ลุ้นยิ่งกว่าคลอดบนรถ เจ้าหน้าที่อนามัยหลีเป๊ะ ช่วยทำคลอดสาวท้องแก่บนเรือสปีดโบ๊ต จนเด็กน้อยเพศชายปลอดภัย ส่งเสียงร้องดังลั่น ขณะที่ชาวเน็ตแห่ชื่นชมเป็นจำนวนมาก...
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ameenuddeen Bin Aseem Hayeeyawa โพสต์คลิปวิดีโอหญิงคลอดลูกบนเรือ พร้อมระบุข้อความว่า ผู้ป่วยหญิงไทย ชาวมอร์แกน ปวดท้อง 3 วันก่อนมา คือผู้ป่วยตั้งครรรภ์อยู่ ครบกำหนดคลอดแล้ว ฐานะทางครอบครัวหาเช้ากินค่ำจึงไม่ได้ขึ้นฝั่ง แต่มาวันนี้ผู้ป่วยปวดท้องเพิ่มมากขึ้น มีมูกเลือดออกมาจากทางช่องคลอด PV แล้วปากมดลูกยังไม่เปิด ประกอบกับมารดามีภาวะโลหิตจาง จึงตัดสินใจโทรปรึกษากับศูนย์สั่งการ 1669 สรุปแพทย์ให้รีเฟอร์ขึ้นมาบนฝั่ง
เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงรีเฟอร์ขึ้นมาฝั่ง ขนาดนั่งเรือมาระยะทางประมาณ 70 กว่ากิโลเมตร ผู้ป่วยเริ่มปวดท้องเพิ่มมากขึ้น ผ่านมาได้ครึ่งทางระหว่างอยู่หน้าเกาะตะรุเตา มีถุงน้ำคร่ำแตกไหลออกมาจากทางช่องคลอด จากนั้นผ่านไปไม่ถึง 5 นาที มารดาจึงได้ให้กำเนิดทารกออกมาเป็นเพศชาย ตอนเวลา 15.47 นาที
จากนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นายพงษ์ธร แก้วผนึก ผอ.รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหลีเป๊ะ เล่าว่า ผู้หญิงดังกล่าวเป็นชาวมอร์แกนที่มีสามีเป็นชาวอุรัคลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ชื่อนางเตือน ประมงกิจ มาหาหมอที่ รพ.สต.เกาะหลีเป๊ะตอนเที่ยง ประสงค์จะมาทำคลอดที่ รพ.บนฝั่ง เนื่องจากปวดท้องมา 3 วันแล้วและปวดเพิ่มมากขึ้นประกอบกับผู้หญิงคนดังกล่าวมีตัวซีดเหลือง อยู่ในภาวะเสี่ยงจึงโทรปรึกษาศูนย์สั่งการ 1669 สรุปให้แพทย์รีเฟอร์ขึ้นมาบนฝั่ง จึงเหมาเรือไปส่ง รพ.ละงูซึ่งอยู่บนฝั่ง
ซึ่งระหว่างทาง เจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์ทำคลอดมาพร้อมในเรือ ขณะนั่งเรือมาผู้ป่วยปวดท้องหนัก มีมูกเลือดออกมาจากทางช่องคลอด เมื่อนั่งเรือมาได้ครึ่งทาง โดยเกาะหลีเป๊ะอยู่ห่างจากฝั่ง อ.ละงู จ.สตูล 70 กม. ขณะเดินทางมีถุงน้ำคร่ำแตกไหลออกมาทางช่องคลอด นายอมีนุสดีน ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ ได้ตะโกนบอกกัปตันเรือว่าให้หยุดเรือหน่อย หรือขับช้าๆ ก็ได้ เพราะมันโคลงเคลงมาก
...
จากนั้น จึงได้ลงมือทำคลอด ผ่านไป 5นาที เด็กจึงออกมาเป็นเพศชายเวลา 15.47 นาที คลอดรกตอนเวลา 15.51 นาที ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก ซึ่งคลิปดังกล่าวกัปตันเรือพลอยสยาม ซึ่งเป็นเรือสปีดโบ๊ตที่ส่งผู้ป่วยขึ้นฝั่งเป็นผู้ถ่าย โดยน้ำหนักเด็ก 2,400 กรัม ทั้งนี้คลิปดังกล่าวมีการแชร์ส่งต่อกันพร้อมชื่นชมความเก่งของเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก.
(ขอบคุณเฟซบุ๊ก Ameenuddeen Bin Aseem Hayeeyawa)