เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ มอบสิ่งของช่วยเหลือ 2 ตายาย หลังตางอน หนีออกจากบ้าน สุดท้ายตำรวจพากลับมาส่ง เจอลูกอ้อนยายเข้าไป ทำให้ยอมกลับมาอยู่ด้วย
วันที่ 16 พ.ย. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งการให้ นายศักรินทร์ ทุมเสน นายอำเภอเมืองสระแก้ว และนายไพโรจน์ เที่ยงธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอเมืองสระแก้ว เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้พิการสูงอายุ และมอบสิ่งของช่วยเหลือในเบื้องต้น ให้กับ นายคำสอน ฆ้องศรี อายุ 87 ปี นางและนางบุญมา ฆ้องศรี อายุ 86 ปี ที่บ้านพักในตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งว่าพบเห็นชายชรา เดินหลงทางอยู่ริมถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา บริเวณหน้าห้างแห่งหนึ่ง สอบถามทราบชื่อ คุณตาคำสอน อายุ 89 ปี โดยบอกว่า ตั้งใจมาหาลูกชายที่ปราจีนบุรี โดยนั่งรถไฟมาจากสระแก้ว
เมื่อตำรวจสอบถามว่าลูกชายชื่ออะไร อยู่ที่ไหน คุณตาบอกว่า ลูกชื่อ “เขี่ยง” แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ตำรวจจึงจะพากลับบ้าน แต่คุณตาคำสอนไม่ยอม เจ้าหน้าที่ต้องแกล้งหลอกถามที่อยู่ จากนั้นอ้างว่าจะพาไปหาลูกชาย ซึ่งคุณตาก็ยังย้ำว่า ต้องพาไปหาลูกชายนะ อย่าพากลับบ้าน
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพาคุณตาคำสอน มาส่งที่บ้าน คุณตาไม่ยอมลงจากรถ และเมื่อยายเห็นคุณตา ก็ตะโกนถามด้วยความน้อยใจ ว่า ไปไหนมา ทำให้ตนเองเป็นห่วง อายุก็มากแล้ว ขาก็เดินไม่ได้ ยังถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ไม่กลัวว่าตนจะเป็นอะไรไปบ้างหรือ เมื่อได้ยิน คุณตาก็ยังไม่ยอมลงจากรถ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน จึงยอม
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้น บ้านของคุณยายบุญมา ภรรยาของ คุณตาคำสอน ที่ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว พบกับคุณยายบุญมา โดยคุณยายเล่าว่า ตนกับสามี ทะเลาะกัน ก่อนสามีน้อยใจ หนีออกจากบ้าน ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจ เพราะเห็นว่าโตๆ กันแล้ว อีกทั้ง ตนขาอ่อนแรง ข้อเท้าเคล็ด จึงไปตามไม่ได้
...
โดย ยายบุญมา ยังบอกกับคุณตาด้วยว่า ที่บ่น ก็เพราะว่าอยากให้อยู่ด้วยกัน คนรักกันมา 70 กว่าปี มีอะไรก็กินด้วยกัน อยากให้อยู่กันตามประสาคนแก่ ไม่ต้องไปเป็นภาระให้ลูกหลาน เพราะเค้ามีภาระกันเยอะแล้ว ให้ตาน้อยใจก็ได้ แต่ต้องไม่ไปไหน เพราะตาไม่อยู่ ตนคิดถึง และเหงา ทำให้ตายอมกลับมาอยู่ด้วย
จากนั้นนายอำเภอเมืองสระแก้ว ได้มอบสิ่งของช่วยเหลือเบื้องต้น ให้กับตาและยาย พร้อมฝากให้ผู้นำท้องถิ่น เข้ามาดูแลความเป็นอยู่ด้วย