เปลือยเบื้องหลังความสำเร็จของ นิสิต BBA จุฬาฯ คว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันเคสธุรกิจ AIBC 2019 ระดับโลกที่แคนาดา กว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องทุ่มเท
ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับ นิสิตหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (นานาชาติ) BBA (International Program) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน AIBC (Alberta International Business Competition 2019) ที่จัดขึ้นที่ เมืองแจสเปอร์ รัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ได้แก่ นายภากร ชวนะลิขิกร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 นางสาวณัฐธยาน์ สิทธิศรัณย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 นางสาวอริสรา พรรัตนรักษา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ นายเจษฏจิต จิตร์แจ้ง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์จึงพาไปพูดคุยกับ รศ.ดร.บุรัชย์ ภัทราโกศล อาจารย์ผู้รับผิดชอบชมรม Case Club และน้องๆ คนเก่ง ถึงเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้
รศ.ดร.บุรัชย์ กล่าวว่า การแข่งขัน AIBC เป็นการแข่งขันกรณีศึกษาทางธุรกิจระดับนานาชาติ จัดขึ้นที่เมืองแจสเปอร์ ประเทศแคนาดา โดยจะเชิญ 12 มหาวิยาลัยต่างๆ จากทั่วโลกไปร่วมการแข่งขัน ซึ่งในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่ได้รับเชิญ 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
...
สำหรับขั้นตอนคัดเลือกตัวแทนนิสิตไปแข่งขัน จะเลือกจากนิสิตในชมรม "เคสคลับ" (Case Club) ซึ่งเป็นการรวมตัวของนิสิต BBA ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไปจนถึงชั้นปีที่ 4 ที่สนใจการแก้ปัญหาจริงทางธุรกิจ หรือ Case Study ซึ่งนิสิตที่สนใจจะใช้เวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละประมาณ 2-3 ชั่วโมงเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ทำความเข้าใจเคสต่างๆ ว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร ประกอบกับมีรุ่นพี่กลับมาช่วยด้วย หรือเรียกได้ว่าเป็น "กิจกรรมพัฒนานิสิตนอกหลักสูตร" เพื่อให้นิสิตได้เห็นโลกแห่งความจริงมากขึ้นและสามารถนำกลับไปใช้ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะคัดเลือกจากการแข่งขันกันที่จัดภายใน ซึ่งผู้ชนะจะได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนไปแข่งขัน
เมื่อถามถึงประโยชน์ที่ได้จากแข่งขันนั้น ในฐานะอาจารย์ขอพูด 3 มุม ในส่วนแรกนั้นขอพูดในมุมมองของเคสคลับ ชัยชนะในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำว่าเราได้สร้างนิสิตที่มีคุณภาพ และสิ่งที่นิสิตได้ลงทุนไปนั้นมันเห็นผลได้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะชนะได้ มันต้องมีการเตรียมตัว และต้องใช้เวลานาน
ส่วนที่ 2 เป็นการยืนยันว่าคณะของเราสามารถสร้างนิสิตเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยทั่วโลก และความสำเร็จของเคสคลับในช่วงเวลา 10-20 ปี เราชนะเกือบทุกปี นั่นเป็นผลมาจากการที่เราทุ่มเทในการพัฒนานิสิต ซึ่งคิดว่าคณะเราน่าจะภูมิใจ เพราะผลงานที่ผ่านมาก็พิสูจน์ความสามารถของนิสิตอยู่แล้ว "รางวัลระดับโลก" เป็นสิ่งที่สามารถจับต้องได้จริง ชัดเจน ไม่ต้องรอเวลา
และสุดท้ายก็คือผู้ปกครอง ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับมาตรฐานของคณะเรา อาจจะไกลตัวไปหรือไม่ แต่สิ่งที่ทำให้เขาสบายใจนั่นก็คือผลงานของรุ่นพี่ที่เรียนจบ หรือผลงานของนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ขณะนี้ นั่นคือสิ่งที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุด ไม่ต้องรอเวลาเพราะสามารถเห็นได้เลย
ความรู้สึกในการเป็นตัวแทนไปแข่งขัน
