ข่าว
100 year

เตรียมประกวดตั้งชื่อ "พะยูนน้อย" เกยตื้นที่กระบี่ รอผลตรวจการติดเชื้อ

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ค. 2562 14:10 น.
SHARE

อธิบดีกรม ทช. บินภูเก็ต ดูอาการพะยูนน้อยบาดเจ็บ ล่าสุดแข็งแรงขึ้น รอผลตรวจการติดเชื้อหรือไม่ คาดรู้ผลใน 1 อาทิตย์ พร้อมเตรียมประกวดตั้งชื่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่บ่ออนุบาล กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามการอนุบาลลูกพะยูน เพศผู้ วัยราว 3 เดือน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ร่วมกับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง จ.กระบี่ ช่วยเหลือไว้ หลังพบเกยตื้นอยู่บริเวณชายหาดบ่อม่วง มีบาดแผลหลายจุด เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยมีนายหิรัญ กังแฮ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายงานแนวทางการดูแลและรักษาลูกพะยูนตัวดังกล่าว ซึ่งมีการให้นมดื่ม เช่นเดียวกับน้องมาเรียม และดื่มได้ปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ว่ายน้ำเองได้ ส่วนบาดแผลภายนอกที่พบเป็นบาดแผลค่อนข้างลึก ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เป็นบาดแผลที่เกิดจากอะไร ขณะเดียวกันได้มีการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ และเลือดไปตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกล่าวว่า สำหรับลูกพะยูนตัวนี้ ซึ่งมีการพบเกยตื้นที่ชายหาดบ้านบ่อม่วง จ.กระบี่ และได้มีการนำตัวมาอนุบาลไว้ที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ จ.ภูเก็ต โดยมีสัตวแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากพะยูนตัวนี้จะตัวค่อนข้างเล็ก และมีอายุเพียง 3 เดือน ซึ่งช่วงแรกที่สัตวแพทย์รับตัวมานั้น สภาพค่อนข้างบอบช้ำ มีร่องรอยบาดแผลหลายจุดและร่างกายอ่อนแอ หลังจากที่มีการนำมาอนุบาลแล้วพบว่า ขณะนี้มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าดีใจอย่างยิ่ง แต่ยังคงต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากขณะนี้อยู่ในการรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการว่า มีการติดเชื้อหรือไม่อย่างไร เนื่องจากการดูแลพะยูนไม่ค่อยปรากฏมากนัก และถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสัตวแพทย์ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด และยังคงต้องดูแลในสถานที่ปิด เพราะค่อนข้างบอบช้ำมาก โดยจะมีการประเมินกันอีกครั้งเมื่อสภาพร่างกายแข็งแรงดีว่าจะนำไปดูแลในพื้นที่เปิดได้หรือไม่ ซึ่งพะยูนตัวนี้แตกต่างจากน้องมาเรียมพะยูนที่พบในพื้นที่ จ.ตรัง ที่เลี้ยงในพื้นที่เปิด

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ส่วนจะนำไปเลี้ยงดูร่วมกับน้องมาเรียมได้หรือไม่นั้น คงต้องมีการพิจารณารายละเอียดทุกมิติกันอีกครั้ง เช่น สภาพร่างกาย ความแข็งแรง เป็นต้น หากพิจารณาเห็นแล้วว่ามีความแข็งแรงสมบูรณ์ 100 % ไม่มีบาดแผลต่างๆ แล้ว จะมีการหารือกันอีกครั้งว่าจะนำไปไว้ยังพื้นที่เปิดที่ใดที่เหมาะสม ในส่วนการตั้งชื่อน้องพะยูนนั้น ยังไม่มี โดยจะเปิดประกวดให้มีการตั้งชื่อ เพื่อคัดเลือกหาชื่อที่เหมาะสม ส่วนของมาเรียมที่ไม่มีการประกวด เพราะได้รับการตั้งชื่อจากชาวบ้านบนเกาะลิงบง แปลว่า สาวน้อยที่มีความสวยงามแห่งท้องทะเล

ส่วนสถานการณ์ของพะยูนในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ดีขึ้นค่อนข้างมาก จากก่อนหน้านี้มีประมาณ 100 กว่าตัว แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็นประมาณ 300 กว่าตัว เฉพาะในพื้นที่ จ.ตรัง มีประมาณ 200 ตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และขณะเดียวกันเราต้องช่วยกันดูแล พร้อมกันนี้ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในการช่วยเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่งด้วย

สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลเกี่ยวกับการดูแลเฝ้าระวังพะยูน กรณีที่เป็นพื้นที่เปิด เนื่องจากพะยูนจะอยู่รวมตัวกันเป็นฝูง ที่น่าเป็นห่วง คือ เครื่องมือการทำประมง เพราะจากการสังเกตพะยูนที่มาเกยตื้น พบว่าส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากเครื่องมือประมง อาจเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเขาอยู่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ และขนาดลำตัวค่อนข้างใหญ่ มีการเคลื่อนตัวช้า ขณะเดียวกันจะได้ทำการเพิ่มแหล่งหญ้าทะเล เพราะเป็นแหล่งอาหารของพะยูน เมื่อมีแหล่งอาหารเพิ่มมากขึ้นจะทำให้พะยูนมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พะยูนกระบี่ประกวดตั้งชื่ออนุบาลปฐมพยาบาลติดเชื้อสัตวแพทย์ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้