คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

นโยบายดีเพื่อผู้ป่วย “กัญชา”..นี้เพื่อใคร?

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มิ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

นโยบายระบบสุขภาพ “ประเทศไทย”...มีผลเกี่ยวโยงกระทบโดยตรงกับสิทธิบริการสุขภาพของ “คนไทย” ทุกคน จากอดีตในวันวานผ่านร้อนหนาวมายาวนาน สะดุดบ้าง เดินหน้าบ้าง ล้มๆลุกๆคลุกคลานกันไปบ้างมาถึงวันนี้ถือว่าในภาพรวมทั้งประเทศ ก้าวหน้าไปได้ด้วยดี ไม่มีขัดแข้งขัดขาในวงใน

แน่นอนสัญญาณดีในวันนี้อยากให้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต...ในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา พ.ศ.2557-2561 กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ยกตัวอย่างอันดับหนึ่ง...เรื่องของ UCEP

“เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล หากมีภาวะวิกฤติในระยะ 72 ชั่วโมงแรก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นับเป็นความร่วมมือที่ดีมากระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน”

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินมีสิทธิทุกที่ทำมาเป็นปีที่สองแล้วได้รับการตอบสนองที่ดี แม้ว่าจะมีความขัดข้องอยู่บ้างแต่ก็ถือว่ามีน้อยมาก น่าจะเป็นความสำเร็จที่คนไทยทุกคน หากมีภาวะฉุกเฉินวิกฤติสามารถจะเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ทุกแห่ง

ถัดมา...อยากจะขอกล่าวถึงความสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระบบที่ทั่วโลกชื่นชมแต่คนไทยเองก็ยังอยากจะใช้คำว่ามีความขัดแย้งกันพอสมควร ถึงแม้ว่าใครก็ตามที่บอกว่ารัฐบาลนี้ไม่สนับสนุน...ความจริงแล้วในระยะที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศมีความมั่นคงกว่าเดิมมาก

“ท่านนายกฯอนุมัติให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวซึ่งเดิมไม่พอให้เพิ่มจาก 2,800 บาท เป็น 3,600 บาท ฉะนั้นระยะแรกที่ผมเริ่มเข้ารับตำแหน่ง โรงพยาบาลก็โวยวายขาดทุนตัวแดง...โรงพยาบาลเอกชนก็ขอออกจากระบบ พอมีการปรับในเรื่องฐานการให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่ม ปรับการบริหารจัดการ...นำ สปสช.กับกระทรวงสาธารณสุขมาร่วมมือกัน ซึ่งเมื่อก่อนนั้นก็ค่อนข้างมีความขัดแย้งกัน มาถึงวันนี้...คลี่คลายกันไปแล้ว คุยกันรู้เรื่อง”

ผลดีที่เกิดขึ้นทำให้ระบบก้าวหน้าเดินไปได้ หลายๆอย่างมีการปรับปรุงทั้งระบบโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชนของกระทรวงสาธารณสุข ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในเหตุปัจจัยสำคัญมาจากฐานค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ตอนนี้ทำให้ระยะหลังจะเห็นว่าโรงพยาบาลที่ติดตัวแดง วิกฤติ...เกือบจะไม่มี

อีกทั้งโรงพยาบาลเอกชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ท้ายที่สุดแล้วทำให้ระบบในภาพรวมเข้มแข็ง และก็ยังให้สิทธิประชาชนมากขึ้น เช่น ผู้ป่วยที่มีสิทธิต้องได้รับยากันชัก ซึ่งถ้าแพ้ยาก็จะเกิดโรคที่รุนแรง ถึงขั้นช็อกเสียชีวิต ระบบหลักประกันสุขภาพก็ให้สิทธิผู้ที่ต้องรับยาสามารถไปเจาะเลือดดูว่ามียีนที่แพ้ยาหรือเปล่า

“...ถ้าแพ้ก็เปลี่ยนเป็นยาอื่น ปัญหาการแพ้ยาของผู้ป่วยจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด เรื่องนี้เป็นเรื่องฮือฮาในต่างประเทศเลยนะ เพราะการเจาะตรวจแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ทำไมรัฐบาลให้”

ในมุมผู้ออกนโยบาย คุณหมอปิยะสกล ย้ำว่า การให้สิทธินี้เรามองว่าประหยัดกว่า เพราะคนไม่แพ้ก็จะไม่ตายจากการแพ้ยา นอกจากนี้ก็ยังให้สิทธิประโยชน์อื่นๆเพิ่มขึ้นไปอีก...ตามแนวทาง “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เรื่องอื่นๆที่สำคัญ...การออกพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดสำหรับอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.นมผง), การพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย, การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน, การรณรงค์กำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี, พัฒนาระบบบริการโรคหัวใจและหลอดเลือด/โรคหลอดเลือดสมอง, การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

การพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิและคลินิกหมอครอบครัว, การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ, การเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า, ส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย, พัฒนาระบบให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลฯ, การสร้างความมั่นคงในอาชีพและแรงจูงใจเพื่อลดการลาออกของบุคลากร, การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล

แล้วก็มาถึงเรื่อง “กัญชา” ไม่อยู่ในบทสรุปนโยบายสำคัญในการสรุปผลงานรอบ 4 ปี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เป็นหนึ่งในประเด็นร้อนๆไม่แพ้แวดวงการเมือง ชวนให้จับตาแต่ละจังหวะการเคลื่อนไหวในแต่ละขั้นตอน จะเป็นการชี้วัดความก้าวหน้าในเรื่องนี้ และ...เป็นผลสะท้อนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นโยบาย “กัญชา” ประเทศไทย เพื่อประโยชน์ “ผู้ป่วย” หรือผูกขาดเพื่อ “กลุ่ม...พ่อค้า...นายทุน”?

