โรงพยาบาล โต้สาวท้องลูกแฝด รับสารผิด คิดว่าให้เบ่งลูกทิ้งชักโครก

ข่าว

    โรงพยาบาล โต้สาวท้องลูกแฝด รับสารผิด คิดว่าให้เบ่งลูกทิ้งชักโครก

    ไทยรัฐออนไลน์

    27 พ.ค. 2562 17:45 น.

    ผอ. โรงพยาบาลนครนายก แจงกรณีสาวท้องลูกแฝด 5 เดือน รับสารผิด คิดว่าให้เบ่งลูกทิ้งชักโครก เผยขั้นตอนการวินิจฉัย และรักษา ระบุหลังเกิดเรื่องผู้เสียหายไม่เคยมาร้องเรียนกับโรงพยาบาลเลย ...

    จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Walaiporn Thobuhyong ได้โพสต์เรื่องราว หลังท้องลูกแฝด 5 เดือน แล้วเกิดภาวะน้ำคร่ำแตก จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.นครนายก หลังอัลตราซาวนด์ หมอบอกว่าเด็กทั้ง 2 หัวใจยังเต้นปกติ แล้วก็ให้ไปนอนรอ สักพักใหญ่ๆ หมอก็มาวัดปากมดลูก หมอบอกว่า ไม่รอดยังไงก็แท้ง อีกไม่นานก็จะปวดเบ่งแล้วก็เบ่งออกมา เมื่อถามว่าไม่มีวิธีช่วยทางอื่นแล้วเหรอ หมอก็บอกว่า "เด็กตัวแค่ 200 กรัมจะช่วยยังไง ยังไงก็ไม่รอด ตาย ยังไงก็แท้ง" แล้วหมอก็เดินออกไปคุยกับแฟน บอกแฟนว่า "แท้งหมดแล้ว" จากนั้นให้ยาเร่งออก แล้วไล่เบ่งเด็กลงทิ้งชักโครก ทั้งที่ลูกน้อยยังดิ้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (น้ำคร่ำแตกท้องแฝด 5 เดือน แม่อ้างหมอบอกลูกตายแล้ว ทั้งที่เด็กยังดิ้น)

    ความคืบหน้า นายแพทย์วัชรินทร์ จันทร์เสม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวจากโซเชียลฯ มำให้เกิดความไม่สบายใจ และข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งคนไข้มีอายุครรภ์ประมาณ 19 สัปดาห์ หรือประมาณ 4 เดือนกว่า ได้มาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน เวลา 21.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ด้วยอาการมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด มีอาการเหมือนจะแท้ง แพทย์จึงได้ทำการอัลตราซาวนด์ พบว่ามีเด็กแฝด 2 คนอยู่ในท้อง ซึ่งไม่สามารถบอกขนาดได้ ซึ่งตอนนั้นหัวใจเด็กยังเต้นอยู่ จึงได้แอดมิทให้แพทย์เฉพาะทางดูแล

    จากนั้นแพทย์จึงได้ให้ยาระงับการแท้ง ซึ่งก็มีแพทย์สูติเข้ามาดูแลในคืนนั้น ซึ่งจากการประเมินพบว่า คนไข้ไม่สามารถที่จะตั้งครรภ์ต่อไปได้ แต่จะมีโอกาสแท้งสูง จึงแนะนำว่า หลังจากนี้อาจจะไม่ให้ยาระงับการแท้ง ซึ่งในตอนนั้นญาติยังทำใจไม่ได้ ดังนั้นทั้งคืน แพทย์จึงได้ให้ยาระงับการแท้ง ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง โดยยาตัวนี้ทำหน้านี้ลดการหดตัวของมดลูก และพอช่วยชะลอการคลอดได้บ้าง ซึ่งคนไข้ก็ไม่มีอาการปวดและแท้งในคืนนั้น

    และในตอนเช้า แพทย์ได้มาประเมินซ้ำ พบว่าปากมดลูกเปิด และเด็กกำลังจะออก ซึ่งส่วนหนังมีลักษณะกล่ำ จึงแนะนำคนไข้ว่า ควรจะหยุดยาระงับการแท้ง เพราะหากให้ยาต่อไป ก็ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งเด็กเสียชีวิตในครรภ์ และหากปล่อยเอาไว้จะส่งผลต่อแม่ อาจติดเชื้อ โดยจะปล่อยให้คลอดออกมาตามธรรมชาติ โดยญาติไม่พอใจ จึงได้ขอย้ายผู้ป่วยไปอีกโรงพยาบาล และได้แท้งที่โรงพยาบาลนั้น

    ส่วนกรณีที่มีพูดจาตอบโต้กับทางพยาบาล เรื่องทำแท้งลงชักโครกนั้น ได้มีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดยข้อมูลจากคนไข้ ทราบว่า ก่อนหน้าท้องนี้ คนไข้ได้เคยแท้งที่บ้านมาแล้ว พยาบาลคนที่คนไข้กล่าวถึงในโพสต์ จึงได้เล่าประสบการณ์ตัวเองให้กับคนไข้ว่า ตนเคยท้อง 18 สัปดาห์ และแท้งตอนเข้าห้องน้ำและได้เผลอกดชักโคก โดยเจตนาของพยาบาล ต้องการปลอบไม่ให้คนไข้รู้สึกผิดที่แท้งลูก เพราะพยาบาลเองก็เคยแท้งเช่นกัน ซึ่งเข้าใจว่า ในตอนนั้นคนไข้อยู่ในอารมณ์เสียใจ และภาวะเครียด จึงแปลงสารผิด และนำไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เกิดความไม่สบายใจอย่างมาก

    ซึ่งระหว่างที่คนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล ได้ให้คนไข้นอนพักบนเตียงอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด พร้อมอธิบายขั้นตอนการรักษากับคนไข้ และต่อหน้าญาติคนไข้ ซึ่งหลังจากที่คนไข้ได้แท้งบุตรที่โรงพยาบาลอีกแห่ง ทราบว่าเด็กมีน้ำหนัก 250 กรัม และ 375 กรัม ซึ่งน้ำหนักเด็กแต่ละคนไม่ถึง 500 กรัม ตามที่คนไข้โพสต์ลงโซเชียล

    ทั้งนี้ หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ทางคนไข้ไม่เคยมาร้องเรียนกับทางโรงพยาบาล จนกระทั่ง ทราบภายหลังว่า คนไข้ได้โพสต์เรื่องราวลงโซเชียล จึงอยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สาวท้องท้อง5เดือนลูกแฝดน้ำคร่ำแตกโรงพยาบาลนครนายกเบ่งลูกลงชักโครกรับสารผิดข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 03:27 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์