นักเรียนหญิงเผาถ่านแลกคะแนนฟิสิกส์ หลังสอบตกยกชั้น ก่อนถูกไฟลวกทั้งตัว เนื่องจากราดน้ำมันลงบนเตา พี่โพสต์เฟซขอความช่วยเหลือ อ้างครูบอกไม่เกี่ยว บอกอยากได้ไปฟ้องเอา ขณะที่แม่ครู เผยอีกมุม
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "แซม คนบ้านนอก" โพสต์ภาพน้องสาวกำลังนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล และข้อความขอความช่วยเหลือ ระบุว่า น้องของตนเกิดอุบัติเหตุโดนไฟไหม้ที่โรงเรียน สาเหตุคือนักเรียนสอบไม่ผ่าน จึงให้นักเรียนทำโครงงานเผาถ่าน กระทั่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น พร้อมอ้างว่าครูประจำวิชาไม่รับผิดชอบ
(อ่านโพสต์ต้นฉบับ ที่นี่)
วันที่ 8 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายโอราฬ ลันบุตร อายุ 31 ปี ชาว อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพี่ชายของ นางสาววาสนา ลันบุตร อายุ 17 ปี หรือน้องแอม นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว
โดย นางสาววาสนา อยู่ในสภาพที่มีบาดแผลไฟไหม้ตามร่างกาย ตั้งแต่ใบหน้า แขน และขาทั้งสองข้าง พร้อมเผยว่า เนื่องจากนักเรียนห้อง ม.6/1 รวม 25 คน สอบตกในวิชาฟิสิกส์ช่วงสอบกลางภาคที่ผ่านมาทั้งห้อง ครูประจำวิชาจึงเสนอทางเลือกให้นักเรียนทำงานส่งเพื่อจะได้คะแนน และสอบผ่านวิชาดังกล่าว 3 ทางเลือก คือ 1.สอบวิชาฟิสิกส์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผ่าน 2.ซื้อสิ่งของตามที่ครูต้องการมาส่งให้ครู และ 3. คือการเผาถ่าน
นางสาววาสนา กล่าวต่อว่า ตนเลือกการเผาถ่าน เพราะตัวเลือกที่ 1 ตนกลัวว่าจะสอบไม่ผ่านอีก ตัวเลือกที่ 2 อาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่ อีกทั้งมีเตาเผาถ่านที่ได้ทำไว้ในช่วงเรียน ม.5 อยู่แล้ว แค่หาไม้มาเผา โดยมีตนและเพื่อน รวม 5 คน ที่เลือกวิธีนี้
...
จากนั้นก็เริ่มลงมือตัดฟืนที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน และวันที่ 19 สิงหาคม ก็เริ่มจุดไฟเผาถ่าน ช่วงเวลาดังกล่าวครูมาดู และยังแนะนำว่า ควรนำดินเหนียวมาปิดรูเตาไม่ให้เป็นรูรั่ว การเผาถ่านจะได้สำเร็จ จึงมีการจุดไฟเผาถ่านในช่วงเย็น และกลับมาดูอีกครั้งช่วงเย็นวันที่ 20 สิงหาคม ปรากฏว่าไฟดับ เพื่อนจึงไปหาครูที่ห้องพัก เพื่อปรึกษาว่าจะซื้อน้ำมันเบนซินมาราดได้หรือไม่ แต่เพื่อนไปแล้วไม่พบครู จึงได้คุยกันในกลุ่ม และรวมเงินกันไปซื้อน้ำมันเบนซินรวม 20 บาท
เมื่อได้น้ำมันมา ก็นำมาราดลงที่ปล่องด้านบน เพื่อความแน่ใจว่าน้ำมันที่ราดลงในเตาเผานั้น ไหลลงไปถึงไม้ด้านล่างหรือไม่ ตนจึงนั่งคุกเข่า ก้มลงไปมองในเตาเผา ไม่นานไฟก็ลุกพึ่บออกมาลวกตามใบหน้าและลำตัวของตนกับเพื่อนอีกคน ตอนนั้นไม่มีใครช่วย กระทั่งพ่อไปรับที่โรงเรียน จึงพาตนและเพื่อนส่งไปที่ รพ.น้ำพอง ตนรักษาตัวที่ รพ.น้ำพอง 1 วัน จากนั้นถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ก่อนกลับออกมารักษาตัวต่อที่บ้าน
นางสาววาสนา บอกอีกว่า หลังเกิดเรื่องไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะกลัวครูจะมีอคติ เนื่องจากว่า หลังเกิดเหตุ ครูเคยไปเยี่ยมและคุยโทรศัพท์กับพี่ชายว่า จะไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น อยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องเอา เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนักเรียนทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับครูและทางโรงเรียน
ขณะที่ นายโอราฬ เผยว่า หลังเกิดเหตุ ครูที่สอนวิชาฟิสิกส์ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล 1 ครั้ง แต่ก็รีบกลับ เพราะมีสอนต่อ จากนั้นก็มีการโทรคุยกัน ซึ่งครูบอกจะไม่รับผิดชอบ ช่วยเหลืออะไรเลย บอกแค่ว่าอยากได้ไปฟ้องเอา ครอบครัวจึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพอง และให้น้องสาวพักการเรียนไว้ก่อน จนกว่าบาดแผลจะหาย และแพทย์ลงความเห็นว่าปลอดภัยจึงจะให้ไปเรียน
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าคิด เพราะการเผาถ่านนั้นดูแล้วเป็นเรื่องที่ไม่น่ายาก แต่ครูไม่มาคอยแนะนำ ดูแล ปล่อยให้นักเรียนทำเองจนเกิดเรื่อง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องสาวและเพื่อนๆ ไปพิจารณาด้วยว่าสมควรหรือไม่"
นายโอราฬ กล่าวอีกว่า การรักษาพยาบาลของน้องสาวนั้น ที่ผ่านมาใช้สิทธิ์ประกันอุบัติเหตุของทางโรงเรียน และใช้สิทธิ์ 30 บาท ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ แล้วไม่อยากมีเรื่อง ถ้าครูรายนี้มีน้ำใจกับน้องๆ บ้าง ไม่ใช่ท้าทายให้ไปฟ้องร้องเช่นนี้ ซึ่งในครอบครัวปรึกษากันแล้วว่าจะเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นต่อไป
ส่วนเตาเผาถ่านที่น้องสาวและเพื่อนๆ ใช้เผาถ่านเพื่อแลกคะแนนในวิชาฟิสิกส์นั้น เป็นเตาที่ใช้ท่อซีเมนต์ 2 ท่อวางต่อกันขึ้น แล้วด้านบนมีฝาซีเมนต์ปิด ซึ่งฝาปิดจะมีรูตรงกลาง ส่วนท่อใบที่อยู่ด้านล่าง มีการเจาะรูกว้างประมาณ 12 นิ้ว เพื่อจุดไฟเข้าเตาเพื่อเผาถ่าน ตั้งอยู่ใกล้กับบ่อขยะในโรงเรียน ซึ่งสภาพหลังเกิดเหตุนั้นพบมีรอยแตกร้าว
ต่อมาผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อครูคนดังกล่าวทางโทรศัพท์ ก่อนที่ปลายสายอ้างว่าอายุ 71 ปี เป็นมารดาของครู บอกว่า ครูไปงานศพญาติที่ต่างจังหวัด ไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วย และเผยถึงเรื่องไฟลวกนักเรียนว่า เท่าที่ได้ยินทราบว่ามีนักเรียนทำโครงงานดังกล่าวจริง แต่ช่วงเกิดเหตุไม่รู้ไม่เห็น เพราะครูประชุมร่วมกับผู้อำนวยการ แต่พอทราบเรื่องก็รีบพานักเรียนส่งโรงพยาบาลทันที ขณะที่นักเรียนรักษาตัวในโรงพยาบาล ครูก็ไปเยี่ยม และเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาอยู่ที่บ้าน ครูก็ไปเยี่ยม และผูกแขนทำขวัญ มอบเงินให้ 500 บาท
นอกจากนี้ หญิงวัย 71 ปี ยังบอกด้วยว่า ครูไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ แต่เพราะครูบอกว่า ครูไม่ใช่คนผิด จึงไม่รู้จะรับผิดชอบอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครูยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ทางครอบครัวนักเรียนเรียกร้องเงินจำนวน 100,000 บาท ครูไม่มีจ่ายให้ อาจเป็นสาเหตุทำให้ครอบครัวของเด็กไม่พอใจ
ขณะที่ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริง จึงขอให้มีการตรวจสอบตามลำดับขั้นตอนก่อน เพราะการตรวจสอบนั้นจะฟังความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยได้สั่งการให้นายอำเภอน้ำพองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว.