ข่าว
100 year

22 ปี สภาการหนังสือพิมพ์ฯ แนะสื่อ ยืนหยัดทำหน้าที่พิสูจน์ความจริง สกัดข่าวลวง

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ค. 2562 21:54 น.
SHARE

เวทีสัมมนา 22 ปี สภาการหนังสือพิมพ์ฯ แนะสื่อปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ยืนหยัดทำหน้าที่พิสูจน์ความจริง แยกข่าวลวง และระวังไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือใคร 

เนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวเปิดงานว่า วันที่ 4 ก.ค. เมื่อ 22 ปีก่อน เป็นวันสำคัญของ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ ซึ่งได้มารวมตัวลงนามในบันทึก จัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ขึ้นมาทำหน้าที่กำกับกันเองทางด้านจริยธรรม และ 22 ปี ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่กำกับดูแลการทำหน้าที่หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ข่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับ

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีปัญหา การทำหน้าที่ตามกรอบจริยธรรม เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ทำให้พฤติกรรมการบริโภคข้อมูลข่าวสารประชาชนเปลี่ยนแปลงไป ปรับสู่โลกออนไลน์มากขึ้น การผลิตข่าวสารให้อยู่รอดและสามารถดำรงไว้ซึ่งความเป็นมืออาชีพภายใต้กรอบจริยธรรม จึงเป็นเรื่องเรื่องท้าทายสื่อมวลชนในยุคปัจจุบัน

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มาตรฐานความเป็นมืออาชีพของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัล” ในโลกดิจิทัล ทุกอย่างสะดวกรวดเร็ว แต่ความสะดวกก็ต้องปรับตัว เพื่อสร้างความได้เปรียบ ในเรื่องของข่าวสาร และความรวดเร็ว ขณะที่ ยังมีของแถมในโลกดิจิทัล คือสิ่งที่ประชาชนประสบและถ่ายทอดผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายเป็นแหล่งของข้อมูลในเหตุการณ์ เมื่อนักข่าวเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบจิตใจ ก็นำไปตีแผ่ ต่างจากเดิม ที่ไม่มีแหล่งโซเชียลมีเดีย

จากนั้นก็เริ่มนำไปสู่การสืบสวนต่อว่าเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร มีผลดีผลเสียอย่างไร  ตรงนี้เป็นโอกาสใหม่ที่มาจากข่าวของประชาชน แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการใช้ท่านเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกัน ดังนั้นก่อนหยิบมาเสนอต้องเช็คให้แน่ชัดว่าเป็นเรื่องจริง

ในส่วนของเวทีอภิปราย หัวข้อ “สื่อ การปรับตัว และมาตรฐานความเป็นสื่อมืออาชีพ” นายก้าวโรจน์ สุตาภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า เทคโนโลยีทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น สื่อก็ต้องปรับตัว ต่อมาก็ต้อง Modernization หารายได้ เราจะเห็นสื่อใหม่ๆ ซึ่งบางเจ้าก็มาจากสื่อเดิมแต่ Rebranding ใหม่ เปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่อง ข่าวปัจจุบันก็คือการเห็นมุมของผู้บริโภค และส่งไปถึงกลุ่มผู้อ่านแบบถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา จะอยู่ในรูปแบบ ภาพ ข้อความ วีดีโอก็ได้

อย่างไรก็ตาม การปรับตัว ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันไปทั้งหมด แต่ทำอย่างไรที่จะให้คนฟังขยายวงกว้างขึ้น การเล่าเรื่องก็เป็นอีกแบบหนึ่ง การทำคอนเทนต์ต้องหาตัวเองให้เจอ

ด้าน รศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผอ.หลักสูตรปริญญาเอก คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า หลังปี 2000 ทุกอย่างก้าวไวมาก และ 5 ปีหลัง ที่ปรับตัวเร็วมาก จากออฟไลน์ เปลี่ยนมาออนไลน์  ในโซเชียลมีเดียมีการแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สังคมของใครของมัน แต่สื่อมวลชนสามารถบูรณาการสังคมโดยรวมได้  อีกหน้าที่ของสื่อมวลชนก็คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หรือความถูกต้อง เพราะเราไม่ขัดสนข่าวสาร แต่เราอยากรู้ว่าจากข่าวสารสิ่งไหนเป็นความจริง เพื่อจะแยกได้ว่าตรงไหนเป็นข่าวปล่อย ข่าวลวง

นอกจากนี้ ส่วนตัวยังเชื่อว่า หนังสือพิมพ์แบบกระดาษคงจะยังอยู่ต่อไปได้ แต่จะเล็กลงเรื่อยๆ  ซึ่งจะต้องไม่ทำแบบเดิม องค์กรสื่ออาจจะต้องจัดฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ คนไม่ได้อยากรู้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อวาน แต่เขาอยากอ่านบทวิเคราะห์ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วนั้นจะเกิดอะไรขึ้นตามมา ดังนั้นต้องมีนักวิเคราะห์มือฉมัง รวมทั้งต้องปรับวงจรการทำข่าว 24 ชม.ใหม่ จัดตำแหน่งคนให้เข้ากับวิถียุคดิจิทัล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

22 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติสัมมนาสื่อยุคดิจิทัลโลกออนไลน์ข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้