สาวโพสต์ ขอความเป็นธรรม น้องชายถูกทำร้ายจนต้องผ่าตัดสมอง จำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง แม่วัย 69 ต้องทำงานหาเลี้ยง อ้างผ่านมา 2 เดือน เรื่องยังเงียบ 

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "จีราภา สมสุข" โพสต์ข้อความ ขอความช่วยเหลือ หลังลูกพี่ลูกน้องของตัวเองคือ นายรัฐกร ช่วยการ อายุ 26 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน นอนหมดสติในห้องไอซียู 5 วัน แต่หลังจากฟื้นขึ้นมาน้องชายตัวเอง ก็จำอะไรไม่ได้ แม้แต่ชื่อ และอ้างว่า ฝ่ายคู่กรณีเงียบหาย ไม่รับผิดชอบอะไร ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนมาก

(ดูโพสต์ต้นฉบับ ที่นี่)

จากนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.จีราภา เจ้าของโพสต์ดังกล่าว โดย น.ส.จีราภา เล่าว่า คืนวันที่ 12 ตุลาคม 2562 น้องชายไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กับเพื่อน 1 คน กระทั่งช่วงเวลาประมาณตี 3 น้องชายกับเพื่อนออกจากสถานบันเทิง เดินทางกลับบ้าน ระหว่างทางเห็นผู้หญิงเดินร้องไห้ข้างทาง เพื่อนน้องชายกำลังจะเข้าไปถามว่าเป็นอะไร แต่ยังไม่ทันเข้าไปถามผู้หญิงคนนั้น ก็มีผู้ชายซึ่งเป็นการ์ดของสถานบันเทิง ที่น้องไปเที่ยว และคาดว่าน่าจะเป็นแฟนของผู้หญิงคนนั้น ตะโกนด่าน้องกับเพื่อน น้องเลยจอดรถและเกิดมีปากเสียง ชกต่อยกันขึ้น ส่วนผู้หญิงที่ร้องไห้ ได้วิ่งไปตามเพื่อนๆ ของการ์ดคนนั้น มารุมตีน้องกับเพื่อนจนสลบ แต่โชคดีที่มีคนรู้จักเห็น และได้ไปตามแฟนของน้องมาที่เกิดเหตุ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวไปส่งโรงพยาบาล

...

จากการสแกนสมอง พบว่าเลือดออกในสมอง กะโหลกร้าวหลายที่ และสมองบวม จนหมอสั่งผ่าตัดด่วน ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 1 เดือน พอฟื้นมาน้องจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อตัวเอง พูดสับสนวกไปวนมา ทำงานก็ไม่ได้ แถมยังมีลูกน้อยอายุเพียง 3 ขวบ แม่อายุ 69 ปี ต้องแบกภาระทำงานหาเลี้ยง ส่วนคนที่ทำร้ายร่างกายน้องก็เงียบไม่แสดงความรับผิดชอบอะไร ตอนนี้ที่บ้านเดือดร้อนมาก จึงอยากขอความเป็นธรรม

ด้าน ร.ต.อ.พีระกิตต์ หาญเวช รอง สว.สอบสวน ภ.ภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายจินดา ขุนใหญ่ ผู้ที่ก่อเหตุ และนายชัยพร ชมเชย เพื่อนของนายรัฐกร ที่ได้รับบาดเจ็บ มาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะตกลงชดใช้ค่าเสียหายกัน แต่ตกลงกันไม่ได้ ตอนนี้ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา และอยู่ระหว่างทำตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะเรียกทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนอีกครั้ง.