นักวิชาการวิเคราะห์กันต่อ เจาะลึกอาวุธ "โจรปล้นร้านทอง" ลพบุรี เลือกชนิดปืนสมรรถนะสูง ราคาแพง เผยปลอกกระสุน-หัวกระสุนในที่เกิดเหตุ สามารถสาวถึงตัวคนร้ายได้
วันที่ 13 ม.ค.63 ในรายการ "ถามตรงๆ กับจอมขวัญ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ได้พูดคุยกับนักวิชาการ ผศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ นักวิชาการด้านอาชญาวิทยา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และ วิทยา สุขสมโสตร บรรณาธิการนิตยสาร Guns & Tactics ถึงกรณี "โจรปล้นร้านทอง" ที่ลพบุรี
ผศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช เปิดเผยว่า ในแนวทางการสอบสวนแม้ว่าจะได้ข้อมูลที่ใกล้ได้ตัวคนร้ายแล้ว การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนไม่ใช่สิ่งดีต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นต้องรอจนกว่าจะได้ตัวคนร้ายจึงจะมีการแถลงข่าว แต่หากใครทราบเบาะแสจริงๆ ก็ให้แจ้งไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเลย จะเป็นประโยชน์ที่สุด
เคสนี้ถือว่าเป็นเคสที่ยากมาก ดังนั้นสิ่งเดียวที่เจ้าหน้าที่จะแกะรอยได้ดีที่สุดก็คือ ปลอกกระสุนปืน ตัวหัวกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนที่เหลือตามรอยได้ยากมาก เพราะคนร้ายปิดหน้า และระยะเวลาในการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดก็ใช้เวลานาน เพราะหากมองจากความเป็นจริงแล้ว ยกตัวอย่าง กล้องแค่ 1 ตัวต้องใช้เวลาในการดูตามระยะเวลาจริง ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง
ด้าน นายวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในมุมมองส่วนตัวมองว่า กระแสโซเชียลที่มีคนออกมาให้ข้อมูล อาจจะทำให้แนวทางในการสืบสวนสับสนไปคนละทาง โดยเฉพาะเรื่องอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ ซึ่งตนแจ้งให้ทราบไปแล้วว่าเป็นปืนรุ่น CZ SP-01 แต่กระแสโซเชียลแย้งว่าเป็นรุ่น HK USP ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันมาแล้ว ซึ่งความสำคัญที่ต้องระบุชนิดปืนให้ได้เพราะจะทำให้วงการค้นหาแคบลง
...
สำหรับ CZ SP-01 เป็นรุ่นที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษใช้ คนปกติใช้น้อย ราคาสูง มักอยู่ในกลุ่มของนักกีฬา หรือกลุ่มคนที่ต้องการปืนที่มีสมรรถนะสูง ความพิเศษของรุ่นนี้คือ ทำมาให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษใช้
ผศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช กล่าวว่า ปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุสามารถนำไปตรวจได้ ปลอกกระสุนเวลายิงออกไป ปืนจะสับไปที่ท้ายของปลอกกระสุนเรียกว่า เข็มแทงชนวนของปืน จะเกิดลัญลักษณ์ แต่ละกระบอกจะไม่เหมือนกัน เป็นเหมือนลายนิ้วมือของมนุษย์ รวมถึงบนหัวกระสุน เวลากระสุนออกจากกระบอกปืน จะเกิดการหมุนเป็นเกลียว ซึ่งปืนแต่ละกระบอกจะสร้างรอยขีดไม่เหมือนกัน
ปืนแต่ละกระบอกจะมีการเก็บข้อมูลไว้ที่ระบบ ibis ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ก็ต้องมาวิเคราะห์กัน เช่น การเทียบกับข้อมูลในคดีอื่นๆ เช่น ปล้นร้านทองที่ภูเก็ต
ผศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช กล่าวถึงลักษณะการก่อเหตุ กรณีคนร้ายขึ้นบนตู้ทองแล้วยิงซ้ำจนทำให้พนักงานเสียชีวิตว่า มีสมมติฐานหนึ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงก็คือ อาจเป็นเรื่องของชู้สาว ไม่ประสงค์ต่อทรัพย์ แต่คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะสืบตรงนี้ด้วย และไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการตั้งสมมติฐานหลายข้อ.