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า กัญชาเป็นความก้าวหน้าในระดับนโยบายที่รัฐบาลมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเอากัญชาในส่วนที่ดีมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น ต้องเน้นเฉพาะส่วนดีเท่านั้น “กัญชามีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย...ส่วนเสียก็คือเป็นยาเสพติด ตอนนี้ก็มีคนเสพติดกันเยอะเพราะกำลังเป็นกระแส ดูจากตัวเลขคนไทยผู้ที่เข้ารับการบำบัดกัญชามีถึง 3,000 คน...รัฐบาลไม่ได้ปลดล็อกกัญชา แต่อยากจะให้เรียกว่าคลายล็อกเท่านั้น เพื่อเอาประโยชน์กัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์”

และทำให้ประเทศไทยสามารถที่จะใช้ประโยชน์ของ “กัญชา” ทางด้านเศรษฐกิจ คือ...ผลิตยา หรือสิ่งที่ประกอบด้วยกัญชามาใช้ประโยชน์ได้

ขณะนี้เรากำลังดำเนินการอย่างนั้น แต่ว่ากระแสของสังคมยังอยากที่จะให้ออกไปในรูปแบบของฟรี...อิสระ ซึ่งความจริงต้องยืนยันว่าไม่น่าที่จะทำเช่นนั้น ในโอกาสที่เข้าร่วมประชุมกับองค์การอนามัยโลกเมื่อเร็วๆนี้ก็ประกาศชัดว่า “กัญชา” ยังคงเป็นยาเสพติด ถ้าปล่อยอิสระ...เด็ก วัยรุ่น ถ้าติดแล้วสังคมไทยก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่

“ระบบมาตรฐานต่างๆกำลังดำเนินการอยู่เพื่อให้เกิดแนวทางเดินหน้าไปอย่างชัดเจน อยากให้ใจเย็นๆ ที่ทำกันได้ในช่วงเวลานี้คือการให้ความรู้ประชาชนไปเรื่อยๆ...ชัดเจนแล้วว่าสารที่สกัดจากกัญชาที่มีประโยชน์ทางการแพทย์เราจะนำมาใช้ เราจะฝึกอบรมแพทย์ที่สามารถล่วงรู้ถึงประโยชน์และโทษของกัญชา และให้สั่งยาให้ผู้ป่วยในการใช้กัญชาเป็นยาได้ ก็กำลังดำเนินการอยู่ ขณะเดียวกันทางแพทย์แผนไทยก็มีระบบในการผลิตยาตำราไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมออกมา แล้วก็ฝึกแพทย์แผนไทยให้ใช้ยา” ทั้งหมดเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพื่อสังคมจะได้ใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างถูกต้องเต็มที่

ถึงตรงนี้ให้รู้กันไว้ด้วยว่า “ระบบสุขภาพประเทศไทย” เราถูกจัดให้เป็นอันดับ 2 ของโลกและเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับการชื่นชมว่าสามารถยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้ สะท้อนความต่อเนื่องของระบบสุขภาพที่ทุกคนทุกฝ่ายร่วมด้วยช่วยกันจนเกิดความสำเร็จเห็นผลเป็นรูปธรรม

นับรวมไปถึงโรคไม่ติดต่อ...แต่เรื้อรังที่กำลังระบาด อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายมากที่สุดของประชากรโลก ประเทศไทยรณรงค์ในเรื่องนี้และสร้างให้เกิดการส่งเสริม สนับสนุนสุขภาพของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ เช่น เราออกกฎหมายลดไขมันทรานส์ เก็บภาษีความหวาน รณรงค์เรื่องบุหรี่ เหล้า ฯลฯ อย่างจริงจัง...องค์การอนามัยโลกได้จัดอันดับให้เราอยู่ที่ 3 เป็นที่น่าชื่นชม

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล ฝากทิ้งท้ายว่า ขอให้ช่วยกัน...มีความเชื่อมั่นกัน ทำระบบที่จริงใจและจริงจังที่สร้างให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในเรื่องของหลักประกันสุขภาพ

เราวางพื้นฐานมาได้ค่อนข้างดีและแข็งแกร่งต่อเนื่องมาทุกรัฐบาล และเราต้องเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆต่อไปเพื่อความต่อเนื่อง ยั่งยืน ด้วยการใช้การสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค คุ้มครองผู้บริโภคเป็นตัวนำ

“เน้นเรื่องสุขภาพปฐมภูมิ ป้องกันก่อนที่จะเจ็บป่วย ป่วยไข้... ส่วนการรักษาพยาบาลเป็นเรื่องที่ตามมาหมอ...พยาบาล โรงพยาบาลก็พัฒนาไปได้ด้วยดีต่อเนื่องอยู่แล้ว”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัญชากระทรวงสาธารณสุขปิยะสกล สกลสัตยาทรหลักประกันสุขภาพสปสช.โรงพยาบาลสกู๊ปหน้า1สุขภาพ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้