นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากนโยบายการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษให้ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบความเดือดร้อนของเด็กเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างต่อเนื่อง บทบาทของครูในการเยี่ยมบ้านคงต้องเพิ่มความเข้มข้น มากขึ้น ล่าสุด สพฐ.และ กสศ.จะบูรณาการฐานข้อมูลศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียนสพฐ.กับระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน หรือ CCT เพื่อดูแลนักเรียนรายบุคคลในทุกมิติ พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ ที่สำคัญจะช่วยลดภาระงานครูในการบันทึกข้อมูลต่างๆ โดยจะประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 23-24 ก.ค.นี้
ด้านนพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ภายในเดือน ก.ค.นี้ กสศ.จะจัดสรรเงินอุดหนุนในนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มเดิมที่ยืนยันตัวตนในสถานศึกษาแล้วประมาณ 320,000 คน เพื่อเป็นค่าครองชีพ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และจัดสรรไปยังสถานศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียนคนละ 1,000 บาทในภาคเรียนที่ 1 รวมแล้วกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งตลอดเดือน ก.ค. ครูสังกัดสพฐ. ตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กว่า 400,000 คน ยังคงเดินหน้าคัดกรองนักเรียนเข้าใหม่ชั้น ป.1 ป.4 และ ม. 1 เพื่อรับการจัดสรรอีกครั้งในเดือน ส.ค. ประมาณ 300,000 คน เพื่อไม่ให้มีเด็กตกหล่น โดยปีการศึกษา 2562 กสศ.จะช่วยสนับสนุนค่าเดินทางในการเยี่ยมบ้านให้กับโรงเรียนด้วย ในส่วนของอัตราเงินอุดหนุนเทอมที่ 2 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติปรับเพิ่มเป็นเทอมละ 1,500 บาท หรือปีละ 3,000 บาท แต่งบประมาณปี 2563 ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามกสศ.มีโครงการระดมความร่วมมือจากภาคธุรกิจเพื่อช่วยเด็กกลุ่มนี้เพิ่มเติมจากที่ กสศ.จัดสรร ล่าสุด บ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมสมทบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนยากจนพิเศษในโรงเรียนรอบสถานีบริการน้ำมันสาขาวังมะนาว จ.เพชรบุรี สำหรับธุรกิจเอกชนใดสนใจร่วมบริจาคสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2079-5475