เจ้าของบริษัท และเพื่อนร่วมงาน "น้องเหมียว" เหยื่อศาลาริมน้ำแม่กลอง สุดเศร้าต้องสูญเสียคนเก่ง คนดี และอนาคตไกล ในอุบัติเหตุศาลาทรุด
จากกรณี ศาลาริมน้ำแม่กลอง ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม พังถล่มลงไปในแม่น้ำ ส่งผลให้มีผู้สูญหาย 2 คน รวมทั้งผู้เสียชีวิต 2 อีกราย คือ นางสุรีย์ อุระชื่น อายุ 37 ปี เป็นแม่ค้าขายกาแฟ และนางสาวพรพิไล เสือเล็ก พนักงานบริษัท สมุทรสงคราม ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด ซึ่งถูกซากปรักหักพังทับอยู่ที่ความลึกประมาณ 10 เมตร นาน เกือบ 50 ชั่วโมง
อย่างไรตาม ก่อนหน้านี้ นายหมู่เอก วินัย เสือเล็ก อายุ 59 ปี อส.อำเภออัมพวา พ่อของนางสาวพรวิไล หรือ น้องเหมียว ให้สัมภาษณ์สั้นว่า เมื่อวานไปงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่อวัดประดู่พระอารามหลวงมา ลูกสาวอีกคนโทรไปบอกว่า เหมียวเกิดอุบัติเหตุ ศาลาที่พักริมแม่น้ำพัง ยังหาศพไม่เจอ ตกใจมาก สงสารหลานชายวัย 5 ขวบ เรียกหาแม่ ฟังแล้วน้ำตาจะไหล
ล่าสุด นางสาวปภัศร ชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมุทรสงคราม ฮอนด้าคาร์ส์ จำกัด เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า น้องเหมียว ทำตำแหน่งฝ่ายขายที่บริษัทเราประมาณ 2 ปี โดยวันที่เกิดเหตุคือวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งบริษัทเราไม่ได้หยุด แต่จะหยุดในวันที่ 17 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษาแทน เนื่องจากวันอาสาฬหบูชาจะมีลูกค้าเข้ามาที่โชว์รูมค่อนข้างเยอะ
โดยวันเกิดเหตุ น้องเหมียวไปพักทานอาหารกลางวันที่ศาลาริมน้ำ โดยบริเวณนั้นเป็นจุดที่คนแม่กลองจะไปทานข้าวกลางวันกันค่อนข้างมาก ซึ่งพอเกิดอุบัติเหตุ ทางแฟนเพจเฟซบุ๊กของคนในจังหวัดได้มีการไลฟ์สดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีเสียงหนึ่งตะโกนมาว่ามีพนักงานฮอนด้าอยู่ด้วย พอเช็กชื่อพนักงานบริษัททั้งหมดจึงรู้ว่าเป็นน้องเหมียว
"พอเราทราบข่าว เราก็ปิดบริษัทไปรออยู่ตรงศาลาริมน้ำ เฝ้าอยู่แบบนั้นตั้งแต่ 13.00 น. จนพบร่างน้อง ท่ามกลางความเสียใจของพวกเรา น้องเหมียวเป็นเด็กแม่กลองที่มีความสามารถ น้องได้มาร่วมงานกับเรา 2 ปีเต็มๆ น้องเป็นคนร่าเริง มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเป็นประจำ ที่สำคัญน้องเขาตั้งใจทำงานมาก มีความรับผิดชอบสูง และเป็นคนตรงต่อเวลามากๆ"
...
นางสาวปภัศร กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือครอบครัวน้องเหมียวเบื้องต้น เราจะแบ่ง 2 แบบ คือทางประกันต่างๆ ที่มอบให้ทางทายาท ส่วนบริษัทเราก็จะช่วยเหลือตามระเบียบของบริษัท และในนามส่วนตัวอีกด้วย
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนในแม่กลองก็ไม่อยากให้เกิด ซึ่งศาลาริมน้ำอยู่คู่เมืองแม่กลองมานานแล้ว พอเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพวกเราชาวแม่กลองก็อาจจะมาทบทวน และหาทางป้องกันปัญหาในลักษณะนี้ โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างริมน้ำแม่กลอง ตรงจุดวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซึ่งกระแสน้ำค่อนข้างแรง และกัดเซาะตลิ่ง
อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และค้นหาผู้เสียชีวิต เราได้เห็นน้ำใจของคนแม่กลองที่แสดงความห่วงใย มีน้ำใจ และเกื้อกูลกันในยามมีภัย