อุทาหรณ์เตือนใจ ผู้ป่วยเบาหวาน ศึกษาวิธีกินแบบคีโตเจนิคด้วยตัวเอง สุดท้ายทำผิดวิธี อาเจียน ถ่ายเป็นสีดำ ต้องรีบส่งห้อง ICU แนะผู้ป่วยกินคีโตควรอยู่ในความดูแลของแพทย์
เฟซบุ๊ก Kanhatai Punjaikaew โพสต์เรื่องราวอุทาหรณ์เตือนผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานเกี่ยวกับการรับประทานแบบคีโต หรือ คีโตเจนิค (Ketogenic Diet) โดยระบุว่า เราไม่ได้มีเจตนา บอกว่าวิธีลดแบบคีโตไม่ดี แต่อยากมาแชร์ว่า ถ้าไม่มีความรู้มากพออาจเกิดโทษได้ โดยยกตัวอย่างคนใกล้ตัวที่เป็นเบาหวานมานาน 10 ปี ได้อ่านบทความเกี่ยวกับวิธีทานแบบคีโต ไดเอท ว่าเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานจึงเร่ิมศึกษาข้อมูลมาปฏิบัติเอง ซึ่งหลักการของคีโต คือ เปลี่ยนแหล่งพลังงานของร่างกายจากคาร์บเป็นไขมัน
วิธีนี้มันเป็นการเปลี่ยนระบบร่างกายแบบสุดโต่ง ทั้งระบบย่อย ระบบดูดซึม ระบบเผาผลาญ ซึ่งมันควรได้รับการดูแลและแนะนำจากแพทย์ และต้องวางแผนการกินไขมันให้ดี เพราะนี่คือแหล่งพลังงานหลัก
ในวันแรกของการทานคีโต ได้ทานวันละ 2 มื้อ คือ เช้ากับเที่ยง เอะอะ ก็ขาหมู นึกอะไรไม่ออกก็หมูกรอบแทบทุกมื้อ ผักไม่ถึง ไขมันไม่ได้ ไม่มีความสมดุล งดน้ำตาล งดแป้ง งดอาหารตั้งแต่ 4 โมง โดยเอาสูตร Intermittent Fasting หรือเรียกสั้นๆ ว่า IF มามิกซ์กับคีโต เพราะอยากเห็นผลไวๆ
หลังจากรับประทานมาได้วันที่ 3 เริ่มมึนเบลอ วันที่ 4 เริ่มอาเจียนตลอดเวลา ตัวร้อน เวียนหัว วันที่ 5 อาเจียน ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง 6 รอบ ถ่ายอีก 10 รอบ รอบสุดท้ายอาเจียนเป็นสีดำ ถ่ายเป็นสีดำ หัวใจเต้นแรง ร่างกายอ่อนแรง จึงนำตัวส่งโรงบาล อาการเหมือนคนจะวูบ จะอาเจียนตลอดเวลา ไข้ขึ้นสูง ตัวร้อน หน้าเหลือง ปากแห้ง ต้องส่งตัวเข้าห้อง ICU
...
ผลตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่า ระบบร่างกายแปรปรวนจนเบาหวานวิกฤติ ค่าไตผิดปกติ อาจจะต้องฟอกไต เลือดเป็นกรด ค่าน้ำตาลสูง 320 ความดันผิดปกติ ชีพจรผิดปกติ หัวใจเต้นผิดปกติ เสียเกลือแร่เยอะ หมอต้องคอยดูอัพเดทอาการ ชั่วโมงต่อชั่วโมง จนตอนเช้า ค่าน้ำตาลเริ่มลด ค่าไตดีขึ้น แต่ความดัน ชีพจร ยังคงผิดปกติอยู่ เลือดเป็นกรด คนไข้รู้สึกตัวเล็กน้อย พูดคุยได้ แต่ยังทานอะไรไม่ได้เพราะ จะอาเจียนตลอดเวลา
หลังจากอยู่ ICU ได้ 2 วัน ค่าต่างๆ ของร่างกายก็ดีขึ้น เมื่อย้ายมาห้องปกติก็ทานได้แค่น้ำข้าว มื้อละ 2-4 คำ ค่อยๆ ทานอาหารเหลว เริ่มทานข้าวต้มได้ 5-6 คำ ทานผลไม้ได้ชิ้นสองชิ้น เข้าวันที่ 3 วันที่ 4 อาการระบบร่างกายน้ำตาลดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ ระบุอีกว่า ส่วนตัวมองว่าวิธีลดน้ำหนักทุกวิธีดีหมดอยู่ที่เราจะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเราหรือไม่ เราต้องมีความรู้ ความเข้าใจมากพอและรู้จักร่างกายตัวเองว่าไหวไหม เพราะร่างกายแต่ละคน ไม่เหมือนกัน อยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับคนเป็นเบาหวาน ควรมีที่ปรึกษาและอยู่ในความดูแลของแพทย์
ขณะที่ นพ.วิทวัส ศิริประชัย อดีต ผอ.โรงพยาบาลเกาะลันตา หรือ จ่าพิชิต แอดมินแฟนเพจ Drama-addict ระบุถึงกรณีนี้ว่า อ่านเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เป็นโรคเรื้อรังแล้วจะลองกินคีโต คือพวกโภชนาการเทคนิคแปลกๆ ที่ไม่ใช่การกินอาหารตามปรกติและในกรณีคุณมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน จำไว้เลยว่า จะทำอะไรต้องอยู่ในการดูแลของหมอตลอด เพราะมันอาจเกิดอันตรายได้ อย่างในโพสต์นี้ดีที่รอดมาได้ แต่อ่านแล้วน่ากลัวมาก.
(ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ Drama-addict, Kanhatai Punjaikaew)