นางสาวณัฐธยาน์ ยอมรับว่า แรกๆ รู้สึกกดดัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ทำหน้าที่ในฐานะปี 4 ต้องช่วยเพื่อนในทีมและต้องให้ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับน้องๆ แต่ไม่ได้กดดันเรื่องที่ต้องชนะ เพราะทุกคนในทีมคุยกันตลอดว่า ไม่ได้อยากไปแข่งเพื่อนชนะเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะเครียดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร พยายามโฟกัสขั้นตอนการทำงาน การซ้อมทำเคสในแต่ละครั้ง แล้วมานั่งคุยกันว่าทีมเราจะต้องพัฒนาอะไรบ้าง พอได้คุยกันความกดดันในตอนแรกก็จะหายไป เพราะรู้สึกว่าเรามีรุ่นน้อง มีเพื่อนที่คอยชี้แนะ แม้บางครั้งอาจมีเรื่องที่ตนทำได้ไม่ดีมากก็ยังมีคนช่วยให้พันฒนาไปด้วยกัน
จุดแข็งที่ทำให้ชนะคู่แข่ง
นายภากร กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้จะมีทั้งหมด 2 เคส คือ เคสสั้น 5 ชั่วโมงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (Jasper National Park) ตั้งอยู่ในรัฐแอลเบอร์ตา โจทย์คือเขาต้องการลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เป็นชาวต่างชาติ ไม่ค่อยรู้กฎของอุทยานฯ และเคสยาว 30 ชั่วโมง เป็นโจทย์เกี่ยวกับธุรกิจสปอร์ตคลับที่ต้องการรับสมัครพนักงานซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่มาทำงานในองค์กร ตั้งแต่ตำแหน่งหน้าร้านไปจนถึงระดับคนดูแลภาพรวม
สำหรับจุดเด่นของทีม จากที่ฟังมากจากคณะกรรมการคือ การคิดนอกกรอบ ซึ่งต่างจากทีมอื่นที่ไม่ได้แก้ปัญหาโดยตรง ยกตัวอย่างเคสยาวที่โจทย์ต้องการดึงคนรุ่นใหม่ไปทำงาน ทีมอื่นจะรับสมัครคนที่ยังเป็นแบบสมัยเก่ามากกว่า เช่นการไปจับมือกับมหาวิทยาลัย
รศ.ดร.บุรัชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คำว่า "นอกกรอบ" ในโลกของการทำธุรกิจ โดยพื้นฐานแล้วต้องการความคิดที่ทำแล้วได้ผลจริง ไม่เลียนแบบคนอื่น และคนอื่นลอกเลียนแบบเราได้ยาก นั่นคือแนวความคิดนอกกรอบ ที่น้องๆ ได้เสนอนำเสมอไป
นางสาวณัฐธยาน์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นจุดเด่นของทีม คิดว่าคือ ความชัดเจนในการสื่อสารกลยุทธ์ของทีมให้คณะกรรมการได้รู้ สามารถนำเสนอให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า หากบริษัทนำไอเดียของทีมเราไปใช้จะออกมาในรูปแบบใด เช่น การทำโบรชัวร์แจกคนที่มาเที่ยวในอุทยานฯ หรือในเคสที่ 2 ทีมเราก็ได้ทำ Roleplay แสดงบทบาทเป็นพนักงานของสปอร์ตคลับมานั่งคุยกันให้เห็นภาพเลย ซึ่งส่วนนี้จะทำให้เขาเชื่อได้มากกว่า
ขณะที่ นายเจษฏจิต กล่าวว่า ตนรับผิดชอบด้นการบัญชีและการเงิน จึงต้องทำตัวเลขออกมาให้สอดคล้องในทิศทางที่เขาได้วางโจทย์ไว้ ต้องทำให้กรรมการเห็นว่า การที่จะลงทุนในกลยุทธ์ที่เราคิด จุดไหนสำคัญ เพราะอะไร และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือตัวเลขของอุบัติเหตุที่ลดลง จำนวนสัตว์ที่ตายลดลง หรือมีคนสนใจเข้าสมัครงานจำนวนมากในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้ได้ทำงานร่วมกับคนใหม่ๆ ตัวเราเองต้องพร้อมที่ตะเติมเต็มให้กับทีม เพื่อให้ทีมมีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเข้าสู่การแข่งขัน
ประโยชน์ที่ได้จากการแข่งขัน
นายภากร กล่าวว่า ส่วนตัวขอแบ่งเป็น 2 ประสบการณ์ คือ การทำหน้าที่เป็นคนนำน้องๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าสิ่งที่ได้มากกว่าการแข่งขันคือการได้เป็น ผู้นำ (Leader) ได้ฝึกการเป็นผู้นำที่ดีก่อนที่จะเข้าสู่โลกความเป็นจริงของการทำงาน ส่วนประสบการณ์ที่ 2 คือการได้ร่วมแข่งขัน อย่างที่บอกไปแต่แรกคือเราไม่ต้องการมองที่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว แต่เราสนใจที่กระบวนการด้วย หากมองเพียงแค่รางวัลอย่างเดียวแล้วถ้าทำไม่สำเร็จอาจทำให้รู้สึกแย่ไปเลย แต่หากตั้งใจทำทุกขั้นตอนแม้ว่าจะไม่สำเร็จในวันนี้ ก็อาจทำให้เราไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าได้ ไปสู่เป้าหมายได้
