"จุรินทร์" ตรวจโรงงานหน้ากากอนามัย ที่นนทบุรี พบสินค้ามีพอความต้องการของประชาชน วอนอย่ากักตุน แนะหากพบการขายโก่งราคา แจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน 1569 


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ม.ค.63 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะตรวจเยี่ยมบริษัท ไทยฮอสพิทอลโปรดักส์ จำกัด ซอยวัดกู้ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย รายใหญ่ของประเทศ โดยสำรวจกำลังการผลิตและกรรมวิธีการผลิต ทั้งนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้ ตนพร้อมคณะมาดูการผลิตหน้ากากอนามัย ซึ่งขณะนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้ป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่า และหลังจากวันนี้ ก็จะไปตรวจไปเยี่ยมดูการจำหน่ายหรือการขายปลีกอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับ ประเทศไทยมีความต้องการใช้หน้ากากอนามัยในประเทศเดือนละ 30 ล้านชิ้น โดยประมาณ ซึ่งศักยภาพการผลิตทั้งระบบมีอยู่ประมาณ 10 โรงงานใหญ่ มีกำลังการผลิตรวมถึงเดือนละประมาณ 100 ล้านชิ้น เท่ากับว่า ยังเหลือกำลังการผลิตอยู่ อย่างไรก็ตาม ก็มีการประเมินโดยกรมการค้าภายในว่า การใช้ปกติเดือนละ 30 ล้านชิ้นในประเทศ และถัดจากนี้ไป ถ้าสถานการณ์ไวรัสโคโรน่ายังไม่พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความต้องการใช้ก็อาจจะเพิ่มจาก 30 ล้านชิ้นเป็น 40 ล้านชิ้นต่อเดือน

...

ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินเบื้องต้น ยังเชื่อมั่นว่า กำลังการผลิตและการผลิตรวมในประเทศ เพียงพอสำหรับการความต้องการของตลาดในประเทศ อีกทั้งสต๊อกปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 200 ล้านชิ้น ก็เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ได้ 4-5 เดือน หากไม่มีการผลิตเพิ่ม จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก และไม่ควรซื้อมากักตุน เพราะการกักตุน จะทำให้ของขายตลาด

ทั้งนี้ นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ทางกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบและติดตามดูอย่างใกล้ชิดมีอยู่สองเรื่องคือ 1.เรื่องปริมาณอย่าให้ขาดแคลน 2.ดูเรื่องราคาไม่ให้มีการโก่งราคาขายเกินราคาที่เป็นธรรม สำหรับเรื่องปริมาณและราคานั้น ให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สั่งการไปยังพาณิชย์จังหวัด ซึ่งสั่งการไปหลายวันแล้ว ให้ไปตรวจตลาด อย่าให้เกิดปัญหาเรื่องการขาดแคลนหรือการโก่งราคา ถ้าพบที่ไหนให้รายงานมาที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้แก้ปัญหาต่อไป

โดยวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ทางกรมการค้าภายในเชิญผู้ผลิตทั้งหมดที่มีประมาณ 10 ราย มาพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วว่า ขอให้วางแผนในการผลิตหน้ากากอนามัยให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ หากติดขัดให้แจ้งกรมการค้าภายใน เพื่อป้องกันการขาดตลาด สำหรับผู้บริโภค หรือผู้ใช้ทางใดที่พบว่ามีการโก่งราคาขาย ขอให้แจ้งที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือแจ้งสายด่วนของกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในได้ที่หมายเลข 1569 ทันที.