ข่าว
100 year

มีไข้ 4 วัน ช็อกซ้ำ 2 ครั้ง แพทย์คาดน้อง "กุ๊กไก่" ป่วยไข้เลือดออกเดงกีรุนแรง

ไทยรัฐออนไลน์15 ก.ค. 2562 19:35 น.
SHARE

แพทย์แจงขั้นตอนการรักษา "กุ๊กไก่" นักเรียน ม.6 หลังญาติคาใจ ทำไมตรวจไม่เจอ คาดป่วยไข้เลือดออกเดงกีรุนแรง เนื่องจากมีไข้แค่ 4 วัน ชี้ไม่เคยเจอ ช็อกซ้ำ 2 ครั้ง

จากกรณี น.ส.หัทยา หงษ์ชารี อายุ 19 ปี หรือน้องกุ๊กไก่ ที่เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก โดยพ่อระบุว่า ลูกมีไข้สูง ก่อนพาส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ตรวจหาไม่เจอ ก่อนลูกสาวจะเกิดอาการช็อก และมีการส่งต่อไปอีกโรงพยาบาล จนหมอตรวจเจอว่าเป็นไข้เลือดออก กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ไข้เลือดออก คร่าสาว ม.6 พ่อโอด รพ.ตรวจไม่เจอ ก่อนช็อกเสียชีวิต)

ต่อมา วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ มอบหมายให้นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมให้กำลังใจกับครอบครัวของ น.ส.หัทยา ที่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 13 ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว โดยมีนายสมบูรณ์ หงษ์ชารี อายุ 48 ปี ผู้เป็นพ่อ และนางสมส่า หงษ์ชารี อายุ 48 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วยเพื่อนนักเรียน คณะครู และญาติ ที่กำลังทำพิธีฌาปนกิจในวันนี้ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจที่น้องกุ๊กไก่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน

นายสมบูรณ์ เผยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงระบบการให้บริการ และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจผู้ป่วยมากกว่านี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครอยากให้น้องเสียชีวิต และเมื่อเสียชีวิตแล้ว ก็เอาคืนไม่ได้ ซึ่งติดใจเพียงแค่ว่าในช่วงที่ตนพาลูกสาวไปส่งโรงพยาบาล ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงตรวจเพียงแค่วัดความดัน วัดไข้ และบอกว่าไม่มีอะไร แถมยังให้กลับบ้านแล้วค่อยมาใหม่ ทั้งๆที่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่า ก่อนที่จะนำตัวมานั้น ลูกสาวอาเจียน และมีไข้สูง ดังนั้นจึงอยากให้เอากรณีของลูกสาวตนเป็นตัวอย่างศึกษาและปรับปรุงแก้ไข เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นกับใครอีก

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาคู ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสาขาศาสตร์ป้องกัน (ระบาดวิทยา) ซึ่งเป็นตัวแทนสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายแพทย์ภาคภูมิ มโนสิทธิศักดิ์ รอง ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของ น.ส.หัทยา ในเบื้องต้น พร้อมทั้งสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หลังญาติผู้เสียชีวิตติดใจขั้นตอนระบบการรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลหนองกุงศรี โดยเฉพาะกรณีที่ให้ผู้ป่วยกลับบ้านแล้วมาตรวจรักษาใหม่ จนเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตดังกล่าว

นายไกรสร กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สำหรับกรณีปัญหาการติดใจของผู้ปกครองน้องกุ๊กไก่ ต่อระบบการรักษาของโรงพยาบาลหนองกุงศรีนั้น เบื้องต้นได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ และนายชาญชัย ศรศรีวิชัย ปลัด จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น และเช็กประวัติการรักษาแล้ว ซึ่งให้ตรวจสอบโดยว่ากันไปตามข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ยืนยันว่า หากพบว่าขบวนการไม่เป็นไปตามความถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ จะต้องดำเนินการเต็มที่โดยไม่มีละเว้น และหากผลการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการผิดเพี้ยน หรือบกพร่องก็จะต้องมีการดำเนินการเยียวยาต่อไป

ขณะที่ นายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาคู ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสาขาศาสตร์ป้องกัน (ระบาดวิทยา) ซึ่งเป็นตัวแทนสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วของสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น โดยการสอบสวน ประเมินพื้นที่ และติดตามควบคุมโรคแล้ว

