ตำรวจ ปอท. ออกหมายเรียกคนโพสต์ "นวยคนดี" มารับทราบข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ 29 มิ.ย. เผยสาเหตุ ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ พร้อมเทียบคดีก่อนหน้า "พีท ขายหวย"

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปุณณารมย์ สุภาพรลภัสกร ได้โพสต์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าทำกระเป๋าหรูหาย จนมีผู้เก็บได้ก่อนส่งคืน โดยระบุชื่อว่า "นวย" ซึ่งเป็นกรรมกรก่อสร้าง พร้อมทั้งโพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราว หลังจากที่ทำกระเป๋าแบรนด์เนมหล่นหาย ปรากฏว่ามีคนเก็บไว้ได้แล้วส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยของข้างในกระเป๋าอยู่ครบ แต่ขอเงิน 200 บาท เป็นค่าเหล้า และค่าเสียเวลา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว

เปิดเส้นทางสืบ “นวยคนดี” จับจุดโป๊ะแตก ไปรษณีย์แหก ตำรวจคุ้ยจนเจอ

สาวทำกระเป๋าแบรนด์หรูหาย "นวย" คนใจดี เก็บได้ส่งคืน พร้อมจดหมายทำให้อมยิ้ม

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ประชาชนหลายท่านอาจจะมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องให้ความสำคัญ ตนขอชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นเหตุให้สังคมเกิดความสงสัย สับสน หลงเชื่อว่าน่าจะมีเจตนาซ่อนเร้นบางอย่าง เรื่องนี้โดยแท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องเล็ก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีผู้แชร์ข้อมูลกระจายไปในโลกโซเชียลมากกว่า 1 แสนราย

อีกทั้งยังมีผู้ร้องเรียนเข้ามาในเว็บไซต์ของ บก.ปอท. เป็นจำนวนมากให้ตรวจสอบ โดยทาง พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. จึงสั่งการให้ทางฝ่ายสืบสวน กก.3 บก.ปอท. ลงพื้นที่ไปตรวจสอบทั้งในส่วนของบุคคล พยานบุคคล และสถานที่ตามที่ระบุไว้ในสื่อโซเชียล คอนโดที่พัก ไปรษณีย์ที่มีการกล่าวถึง

...

ทั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกประมาณ 90-100% พบว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงใดๆ ทั้งสิ้น บก.ปอท. จึงต้องมีการดำเนินคดีกับบุคคลเจ้าของโพสต์ดังกล่าวที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายซึ่งบัญญัติไว้อย่างชัดเจน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนเจตนาของผู้กระทำนั้น ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด ทั้งนี้ ผู้โพสต์นั้นได้ดำเนินการปิดบัญชีเฟซบุ๊กหลบไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐานแล้ว ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนกก.3 บก.ปอท. ได้ออกหมายเรียกเจ้าของโพสต์ ผู้กระทำความผิดเข้ามารับทราบข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ม.14(1)นำข้อมูลอันเป็นเท็จเจ้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในวันศุกร์ที่ 29 มิ.ย. เวลา 10.00 น.

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวฝากเตือนคนเล่นโซเชียลว่า การโพสต์ข้อความเพื่ออยากสร้างตัวตน โดยสร้างเรื่องราวที่ไม่เป็นความจริง และทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย จนเกิดความสับสนนั้นเป็นความผิด เพราะฉะนั้นหากทาง บก.ปอท. นิ่งนอนใจจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบอย่างแพร่หลาย หากเป็นเรื่องดีงามหรือสร้างสรรค์ต่อสังคมควรสบับสนุน หรือนำมาแสดงตัวตนเพื่อให้สังคมได้ชื่นชม ยกย่อง ส่งเสริมคุณงามความดี แต่หากเป็นพฤติการณ์หลอกลวง สร้างเรื่องราวขึ้นมา จนกระทั่งถูกทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาจถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ ท่านใดพบข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าเพิ่งรีบแชร์ข้อมูลต่อ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจตกเป็นเครื่องมือบุคคลที่สร้างความสับสบวุ่นวายในสังคม

"ยังมีกรณีตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันนี้ ซึ่งมีอยู่หลายคดี เข่น พ่อค้าขายลอตเตอรี่ที่โพสต์ว่าเก็บรางวัลที่ 1 ให้ลูกค้าถึง 2 ครั้ง จนมีประชาชนเกิดหลงเชื่อในการทำคุณงามความดี จึงพากันแห่ไปซื้อยกแผง ทั้งๆ ที่เรื่องจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย" พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว

สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1)โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา.