พ่อแม่ของ "สาวแฝดพิการทางสมอง" ยังมีความหวัง ทำพิธีเปิดป่าตามคำแนะนำหมอดูหวังเจอลูกสาวที่หายไป หลังเจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน ระดมค้นหา 4 วันแต่ยังไม่เจอ
จากกรณี สาวพิการทางสมองหน้าตาดี อายุ 36 ปี ถูกลักพาตัวไปขณะนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน ใน อ.เมืองชุมพร โดยฝาแฝดผู้น้อง อ้างว่า พรานป่าเพื่อนบ้านคนที่รู้จักกันสะพายปืนยาวมาลักพาตัวพี่สาวไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ชาวบ้านได้ช่วยกันค้นหา แต่ผ่านไป 4 วันยังไม่เจอตัว
ส่วนผู้ต้องสงสัยตำรวจคุมตัวไปสอบแต่ปฏิเสธไม่รู้เห็น เบื้องต้นถูกจับกุมในข้อหาพบพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเหตุอันควร (ปืนยาวลูกกรดมีทะเบียน) และตัดเล็บเก็บเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้ม ไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบดีเอ็นเอ และญาติได้ยื่นให้ประกันตัวออกไปแล้ว
อ่านข่าว จนท.ระดมหา สาวแฝดพิการทางสมอง ถูกล่อลวงจากบ้าน 3 วัน หายลึกลับในป่า
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 23 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย กู้ภัย และชาวบ้านนับร้อยคน ยังคงระดมกำลังปูพรมออกค้นหาตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าเป็นจุดอำพรางศพหรือถูกกักขังตัว หรือ จุดที่ผู้สูญหายหลงทางเอง ซึ่งการค้นหาตลอดทั้งวันยังไร้วี่แววไม่พบแต่อย่างใด
...
ขณะเดียวกัน พ่อแม่ของหญิงสาวผู้สูญหายและญาติๆ ได้นำธูปเทียนพร้อมคำกล่าวภาวนาและบทสวดมนต์จากหมอดูที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไสยศาสตร์ โดยทำพิธีบริเวณข้างบ้านจุดที่ ฝาแฝดผู้น้องเห็นและยืนยันว่า "แฝดผู้พี่" ถูกพาตัวเข้าไปในสวนยางพาราแล้วหายขึ้นเขาไปในป่าเชิงเขาหลังบ้าน ซึ่งได้ใช้เวลาทำพิธีนานประมาณ 10 นาที จึงแล้วเสร็จ
ด้าน แฝดผู้น้อง ซึ่งพิการทางสมองพูดช้าติดขัดแต่ซักถามโต้ตอบรู้เรื่องได้ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุได้นั่งอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านกับพี่สาว หลังพ่อกับแม่ออกจากบ้านได้ครู่เดียว ได้มีเพื่อนบ้านซึ่งเป็นพรานป่าชื่อ "ข" นุ่งกางเกงขาสั้นเดินมาหาที่เอวพกมีดพร้าและสะพายปืนยาว 1 กระบอกไว้ข้างหลังปรี่เข้ามาใช้มืออุดปากพี่สาวแล้วลากตัวไปทางหลังบ้านพาเข้าป่าหายไป
ขณะที่ แม่ของผู้สูญหาย ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เปิดเผยว่า ยังมีความหวังว่าจะพบเจอลูกสาว ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ชาวบ้านทุกคนที่มาช่วยเหลือออกตามหาลูกสาวตน ซึ่งตนก็ทำทุกวิถีทางแล้ว ทั้งบนบานและไปหาหมอดูต่างๆ ซึ่งก็ยังหวังว่าจะพบลูกสาวของตนอยู่
