พาสำรวจมาตรการรับมือ "ไวรัสโคโรน่า" ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นักท่องเที่ยวยังพลุกพล่าน พร้อมชี้จุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ ขณะที่หน้ากากอนามัยจำกัดการซื้อคนละ 2 ชิ้น
จากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งขณะนี้ทางการของจีนได้ประกาศยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่า 7,000 ราย ขณะที่ประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ณ วันที่ 30 ม.ค.63 พบว่ามีทั้งสิ้น 14 ราย โดยอนุญาตให้กลับบ้านได้ 6 ราย นอนโรงพยาบาลต่อ 8 ราย
ล่าสุด วันที่ 30 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น โดยส่วนใหญ่ได้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง มีเพียงบางส่วนโดยเฉพาะเด็กเล็กไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย
เบื้องต้น พบว่าบริเวณทางเข้าอาคารผู้โดยสาร มีแม่บ้านของทางสนามบินใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดรถเข็น ซึ่งเป็นจุดแรกที่ผู้โดยสารสัมผัส เมื่อเข้าไปในอาคารแล้วไม่พบว่ามีจุดคัดกรองผู้ป่วยแต่อย่างใด มีเพียงจุดให้บริการแอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งมี 2 จุดที่เห็นได้หลักๆ คือ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ (เป็นเครื่องอัตโนมัติ) และ จุดบริการ wrap กระเป๋าเดินทาง นอกจากนี้ยังพบว่า ร้านค้าบางแห่งได้ติดตั้งแอลกอฮอล์ล้างมือไว้ให้ลูกค้าอีกด้วย
...
สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการซื้อหน้ากากอนามัยนั้น ร้านค้าในสนามบินบางแห่งได้ติดป้ายขอความร่วมมือ จำกัดการซื้อหน้ากากอนามัยท่านละ 2 ชิ้นเท่านั้น
จากการสอบถาม แม่บ้านสนามบิน เปิดเผยว่า ตนเองได้ทำความสะอาดตามปกติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้ต้องทำความสะอาดถี่ขึ้นเท่านั้น ซึ่งแต่ละจุดจะมีแม่บ้านและทีมทำความสะอาดแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ แต่จุดที่ทำความสะอาดได้ยากคือ เก้าอี้ เนื่องจากมีผู้โดยสารใช้บริการทั้งวัน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเมื่อเข้าไปทำความสะอาด
จากการสังเกตพบว่า แม่บ้านของสนามบินได้ใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์ เช็ดจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัส เช่น ราวกั้น เคาน์เตอร์ จุดให้บริการชาร์จแบต รวมไปถึงการทำความสะอาดพัดลมขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในสนามบิน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด่านควบคุมโรค ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โดยจะมีจุดคัดกรองผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ที่มีการระบาด เป็นการคัดกรองด้วยเครื่องตรวจอุณหภูมิของผู้โดยสารทุกคนที่จะผ่านเข้าไปยังจุดตรวจคนเข้าเมือง เครื่องจะตรวจจับผู้โดยสารผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนแบบ universal และจุดติดตั้งเทอร์โมสแกน รวมทั้งมีการแจกบัตรคำเตือนสุขภาพ และการแสกน QR code เพื่อดูคำแนะนำด้านสุขภาพ มีการแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การมาดูมาตรการคัดกรองที่ สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้พบว่ามีความรอบคอบดีตามมาตรฐานสากล ซึ่งทุกประเทศมีความเสี่ยง จึงต้องผ่านด่านวัดอุณหภูมิร่างกายและตรวจอาการ รวมทั้งสิ้น 3 จุด ซึ่ง หากพบว่ามีอาการ ต้องส่งไปรักษาพยาบาลต่อไป เพราะเน้นย้ำว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล คิดเองทำเองไม่ได้ ซึ่งตนเองก็เป็นห่วงประชาชนคนไทย ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาก็ต้องดูแลเช่นเดียวกันกับคนไทยในต่างประเทศ ที่ต่างประเทศก็ต้องดูแลเช่นเดียวกัน.