ยกฟ้อง “อดีตพระครูกิตติ” อดีตเจ้าคณะ อ.ชนแดน คดีอนาจารเด็กหญิง 3 คน ชี้คำเบิกความของพยานโจทก์ ขัดแย้งกันเอง และมีพิรุธ แต่ต้องนอนคุกต่อ เพราะอยู่ระหว่างจำคุกคดีเงินทอนวัด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.434/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง อดีตเจ้าคณะ อ.ชนแดน และ อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 3 คน ตั้งแต่ปี 2548-2549 หลายครั้ง
วันนี้จำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท.38/2561 ของศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว คำเบิกความของพยานโจทก์ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงทั้งสามปาก รวมถึงพยานโจทก์ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัด มีลักษณะขัดแย้งกันเองและมีพิรุธ อีกทั้งเหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 10 ปี เพิ่งมีการเปิดเผยและแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย พยานหลักฐานโจทก์ จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังฟังคำพิพากษา อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวกลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 26 ปี ในคดีทุจริตเงินทอนวัด เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา.