บ้านพักเด็กสุราษฎร์ธานีรับตัว "น้องน้ำข้าว" ไปดูแลชั่วคราว พร้อมสอบสวน และประเมินหาความพร้อมคนอุปการะก่อนส่งเด็กคืน ขณะที่พ่อเผยติดต่อลูกตลอดไม่เคยทิ้ง จะรับลูกกลับมาอยู่ด้วย
จากกรณี น้องน้ำข้าว เด็กหญิง ที่ป้าดา หรือ นางสาวกานดา อายุ 36 ปี ป้าข้างบ้านอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียเล่าเรียน แต่ขัดสนค่าอาหารกลางวัน จนต้องขาดเรียนบางครั้ง ตามที่ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ (วันเด็กของ "น้องน้ำข้าว" ขอแค่เงินเล็กๆ น้อยๆ ไปซ่อมล้อจักรยานของหนู)
ล่าสุด พ่อของน้องข้าว เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐว่า ตนเป็นพ่อของน้องน้ำข้าว กับภรรยาที่ติดคุก มีลูกด้วยกัน 4 คน โดยน้องน้ำข้าวเป็นคนสุดท้อง และเมื่อติดคุกได้ไปจ้างแม่ของนางสาวกานดาเลี้ยง ซึ่งที่ผ่านมาก็ติดต่อกันตลอดกับตน และครอบครัว
สำหรับเงินค่าเลี้ยงดู ถ้ามีก็จะเอาให้ ครั้งละ 500-1,000 บาท ถ้าไม่มี ก็จะบอกว่าไม่มี ตามฐานะของตน เนื่องจากตนเป็นช่างรับเหมาทาสี มีรายได้น้อย และที่ผ่านมาเคยขอบุตรสาวกลับมาเลี้ยง แต่ทางแม่ของกานดา ขอไว้ก่อน เนื่องจากมีความผูกพัน ตนจึงยังไม่ได้รับกลับ
ทั้งนี้ ด้วยศักยภาพตนเองสามารถเลี้ยงน้องน้ำข้าวได้ ขณะมีความประสงค์จะรับน้องน้ำข้าวมาเลี้ยง และพอเห็นข่าวก็ให้ข้อมูลไม่เป็นความจริงว่า ตนมีครอบครัวใหม่ และไม่ส่งเสียบุตรสาว ทำให้เสื่อมเสีย ตนยิ่งอยากเอาน้องน้ำข้าว บุตรสาวกลับมา
"ผมก็กลัวสังคมจะมองว่า พอมีเงินบริจาคแล้วไปรับลูกสาวมาเลี้ยง ซึ่งความจริงไม่ใช่เช่นนั้น และผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงให้ข่าวเช่นนั้น เพราะผมเองประสงค์จะรับลูกมาเลี้ยงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และยังคงติดต่อกันได้ บ้านก็อยู่ใกล้กัน"
...
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แยกพาน้องน้ำข้าวไปพักชั่วคราวที่ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้ว หลังจากที่ได้เข้าไปสืบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้นกับมารดาน้องน้ำข้าว ภายในเรือนจำกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี
นางสาวรัชนีย์ ใจห้าว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เราได้แยกเด็กมาคุ้มครองก่อน เนื่องจากการลงพื้นที่ พบว่าสิ่งแวดล้อมที่เด็กอยู่ค่อนข้างจะไม่เหมาะสม จึงต้องรับมาที่บ้านพัก เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ ซึ่งจะให้การดูแลในเรื่องปัจจัย 4 ที่อยู่อาศัย สุขภาพ ฟื้นฟู บำบัด และหาครอบครัวที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องสืบข้อเท็จจริงทั้ง 3 ฝ่าย คือ แม่เด็ก พ่อ และคนอุปการะเลี้ยงดู
โดยหากฝ่ายใดมีความพร้อมที่จะดูแลเด็ก และผ่านการประเมินได้ว่าพร้อม ก็จะให้เด็กกลับไปอยู่ในความดูแลเพื่อประโยชน์ของเด็กมากที่สุด ซึ่งจะต้องเข้าที่ประชุมสหวิชาชีพต่อไป ซึ่งขณะนี้เด็กจะต้องอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยอดเงินบริจาค ที่ผ่านบัญชีของนางสาวกานดา มียอดจำนวน 65,786 บาท ซึ่งในนี้ (14 ม.ค.) จะมีการปิดสมุดบัญชี และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และส่งมอบเงินดังกล่าว เพื่อผ่านคณะกรรมการในการให้ประโยชน์สูงสุดแก่น้องน้ำข้าวต่อไป