คนขับรถอีซูซุ แจงคลิปลากสุนัขไปกับถนน ยันไม่รู้ว่าเจ้าของผูกสุนัขไว้ท้ายรถ ขับออกมาโดยไม่ได้มอง ด้านเจ้าของสุนัข เสียใจถูกสังคมประณาม ยันไม่ได้ตั้งใจให้สุนัขตาย
จากกรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นมิวเอ็กซ์ สีดำ ท้ายรถมีเชือกผูกซากสุนัขไปตามถนน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่ทราบว่าสุนัขตัวดังกล่าวเสียชีวิตก่อนหรือหลังที่จะถูกลากไปตามถนน ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากนั้น อ่านข่าว ทาสสุนัขเห็นแล้วทนไม่ได้ อีซูซุผูกคอตูบติดท้ายรถ ลากไปกับถนน (คลิป)
ล่าสุด วันที่ 11 ก.ค.62 แฟนเพจ WATCHDOG THAILAND เปิดเผยคำบอกเล่าของ ผู้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ ยศร้อยตำรวจเอก ที่ลาออกจากราชการมาแล้ว ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองขับรถไปที่ขนำของเพื่อนผู้เป็นคู่เขย ใน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี
เมื่อเสร็จธุระ จึงขับรถยนต์คันดังกล่าวกลับออกมา โดยขับมาตามถนน จนกระทั่งมีรถยนต์ของชาวบ้านขับขี่ตามหลังมาและบีบแตร ตอนแรกตนคิดว่าคนบีบแตรเตือนเรื่องยางรถ จึงจอดรถลงมาดูท้ายรถก็พบสุนัข ซึ่งจำได้ว่าเป็นสุนัขของคู่เขยที่มีนิสัยค่อนข้างดุ ถูกมัดติดไว้กับท้ายรถในสภาพเสียชีวิตแล้ว
...
ตนจึงเอาสุนัขไว้ริมถนน ณ จุดที่จอดรถลงมาดู จากนั้นขับรถไปธุระต่อ โดยได้ติดต่อสอบถามคู่เขย ได้รับแจ้งว่า เป็นผู้แอบเอาสุนัขตัวดังกล่าวไปผูกไว้ท้ายรถของตน เพราะมีแขกมาที่บ้าน และกลัวว่าสุนัขจะไปกัดคน ซึ่งคู่เขยยอมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น และหลังจากนั้น ยังมีรถจักรยานยนต์ขับขี่มาชนน้องหมาที่นอนตายอยู่ริมถนน จนเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บอีก แต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ เจ้าของสุนัข เปิดเผยว่า ตอนนี้ครอบครัวเสียใจและรู้สึกผิดมาก ไม่ได้ตั้งใจ รักน้องมาก แต่สังคมไม่เข้าใจเลยค่ะ คือ บริเวณบ้านเป็นนากุ้ง เป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งปกติจะปล่อยให้สุนัขเล่นตามอัธยาศัย มีคอกให้อยู่ แต่วันเกิดเหตุมีแขกมาบ้าน ซึ่งไม่ได้บอกล่วงหน้า เลยไม่ได้พาสุนัขเข้าคอก ประกอบกับสุนัขอยู่บริเวณรถพอดีเลยเอาโซ่มาผูกไว้ก่อน คิดว่าถ้าแขกกลับก็ปล่อย
สุนัขอยู่ที่ขนำ แขกมาที่ขนำ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านแล้วพ่อก็เดินกลับไปทำงานต่อที่บ้าน น้าก็ไม่รู้ว่าพ่อผูกสุนัขไว้ พ่อก็ไม่รู้ว่าน้าจะเอารถคันนั้นออกไป เนื่องจากมีรถสองคัน ปกติน้าจะใช้คันนั้นก็ต่อเมื่อน้าขับไปไหนไกลๆ "หนูรักหมาตัวนี้มาก ทุกคนในครอบครัวรักหมา ที่บ้านเลี้ยงอยู่ 4 ตัวค่ะ คือ มันเป็นภาพที่ตัวหนูเองก็รับไม่ได้ ที่หมาหนูต้องทรมาน แต่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ"
(ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ WATCHDOG THAILAND)