อ.ธงทอง เผยภาพประวัติศาสตร์ บรรยากาศประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบเต็มคณะ และภาพพนักงานเซเว่น-อีเลฟเว่น ช่วยกันปิดร้าน หลังครบ 5 ปี คสช.


วันที่ 22 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้เชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tongthong Chandransu ระบุว่า เมื่อห้าปีก่อน วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ขณะที่บ้านเมืองกำลังเขม็งเกลียว ผมจำไม่ได้เสียแล้วว่าช่วงเช้าผมมีภารกิจอะไรบ้าง จำได้แต่ว่าตอนบ่าย มีการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบเต็มคณะ ที่เรียกว่าที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งนานปีทีหนมากจึงจะมีการประชุมกันสักครั้งหนึ่ง

เท่าที่ผมเป็นกรรมการมาจนถึงบัดนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วน่าจะมีการประชุมใหญ่แบบนี้ไม่เกินสามครั้ง และในวันดังกล่าวก็เป็นครั้งหนึ่งด้วย เรื่องที่ประชุมกันจำได้แต่เลาๆ ว่า เป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภาในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบและบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ถ้าจะถามรายละเอียดกันเพราะต้องค้นดูอีกทีครับ การประชุมวันนั้นผู้สื่อข่าวเพียบเลยทีเดียว

การประชุมใหญ่เสร็จสิ้นเวลาประมาณบ่ายสามโมงเศษเห็นจะได้ เวลานั้นที่ทำงานชั่วคราวของผมอยู่ที่กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์ใกล้กันกับกระทรวงการคลัง (เพราะไม่สามารถเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้) ผมเห็นว่ายังพอมีเวลาอยู่บ้าง จึงเดินทางต่อไปที่ทำงานดังกล่าว เมื่อไปถึงได้เพียงครู่เดียว ก็ทราบข่าวจากโทรทัศน์ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศยึดอำนาจการปกครองแล้ว และมีการสั่งเคอร์ฟิวด้วย

ช่วงนั้นหมดเวลาราชการแล้ว ผมจึงบอกให้เลขานุการหน้าห้องผมรีบกลับบ้านจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง ส่วนตัวผมเองนั้นยังไม่กลับบ้านครับ ยังมีการแวะไปบ้านเพื่อนแถวคลองประปาที่ประชาชื่น เพราะเย็นวันนั้นเพื่อนสาธิตปทุมวันรุ่นเดียวกันเขานัดกินข้าวที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง รับปากไว้แล้วก็ต้องไป แต่ไปอยู่ได้ไม่นานทุกคนก็ต้องแยกย้ายกลับบ้านนะครับ เพราะกลัวกลับไม่ทันเคอร์ฟิวด้วยกันทั้งนั้น

ระหว่างทางกลับบ้าน ผมนั่งรถผ่านร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ได้เห็นภาพแปลกตาครับ ภาพนั้นคือการที่พนักงานสามสี่คนยืนอยู่หน้าร้านของตัวเอง กำลังปรึกษาหารือกันว่าจะปิดร้านอย่างไร เพราะตั้งแต่เปิดร้านมาก็ไม่เคยปิดเลย งงกันน่าดูเลยล่ะ 5555555

บันทึกนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้มีความหมายทางการเมืองอย่างใดทั้งสิ้น แต่ในฐานะคนที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ ผมอยากจะเก็บความทรงจำนี้ไว้เป็นร่องรอยหลักฐาน รวมทั้งภาพประกอบเรื่องสองภาพ ที่ตั้งใจจะทำสำเนาส่งจดหมายเหตุแห่งชาติด้วย นี่พูดจริงๆ นะครับ เพราะภาพอย่างนี้อีก 50 ปีหรือ 100 ปีจะมีความหมายมาก.

(ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Tongthong Chandransu)