ด้าน พ่อของผู้สูญหาย กล่าวว่า ตนเองมีลูก 3 คน ผู้ชายคนโตทำงานอยู่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนลูกสาวฝาแฝด สำหรับ ฝาแฝดผู้พี่ แต่งตัวเป็นผู้หญิง หน้าตาดี ส่วนแฝดคนน้องตัดผมแต่งตัวไปแนวผู้ชายลักษณะเป็นทอม ทั้งคู่ไม่เคยห่างจากกันและไม่เคยออกไปไหนตามลำพังนอกจากพ่อแม่พาไป
ทั้งสองพี่น้องพิการสมองพัฒนาการช้าแต่จะจำชื่อเพื่อนบ้านได้ทุกคน พูดช้าติดขัดแต่เข้าใจรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนลูกสาวที่หายตัวไปเดินไปไหนไกลไม่ได้เพราะขาจะอ่อนแรง จะนั่งเล่นเดินเล่นอยู่บริเวณบ้านเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินไปไหนเอง
พ่อของผู้สูญหาย กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 พ.ย.62 เวลาประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง ตนขับรถจักรยานยนต์ไปกับภรรยาเพื่อออกไปรับหลานที่โรงเรียนห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตร ประมาณ 4 โมงเย็นก็ลับถึงบ้านเห็น ลูกสาวแฝดคนน้องนั่งร้องไห้โฮอยู่หน้าบ้าน และบอกตนว่าพี่สาวถูกเพื่อนบ้านชื่อ "ข" บ้านอยู่ห่างกันราว 500 เมตร ได้เดินสะพายปืนเข้ามาฉุดแล้วลักพาไปทางหลังบ้านเข้าไปในป่าบนภูเขา
ตนได้ออกตามหาก็ไม่เจอ จึงบอกเพื่อนช่วยตามหาก็ไม่เจอจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ สำหรับเพื่อนบ้านคนดังกล่าวความประพฤติไม่ค่อยดีเป็นที่รู้กันในหมู่บ้าน มีอาชีพล่าสัตว์และหาของป่ามีความเชี่ยวชาญรู้เส้นทางป่าเขาในหมู่บ้านเป็นอย่างดี
"ในวันนี้ได้ไปหาหมอดูมา หมอดูบอกว่าลูกสาวถูกก้อนหินใหญ่ทับอยู่ในป่าไม่ไกลจากบ้านมากนัก และได้เขียนคำกล่าวและบทสวดมนต์ให้พร้อมธูปเทียนกลับมาทำพิธีกรรมเปิดป่าเองที่บ้านตามที่หมอดูแนะนำมา ถ้าทำพิธีกรรมเปิดป่าได้สำเร็จก็จะเจอ ถ้าไม่สำเร็จก็จะไม่เจอ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วใครว่าอะไรดีก็ทำตามหมด"
ส่วนนายจำรูญ หอมกรุ่น อายุ 55 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "หมอจ้ง" เล่าว่า เมื่อคืน ผู้สูญหายมาเข้าฝันตนในสภาพนั่งพนมมืออยู่ในพงหญ้าสูงข้างหน้าผาหลังบ้านโดยบอกให้ตนไปช่วยด้วย แต่เมื่อตนพูดทักว่าภาพดังกล่าวก็หายวับไปจากความฝันทันที ซึ่งวันนี้ตนได้ออกไปหายังจุดที่ผู้สูญหายมาเข้าฝัน แต่ก็ยังไม่พบ ซึ่งความฝันของตนก็ตรงกับพระและหมอดูหลายคนที่ไปดูมาเลยทีเดียว ซึ่งยังต้องออกค้นหาต่อไป
ด้าน ร.ต.อ.วุฒิศักดิ์ ทิพย์มงคล รอง สวป.สภ.เมืองชุมพร ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าป้องบ้านท่ามะปริงพื้นที่รับผิดชอบกล่าวว่าการค้นหาผ่านมา 4 วันแล้วยังไม่เจอ ก็ยังต้องค้นหาต่อไป ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นมีคนเห็นว่าผู้สูญหายมีคนพาตัวไปแต่ก็ยังไม่ชัดเจน ต้องรอผลการสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆ ของเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนก่อน ส่วนผู้ต้องสงสัยตำรวจได้จับกุมในข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืนเท่านั้น.