นางสาวณัฐธยาน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้มาจากแข่งขันคือ ทักษะที่ได้มาจากการทำกิจกรรม ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการทำงานได้จริงๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล, การระดมความคิด, การใช้ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ (Microsoft Office) ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่มันก็เป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้จริงๆ ทุกครั้งที่เราไปเรียนรู้อะไรใหม่มา ก็จะนำมาแบ่งปันกันในคลับ รวมไปถึงการมีรุ่นพี่มาแนะนำให้ทักษะของเราพัฒนาขึ้นไปอีกด้วย
นางสาวอริสรา กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นารพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกขั้น ได้เรื่องการจัดระบบความคิด การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นระบบ จะช่วยในเรื่องการบริหารจัดการเวลาได้ดี รางวัลที่ได้ไม่เพียงยืนยันถึงความสำเร็จที่พวกเราทุ่มเท แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือการเติบโตทางความคิดของเราเอง
รศ.ดร.บุรัชย์ กล่าวเสริมว่า การที่น้องๆ ชนะการแข่งขันมานั้น หากเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ น้องๆ อาจเป็นเพียงคนเล่นกีตาร์ แต่เมื่อผ่านบททดสอบ ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาแล้ว ตอนนี้เขาได้ก้าวข้าม "คนเล่นกีตาร์" มาเป็น "ศิลปิน" ได้เรียนรู้ว่า กีตาร์ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ในการประพันธ์เพลงเท่านั้น แม้ว่าวันข้างหน้าเขาอาจจะเบื่อการเล่นกีตาร์ แต่เมื่อเขาเป็นศิลปินเต็มตัว เขาจะสามารถหยิบเครื่องดนตรีชิ้นอื่นมาประพันธ์เพลงได้
เช่นเดียวกับรุ่นพี่หลายคนที่จบไป การทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เพียงแค่เรียนในห้องเรียนแล้วจบไปเป็นนักธุรกิจ แต่กิจกรรมของคณะเราจะทำให้นิสิตสามารถรวบรวมความรู้เหล่านั้นจนกลายมาเป็นนักธุรกิจได้ การเป็นนักธุรกิจ ต้องรู้ด้วยตัวว่า เราเป็นนักธุรกิจเมื่อเจอปัญหาต้องรู้ว่าต้องแก้ปัญหานั้นอย่างไร พร้อมที่จะไปเผชิญโลกกว้าง
"ขอฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าคณะบัญชี อยากให้คุณมองสิ่งที่คณะบัญชีให้มากกว่าชื่อของจุฬาฯ ไม่ได้ให้เพียงสถานศึกษาที่อยู่สามย่าน เรามีคณาจารย์ที่สร้างมาให้ออกไปปฏิบัติงานได้จริง ส่วนคนที่เข้ามาในคณะบัญชี จุฬาฯ แล้ว ไม่มีใครได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ทุกคนต้องลงมือทำ ต้องลงทุน อย่างน้องๆ เขาต้องเสียสละเวลาในช่วงเย็น เวลาในวันเสาร์อาทิตย์หลายปีมากเพื่อมานั่งคุยกัน สิ่งคณะบัญชีให้คือ สิ่งที่ได้จริง เราพร้อมที่จะให้ แต่คุณพร้อมที่จะรับหรือเปล่า"
นายภากร กล่าวว่า คณะเราพร้อมที่จะให้ เมื่อเข้ามาแล้วต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร แล้วลองมองไปรอบๆ จะเห็นว่ามีคนพร้อมที่จะให้ความรู้ แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องถามตัวเองดูว่าพร้อมแล้วใช่ไหม
นางสาวณัฐธยาน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องถามตัวเองว่า พร้อมที่จะไปคว้าโอกาสเพื่อพัฒนาตัวเองหรือยัง เพราะกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการมาจะต้องเสียสละความสะดวกสบาย เสียสละเวลาที่จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่หากเรามั่นใจแล้วว่าอยากทำอะไรจริงๆ ก็จะต้องพยายามเสียสละสิ่งเหล่านั้นบวกกับใช้ความมุ่งมั่น และลดอีโก้ของตัวเองลงแล้วรับฟังคนอื่นมากขึ้น นั่นจะเป็นจุดที่ทำให้เราเรียนรู้และพัฒนาตัวเองขึ้น.