สำหรับกรณีของ น.ส.หัทยา ตามข้อมูลนั้นเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 จากนั้นไปรับการรักษาที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.หนองกุงศรีก่อนในช่วงเช้า ซึ่งทางคลินิกได้แนะนำว่า หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ให้ไปเจาะเลือดตรวจที่โรงพยาบาล กระทั่งวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ผู้ปกครองได้พาไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหนองกุงศรี และทำการเจาะเลือดครั้งแรก ซึ่งผลเลือดครั้งแรกอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีเม็ดเลือดเลือดขาวต่ำเล็กน้อย ส่วนเกล็ดเลือดปกติ ยังไม่เข้าข่ายไข้เลือดออก ซึ่งทางโรงพยาบาลได้นัดตรวจซ้ำในช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2562

แต่ระหว่างคืนวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 น้องกุ๊กไก่มีอาการไข้สูง อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ กระทั่งช่วงเวลา 03.00 น. ญาติได้พาน้องไปโรงพยาบาลอีกครั้งที่ห้องฉุกเฉิน

นายแพทย์พรพัฒน์ กล่าวต่อว่า แรกรับเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจและวัดไข้ได้ 36.7 องศา ชีพจร 88 ครั้งต่อนาที ความดัน 100 กับ 60 ซึ่งอาการช่วงเวลานี้ยังถือว่าไม่เข้าสู่ระยะช็อก แต่เนื่องจากจะต้องรอการตรวจในช่วงเวลา 09.00 น. และยังเหลือเวลาอีกนาน ประกอบกับอาการยังดีอยู่ เจ้าหน้าที่จึงให้น้องกลับไปพักผ่อนที่บ้าน แล้วค่อยกลับมาตรวจเลือดในเวลา 09.00 น. ซึ่งมีอาการเริ่มช็อกในช่วงนี้ ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงได้ให้น้ำเกลือ จนความดันกลับขึ้นมาปกติ และรู้สึกตัวดี จึงได้นำตัวส่งต่อไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งความดันยังปกติ และพักรักษาตัวได้ 1 คืน

แต่ในช่วงเช้าของวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 น้องกุ๊กไก่กลับมีอาการช็อกซ้ำ เป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะมีการช็อก 2 รอบ ทางแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จึงได้ทำการรักษาให้ยาชนิดต่างๆ และให้น้ำเกลือแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2562

นายแพทย์พรพัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีอาการของน้องกุ๊กไก่ ถือเป็นกรณีที่น่าสนใจ เนื่องจากมีอาการไข้เพียง 4 วัน และมีการพบแพทย์ค่อนข้างเร็ว แต่ก็เสียชีวิต อีกทั้งยังมีอาการช็อกซ้ำถึง 2 ครั้ง ในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งเพิ่งปรากฏ อย่างไรก็ตามสำหรับสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เบื้องต้นเข้าข่ายเป็นโรคไข้เลือดออก จึงได้ส่งเลือดไปตรวจยืนยันเพื่อระบุสายพันธุ์ และระบุความรุนแรง แต่ในเบื้องต้นพบว่าเป็นโรคไข้เลือดออกเดงกีชนิดที่รุนแรง มีอาการเลือดรั่วเร็ว ช็อกเร็ว และช็อกซ้ำ จึงเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เสียชีวิตเร็ว

ทั้งนี้ หลังเกิดกรณีดังกล่าวจะมีการทบทวนขบวนการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลทุกแห่ง โดยจะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ส่วนกรณีที่ญาติติดใจขั้นตอนการรักษาของโรงพยาบาลนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่เบื้องต้นพบว่าในช่วงเวลาที่ตรวจนั้นมีพยาบาลเป็นผู้ตรวจ ก่อนจะมีการรายงานแพทย์

สำหรับสถานการณ์โรคไขเลือดออกในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 จนถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยแล้ว 497 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้รณรงค์ให้ประชาชนป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างเต็มที่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไข้เลือดออกสายพันธุ์น้องกุ๊กไก่กาฬสินธุ์ช็อกซ้ำม.6ขั้นตอนการรักษาข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้