ประชาชนแห่ให้กำลังใจหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรีล้นหลาม หลังถูก "ทวี ไกรคุปต์" พาดพิงถึงอุปกรณ์การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสกปรก ขณะที่มูลนิธิกู้ภัยฯ 60 แห่งทั่วไทย จ่อหารือปฏิกิริยาโต้กลับ

จากกรณี นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.หลายสมัย และเป็นบิดา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ขับรถเบนซ์ รุ่น E 300 สีบรอนซ์ ทะเบียน 6 กว 2384 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ที่มีนายเอก (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ 

แต่นายทวีพยายามขับรถหลบหนี มีพลเมืองดีที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุถ่ายคลิปวิดีโอนำไปโพสต์ในสื่อโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อดีตนักการเมืองคนดัง จนวันต่อมาเจ้าตัวต้องออกมาแถลงข่าวฉะโซเชียลบัดซบ จะฟ้องผู้ที่นำคลิปมาโพสต์ และการแถลงข่าวยังได้พาดพิงถึงหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือเด็ก ว่าเครื่องมือสกปรกนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.62 ที่สำนักงานมูลนิธิสว่างสาธารณกุศลสถาน หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย สว่างราชบุรี มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทุกนายที่ออกช่วยเหลือประชาชนจากอุบัติเหตุต่างๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายวิไล วงค์ประเสริฐ ผู้จัดการหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังใจของอาสาได้ขวัญกำลังใจกลับคืนมาแล้ว ในวันพรุ่งนี้จะมีตัวแทนจากหน่วยกู้ภัยจากที่ต่างๆ เข้ามาพูดคุย นัดประชุมหารือกันที่หน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรีว่าจะมีการแนวทางดำเนินการถึงเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง

...

ทั้งนี้ เนื่องจากการทำแบบนี้ทำให้หน่วยกู้ภัยทั้งประเทศได้รับผลกระทบกันหมด ไม่ใช่แค่ตนเอง อีกทั้งหน่วยงานนี้เป็นองค์กร มีศูนย์ใหญ่อยู่ที่ จ.ชลบุรี ส่วนหนึ่งได้โทรศัพท์มาสอบถามทุกวัน เนื่องจากมีข่าวออกมาเยอะเกินไป จึงต้องออกมาวางมาตรการว่าจะสู้และสู้ด้วยวิธีไหน โดยทางสมาคมจะเป็นผู้กำหนด

ส่วนการฟ้องร้องนั้น จริงๆ แล้วทางกู้ภัยเป็นคนใจบุญทุกคนที่ทำงานตรงนี้ จะไม่คิดติดใจในเรื่องพวกนี้ แต่ด้วยความกดดันจากภายนอกกับคนทั่วไป เชื่อได้เลยว่าประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะคนโพธาราม ไม่ยอมเด็ดขาด เขายินดีทุกเรื่องที่จะช่วยเหลือ แม้กระทั่งคนไม่รู้จักกันยังเสนอตัวเข้ามาช่วย จึงไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย อยากให้เป็นความคิดของสมาคมมาเป็นผู้ชี้ขาดตัดสินว่าจะดำเนินการอย่างไร

โดยคาดว่าพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) จะมีตัวแทนจากมูลนิธิในเครือสว่างและตัวแทนจากมูลนิธิที่ต่างๆ รวมกว่า 60 มูลนิธิ จะมาร่วมหารือสรุปแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนต่อไป รวมทั้งจะมีการมามอบสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งหลังเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปก็มีประชาชนนำสิ่งของ เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ มามอบให้กับหน่วยกู้ภัยเรื่อยๆ โดยให้เหตุผลว่ารู้สึกสงสาร มาแล้วก็ไม่อยากมามือเปล่า อยากนำสิ่งของมาให้และเป็นของใหม่ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน