์คันเดียวกับที่เจอผู้ติดเชื้อ 2 รายก่อนหน้านี้ ขณะที่เวียดนามพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีกราย รวมเป็น 6 ราย

จีนยกระดับคุม–วอนยุโรป

ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในมณฑลหูเป่ย โดยที่เมืองหวงกัง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอู่ฮั่น ได้มีคำสั่งห้ามพลเมืองออกจากที่พักอาศัย และแต่ละครอบครัวจะได้รับอนุญาตให้ออกจากที่พักอาศัยเพื่อไปซื้อเสบียงอาหารเพียง 1 คนในทุกๆ 2 วัน ส่วนนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้ร้องขอสหภาพยุโรปช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดซื้อเวชภัณฑ์ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัทแอปเปิล ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังของสหรัฐฯ ออกมาตรการปิดร้านค้าและสำนักงานทุกแห่งในประเทศจีน ไปจนถึงวันที่ 9 ก.พ.นี้ เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน

เวียดนามระงับบินไปจีนทุกไฟลท์

นอกจากนี้ ยังมีปฏิกิริยาจากหลายชาติที่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นโดยที่เวียดนามพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรม วัย 25 ปี ในจังหวัดคันห์ฮวา ทางภาคใต้ของประเทศ ขณะที่สายการบินแห่งชาติเวียดนาม แอร์ไลน์ส และสายการบินเวียดเจ็ท ประกาศระงับทุกเที่ยวบินที่ไปจีนโดยทันที ขณะที่ออสเตรเลีย ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศระงับเที่ยวบินตรงไปจีนแล้ว ล่าสุดนายสก็อตต์ มอร์ริสสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยว่า รัฐบาลออกมาตรการมีผลบังคับใช้ทันที ห้ามบุคคลใดที่เดินทางมาจากจีนเข้าประเทศ ยกเว้นแต่จะเป็นพลเมืองออสเตรเลีย หรือมีใบอนุญาตพำนักในประเทศ หรือมีผู้ปกครอง-แต่งงานกับชาวออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงจะต้องกักบริเวณอยู่ในบ้านพักเป็นเวลา 14 วัน

ยอดผู้ติดเชื้อในต่างแดนเขยิบขึ้นอีก

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานยอดผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะที่ได้รับการยืนยันนอกประเทศจีน ณ วันที่ 1 ก.ย.2563 ว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสะสม 19 ราย สิงคโปร์ 16 ราย ญี่ปุ่น 14 ราย ฮ่องกง 13 ราย เกาหลีใต้ 12 ราย ออสเตรเลีย 11 ราย ไต้หวัน 10 ราย มาเลเซีย 8 ราย มาเก๊า 7 ราย สหรัฐฯ 7 ราย เยอรมนี 7 ราย ฝรั่งเศส 6 ราย เวียดนาม 6 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 ราย แคนาดา 4 ราย อิตาลี 2 ราย รัสเซีย 2 ราย ส่วนกัมพูชา อินเดีย เนปาล ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ฟินแลนด์ สวีเดน และสเปน อย่างละ 1 ราย ในจำนวนนี้ถือเป็นการพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในรัสเซีย และสวีเดน ซึ่งจากการที่พบเชื้อแพร่กระจายไปหลายประเทศ ทำให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน นำคณะแพทย์และพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุขไปให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐานแก่นักเรียนและนักศึกษาไทยที่กรุงอิสลามาบัด และเมืองละฮอร์ รวมกว่า 200 คน พร้อมมีการบรรยายเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสอู่ฮั่น และวิธีการป้องกันตนเองจากโรคดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น

4 ก.พ.บินรับคนไทยในอู่ฮั่น

ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่นว่าเรากำหนดบินรับคนไทยในวันที่ 4 ก.พ.โดยจำนวนคนไทยอยู่ที่อู่ฮั่น 160 คน เมื่อวันที่ 31 ม.ค. แจ้งเจตจำนงไว้ 130-140 คน ใครกลับต้องดูแลหมด กลับมาแล้วถ้าจำเป็นต้องกักตัวก็ต้องทำตามมาตรฐานสากลทุกอย่าง ส่วนสถานที่กักตัวเพื่อควบคุมโรคหากกลับมาทั้งหมด 160 คน จะหารือในวันที่ 3 ก.พ.นี้กับนายกฯว่าหน่วยงานใดจะมาช่วยดู เบื้องต้นถ้ามีการกักตามอาการ สถาบันบำราศนราดูรรับได้อยู่แล้ว และกระทรวงสาธารณสุขมี 2-3 โรงพยาบาลที่รองรับได้ พร้อมยืนยันมาตรการการควบคุมของไทยเกินหลักมาตรฐาน เราทำดีที่สุด เพราะเป้าหมายคือทำให้คนไทยปลอดภัยมากที่สุด ขอให้เชื่อมั่น ส่วนมาตรการป้องกันหลังพบมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนไทยแล้วคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ปฏิบัติตามหลักป้องกัน เรื่องโอกาสที่จะมีการติดเชื้อก็มีอยู่ แต่ไม่ใช่จะง่ายเท่าไร ถ้ารู้จักระมัดระวังตามหลักสุขอนามัย ขณะนี้ถ้าไปแหล่งที่มีคนจีนควรหลีกเลี่ยง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าข่าวหน้า1ไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 11:05 น.