เทรนด์ฮิตในสื่อสังคมออนไลน์ช่วงนี้ น่าจะเป็นแอปพลิเคชันแต่งหน้าแก่ “FaceApp” ดาราคนมีชื่อเสียง ผู้ใช้ในโลกออนไลน์ทั่วไป แห่แต่งภาพหน้าตาตัวเองให้ดูแก่มีริ้วรอยหรือให้เด็กดูอ่อนเยาว์กว่าตัวจริง โพสต์อวดโชว์กันตามจารีต สังคมก้มหน้าและยุคสมัยแห่งการอวดโชว์
ผู้ใช้ทั่วไปไม่ได้คิดมากอะไรนอกเหนือจากแค่เทรนด์ฮิตไวรัลในโลกออนไลน์คนอื่นทำก็ทำบ้างตามกันไป สนุกดี แต่มีคนพยายามโยงเข้าการเมืองระหว่างประเทศจนได้ เพราะอะไร?...มันมีที่มา!
นักการเมืองในสหรัฐฯ และ สำนักงานกรรมาธิการสารสนเทศของอังกฤษ เห็นยูสเซอร์ฮิตเล่นเฟซแอปกันแพร่หลายแล้วไม่ค่อยสบายใจ รีบเตือนด้วยความห่วงว่าจะกระทบความมั่นคงและละเมิดความเป็นส่วนตัว
เหตุผลไม่มีอะไรมาก เจ้าของเฟซแอป คือ บริษัท ไวร์เลส แลบ สำนักงานตั้งอยู่ในนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย...หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วร้องอ๋อ!!
ไวร์เลสฯปล่อยแอปฯออกมาตั้งแต่ปี 2560 (ฮิตปังสุดๆช่วงหลังๆ) เปิดตัวในช่วง รัฐบาลรัสเซียถูกกล่าวหาแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ ใช้วิธีก่อกวนทางไซเบอร์เล่นงานการสื่อสารออนไลน์ของฝ่ายเดโมแครต ช่วยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน
ผลสอบสวนของสหรัฐฯพบว่ารัสเซียมีส่วนทำจริง แต่ไม่พบหลักฐานชัดว่านายทรัมป์เกี่ยวข้อง ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียปฏิเสธแล้วเช่นเดียวกับนายทรัมป์
สหรัฐฯและอังกฤษไม่เคยเชื่อใจรัสเซีย
...
ผลก็คือ...แกนนำพรรคเดโมแครตผู้ดูแลการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2563 ขอให้ทีมงานหาเสียงลบ FaceApp ทิ้งทันที กลัวถูกใช้เป็นช่องทางสอดแนม ขณะที่นาย ชัค ชูเมอร์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระดับสูงของพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เปิดสอบสวนว่า FaceApp เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของคนหลายล้านคนหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจว่าผู้ใช้รู้หรือไม่ว่าข้อมูลส่วนตัวถูกละเมิด
ไวร์เลส แลบ ไม่ปล่อยให้สงสัยนาน นายยาโรสลาฟ กอนชาลอฟ ผู้ก่อตั้งที่เคยทำงานกับบริษัทไมโครซอฟท์ในสหรัฐฯ บอกว่า FaceApp อัปโหลดเฉพาะภาพที่ผู้ใช้เลือกมาแต่ง ไม่เคยโอนถ่ายหรือดึงเอาภาพอื่นๆจากแกลเลอรีในมือถือสมาร์ทโฟน แต่เก็บภาพที่ผู้ใช้อัปโหลดในระบบคอมพิวเตอร์ “คลาวด์” ซึ่งเจ้าของผู้ให้บริการอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อความสะดวกและประสิทธิผลการทำงานของแอปฯ ผู้ใช้ไม่ต้องอัปโหลดภาพเดิมซ้ำเมื่อคิดแต่งภาพอีก
“ภาพส่วนใหญ่จะถูกลบจากความพิวเตอร์เซอร์เวอร์ของไวร์เลสฯภายใน 48 ชั่วโมง หลังถูกอัปโหลด ไม่มีการโอนถ่ายข้อมูลผู้ใช้ไปเก็บที่รัสเซียหรือใช้เพื่อการพาณิชย์ และไม่ได้นำไปเพื่อฝึกระบบจดจำใบหน้า หาประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง” กอนชาลอฟกล่าว
ผู้ก่อตั้งไวร์เลสฯยืนยันนโยบายความเป็นส่วนตัวของ FaceApp ไม่ต่างแอปฯอื่นๆ และ ไม่แบ่งปันแชร์ข้อมูลไปใช้เพื่อเป้าหมายการโฆษณา ทำเงินจากค่าการบอกรับสมาชิกเพื่อรับฟีเจอร์ระดับพรีเมียม
คำถาม? ทำไม FaceApp ต้องอัป โหลดภาพไปเก็บที่ระบบคราวด์ ตามทฤษฎีแล้วแอปฯแต่งภาพในมือถือได้เลย ข้อนี้ เจน มันชุน หว่อง นักวิจัยด้านความมั่นคงไซเบอร์ ไขข้อข้องใจให้ว่า ทำอย่างนี้สร้างข้อได้เปรียบให้ Face App ผู้พัฒนาแอปฯคล้ายกันรายอื่นๆ จะลอกซอร์สโค้ดโปรแกรมของแอปฯได้ยาก
สตีเฟน เมอร์ด็อค แห่งยูนิเวอร์ซิตี้ คอลxเลจ ลอนดอน เห็นด้วย เพราะ “แม้จะดีต่อความ เป็นส่วนตัวกว่า ถ้าให้แต่งภาพในมือถือ แต่จะทำให้เครื่องทำงานช้า เปลืองแบตเตอรี เทคโนโลยี FaceApp ถูกขโมยง่ายขึ้น”
เอลิซาเบธ พอตต์ส ไวน์สตีน ทนายความชาวอเมริกัน โต้แย้งว่า กฎและเงื่อนไขของ Face App บ่งชี้ว่ารูปภาพผู้ใช้จะถูกใช้เพื่อจุดประสงค์เชิงพาณิชย์ เช่น แอดโฆษณาของ FaceApp แต่ แลนซ์ อูลานอฟฟ์ หัวหน้ากอง บก.เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี Life wire บอกว่าเงื่อนไขทวิตเตอร์ก็ไม่ต่างกัน... กรณี FaceApp จึงไม่มี อะไรคลุมเครือ
ถ้าใคร! ยังห่วงอยู่ กอนชาลอฟบอกด้วยว่าผู้ใช้สามารถส่งคำร้องให้ลบข้อมูลจากเซอร์เวอร์ของ FaceApp โดยเริ่มจากเปิดแอปฯ FaceApp เข้าไปที่การตั้งค่าโหมดช่วยเหลือ-รายงานข้อบกพร่อง (Setting>Support> Report a bug) ทีมซัพพอร์ตจะดำเนินการตามคำขอ
แต่หากล่าช้า...โปรดเข้าใจ! เพราะทีมซัพพอร์ตโอเวอร์โหลด...งานงอกล้นมือ!
@ฒ.คอกาแฟ