ย้ำอย่าตื่นตระหนกเหตุมีปริมาณน้อย

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงกรณีออกคำสั่งระงับการใช้ยา Xanidine 150 mg tablet ใน รพ.รามาฯ

ว่า ยา Xanidine เป็นยารักษาโรคกระเพาะ ซึ่งการออกหนังสือดังกล่าวเป็นการสื่อสารภายใน เป็นการแจ้งสั่งระงับการจ่ายยาดังกล่าว เพื่อให้แพทย์ เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ เพราะได้รับการแจ้งจากบริษัทผู้ผลิตว่าการผลิตยาดังกล่าวบางลอตอาจมีสาร ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์หากใช้ในระยะยาว จึงขอชื่นชมบริษัทที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ตื่นตระหนกเพราะเป็นเรื่องที่เกิดได้บ้างในกระบวนการผลิตยา และเรามองเป็นบวกว่าคงไม่มีบริษัทยา บริษัทใดจะผลิตยาที่เจือปนเพราะเมื่อพบเจือปนก็รีบแจ้งไม่ปิดเงียบ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้เรียกยาคืนจากผู้ป่วย

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.มีการหารือกับบริษัทยาแล้วและบริษัทยาก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังโรงพยาบาลที่ขายยา Xanidine หรือยารักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารและในลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งเป็นยารักษาโรคกระเพาะอาหาร ชื่อยารานิซีดีน (Ranitidine) ซึ่งมีการตรวจพบบางบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ยาดังกล่าวในต่างประเทศหากอยู่ที่ผู้ป่วยแล้วก็ไม่ได้เรียกคืน เพราะเป็นยาที่ไม่ต้องรับประทานนานหมอจะให้รับประทาน 2-4 สัปดาห์ แต่หากผู้ป่วยไม่สบายใจก็นำมาคืนก็ได้ ซึ่งการจะก่อมะเร็งได้ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี อย่างไรก็ตาม สารที่พบเป็นสารที่เกิดจากการทำอาหารหรือปรุงยาแล้วเกิดการไหม้ เหมือนเรากินหมูปิ้ง ไก่ย่างที่ไหม้ ก็จะมีสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันที่พบในยา เป็นต้น

...

“การเรียกคืนส่วนใหญ่จะเรียกคืนจากโรงพยาบาลหรือคลินิก โดยในไทยมีการขายยาตัวนี้ประมาณ 34 ตำรับ ซึ่งมีทั้งยากิน ยาฉีด บางตำรับมี 150 มิลลิกรัม บางตำรับมี 300 มิลลิกรัม มีหลายขนาด หลายยี่ห้อ โดยบริษัทยาบางบริษัทหากตรวจไม่พบสารก็ไม่ได้ให้เรียกคืน และ อย.ก็ได้มีการขอดูใบวิเคราะห์ของแต่ละบริษัทมาดูเพื่อดูแหล่งที่ซื้อสารเคมีเบื้องต้นว่ามีการตรวจยืนยันความปลอดภัยหรือยังเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยด้วย ” รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากล่าว.