ครอบครัวของเด็กหญิงวัย 14 ประกอบพิธีฌาปนกิจด้วยความโศกเศร้า เป็นลมล้มพับกลางเมรุ บอกหากชาติหน้ามีจริงขอให้ได้เป็นพ่อลูกกันอีก ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

จากกรณีพบศพนักเรียนหญิงวัย 14 ปี นอนหนุนแขนครูเกษียณวัย 59 ปี ลั่นไกปลิดชีพเสียชีวิตคู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความหึงหวง ตามที่รายงานข่าวไปแล้วนั้น (คลิกอ่านข่าวทั้งหมด ที่นี่)

ล่าสุด วันที่ 26 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของเด็กหญิงวัย 14 ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจ โดยมีทั้งมีคนในครอบครัวรวมไปถึงเพื่อนบ้านและเพื่อนนักเรียนได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายศพจากบ้านมายังฌาปนสถาน ก่อนทำการนำร่างวนรอบเมรุ 3 รอบ ตามลำดับขั้นตอน ก่อนที่คนในครอบครัวจะเปิดโลงดูหน้าน้องเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย

ขณะที่พ่อของเด็กหญิงวัย 14 อยู่ในอาการที่เศร้าโศกเสียใจอย่างมาก พร้อมกับพูดกับลูกที่นอนอยู่ในโลงศพว่า หากชาติหน้ามีจริงขอให้ได้เป็นพ่อลูกกันอีก ก่อนจะเป็นลมล้มพับไป ญาติจึงช่วยกันประคองลงไปจากเมรุเพื่อปลอบใจ ก่อนที่ผู้ที่มาร่วมงานจะร่วมกันวางดอกไม้จันทน์และประชุมเพลิงตามกำหนดการ

...

ด้าน นายสุขสันต์ อายุ 36 ปี พ่อของน้องเอ กล่าวว่า หลังจากที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ยังไม่ได้รับการติดต่อจากครอบครัวของอดีตข้าราชการครูรายนี้แต่อย่างใด และรู้สึกแย่และไม่สบายใจที่ได้ยินเพื่อนๆของครอบครัวผู้ก่อเหตุออกมาระบุว่า ผู้ก่อเหตุได้เงินเออร์ลี่มา 2 ล้าน แต่ทุ่มไปให้กับน้องเอจนหมด ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก 

"ลูกสาวของผมถูกกระทำแล้วยังต้องได้รับความเสียหาย เหมือนพูดให้ลูกสาวของผมดูแย่ ทั้งที่ไม่ได้เป็นความจริง และไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นน้องเอเลย น้องยังมีอนาคตอีกไกล เป็นเด็กดีของครอบครัว ไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวัง แต่ในสิ่งที่เพื่อนๆ หรือญาติๆของผู้ก่อเหตุพูดมา ทำให้ตนเองรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ยืนยันขอเอาเรื่องในถึงที่สุด หลังจากเสร็จสิ้นพิธีส่งดวงวิญญาณน้อง แล้วก็จะขอเดินทางทวงความยุติธรรมให้กับลูกสาวตามขั้นตอนของกฎหมาย"