ข่าว
100 year

ช้าก่อนสายฟิต โหมออกกำลังกาย เสี่ยงเสียชีวิต ผู้ป่วย 3 โรคนี้ระวังพิเศษ

ไทยรัฐออนไลน์20 ส.ค. 2562 12:44 น.
SHARE

แพทย์เตือนสายเฮลตี้ ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่โหมทีเดียวหนักๆ เสี่ยงเสียชีวิต ยิ่งเป็นคนมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ ไต และเมตาบอลิก แนะสังเกต 9 อาการสำคัญ

นายแพทย์ อี๊ด ลประยูร ที่ปรึกษาอนุสาขาเวชศาสตร์การกีฬา ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ได้โพสต์คำแนะนำ ผ่านเฟซบุ๊ก "Ead Lorprayoon" เกี่ยวกับการระวังตัวสำหรับนักกีฬาสมัครเล่น หลังพบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน  โดยระบุว่า สำหรับคนที่อายุเกิน 45 เวลาออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น วิ่งระยะไกล เล่นเทนนิส เล่นแบดมินตัน เล่นฟุตบอล โดยเฉพาะเวลาเร่งความเร็วหรือความแรงในช่วงสั้นๆ ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าคนหนุ่มสาว แต่ผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจล้มเหลวในขณะออกกำลังกายอย่างหนัก ยังน้อยกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่ออกกำลังกายมาก จึงไม่เป็นข้อห้ามที่จะเริ่มออกกำลังกายไม่ว่าหนักหรือเบา

ซึ่งสิ่งที่ควรทำอย่างแรก คือ ประเมินตนเองก่อนเลยว่า ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าไม่สามารถทำได้ อยู่ดีๆ จะไปออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น วิ่งระยะไกล โอกาสเสียชีวิตก็จะมาก “กรุณาอย่าทำ”

และหากไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คือ ช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที เป็นเวลา 3 วันต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายแบบเบาหรือปานกลางจะปลอดภัยกว่า ถ้าทำได้จนเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว จึงค่อยไปเพิ่มระยะทางทีละน้อย เพื่อไปวิ่งไกลๆ

แต่ถึงแม้จะออกกำลังกายประจำ แต่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด, เมตาบอลิก หรือโรคไต แต่ยังไม่มีอาการผิดปกติอะไร ถ้าออกกำลังกายปานกลางทำได้สบาย แต่ถ้าจะออกกำลังกายหนัก เช่น วิ่งมาราธอน ควรตรวจร่างกาย หรือปรึกษาแพทย์

ทั้งนี้ คำว่า "หนัก" สำหรับการออกกำลังกาย คือ เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจขึ้นไปสูงระหว่าง 77-95% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (220-อายุ), มากกว่าหรือเท่ากับ 60% ของ Heart rate reserve หรือ VO2max, มากกว่าหรือเท่ากับ 6 Mets, หรือมากกว่า 14 ใน RPE Borg's Scale (6-20) โปรดระลึกไว้เสมอว่าถ้าฟิตไม่พอ จะออกกำลังยังไงก็ได้ ขออย่าปล่อยให้อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งขึ้นไปสูงถึงจุดนี้ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงตาย

พร้อมแนะให้สังเกต 9 อาการสำคัญ ได้แก่ 1.ปวดแน่นแบบบีบรัดที่หน้าอก, คอ, กรามแขน หรือที่อื่นๆ ที่เกี่ยวกับหัวใจขาดเลือด 2.หายใจตื้นๆ ไม่อิ่ม เวลาอยู่เฉยๆ หรือออกกำลังแม้เพียงเล็กน้อย 3.เป็นลม หรือมึนงงระหว่างออกกำลัง 4.หายใจลำบาก โดยเฉพาะเวลานอนราบ 5.ข้อเท้าบวม 6.ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว 7.ปวดขาปวดน่องเวลาเดิน หรือขึ้นบันได 8.ตรวจพบมีเสียงรั่วในลิ้นหัวใจ 9.เมื่อยล้าผิดปกติ หรือหายใจไม่พอ แม้ขณะทำงานปกติ.

(อ่านโพสต์ต้นฉบับ ที่นี่)

ที่มาจาก เฟซบุ๊ก  Ead Lorprayoon

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เตือนออกกำลังกายหักโหมไม่สม่ำเสมอวิ่งมาราธอนโรคประจำตัวข่าวโซเชียลข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้