นักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว จากโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (SATIT PIM) ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้นำผลงานด้านนวัตกรรมไปร่วมแข่งขันในงานสิ่งประดิษฐ์และผลงานนวัตกรรมระดับโลก ณ นครเจนีวา พร้อมคว้า 2 รางวัล แห่งความภาคภูมิใจ ในเวที “The 47th International Exhibition of Inventions Geneva 2019” ซึ่งเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดของโลก จัดโดย สมาพันธรัฐสวิสและองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO)
นับเป็นความสำเร็จของทีมนักประดิษฐ์ โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ที่มีผลงานโดดเด่นระดับโลก คว้า 2 รางวัล ในประเภท Commercial, Industrial and Office Equipment ประกอบด้วย รางวัล Bronze Medal และรางวัล Special Prize from Inventions Hong Kong ในชื่อผลงาน “หุ่นยนต์ลำเลียงวัสดุอัตโนมัติสำหรับระบบการผลิตแบบยืดหยุ่น” (Automated Guided Cart for Flexible Manufacturing System) โดยการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติในครั้งนี้ มีนักวิจัย และนักประดิษฐ์ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 1,000 ผลงาน จาก 40 ประเทศทั่วโลก
อาจารย์จิรัฏฐ์ แจ่มสว่าง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และที่ปรึกษาโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า “การนำนักเรียนเข้าร่วมการประกวดผลงานนวัตกรรมระดับโลกครั้งนี้ เพราะทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับการสนับสนุนพัฒนานักเรียนด้านนวัตกรรมตามความสามารถและความสนใจของแต่ละคน จึงได้จัดตั้งชมรม Innovation Maker ขึ้น โดยร่วมกับ ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พร้อมอาจารย์ฝีมือระดับประเทศหลายท่านมาช่วยอบรมพัฒนาในด้านการสร้างสิ่งประดิษฐ์ และคัดเลือกตัวแทนนักเรียน 3 คน เข้าร่วมนำเสนอผลงาน จนคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ”
นักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว 3 คน ได้แก่ ด.ช.อภิภูมิ ชื่นชมภู (ภูมิ) ด.ช.ณพสัญญ์ จีระวัฒนะนนท์ (อ๊อตโต้) ด.ญ.ภิญฐ์สิตา เนียมอินทร์ (กุนซือ) ซึ่งร่วมแสดงผลงานครั้งนี้ เปิดเผยว่า หุ่นยนต์ตัวนี้มาจากการรวมตัวกันที่ชมรม Innovation Maker และได้ไปดูงานที่บริษัทต่างๆ ได้เห็นกระบวนการขนส่งรถโฟล์คลิฟท์ รถยกของในโรงงาน จุดประกายความคิดว่าอยากสร้างให้เป็นรถอัตโนมัติ ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด โดยต้องสามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ ทั้งในโรงงาน ร้านอาหาร อีกหลายๆ ที่ จากนั้นระดมสมองเสนอไอเดียร่วมกัน โดยมี อาจารย์จิรัฏฐ์ แจ่มสว่าง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คุณครูปิยดา บุญศักดิ์, คุณครูณรงค์ ถาคำมี ครูประจำวิชาไอทีและคอมพิวเตอร์ และ คุณครูประวิตย์ ศรีหนองหว้า ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสาธิต พีไอเอ็ม เป็นที่ปรึกษา สำหรับส่วนงานด้านแมคคานิคส์ ไฟฟ้า โค้ดโปรแกรม เทคนิคการประกอบชิ้นส่วน การเชื่อมต่อบอร์ดต่างๆ แบ่งงานกันไปตามสิ่งที่ชอบและถนัด อย่างเช่น อ๊อตโต้สนใจด้านฮาร์ดแวร์ ภูมิชอบทำโปรแกรม กุนซืออยากประกอบอะไหล่ จนออกมาเป็น “Automated Guided Cart for Flexible Manufacturing System” หุ่นยนต์ลำเลียงวัสดุอัตโนมัติสำหรับระบบการผลิตแบบยืดหยุ่น ที่ประกอบไปด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ โครงสร้างหุ่นยนต์สำหรับลำเลียงวัสดุ ระบบการจัดการเส้นทางขนส่ง และระบบการลำดับความสำคัญของงาน เพื่อใช้ลำเลียง วัสดุในระบบการผลิตต่างๆ สามารถกำหนดเส้นทางในการลำเลียงวัสดุได้ด้วยตนเอง มีระบบการผลิตแบบยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
น้องๆ บอกอีกว่าตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัล เพราะมัวเตรียมตัวกับการพรีเซนต์ เตรียมหุ่นยนต์ ฝึกภาษา พอถึงงานจริงมันสนุก! ตื่นเต้น! และเป็นการพรีเซนต์งานสู่สาธารณะที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกด้วย มันท้าทายความสามารถ ภูมิใจที่สิ่งประดิษฐ์เล็กๆ สามารถไปเวทีระดับโลกได้
ประสบการณ์ร่วมงานครั้งนี้ ทั้ง 3 คน ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “สนุก และประทับใจที่ได้ดูผลงานของประเทศอื่นๆ ได้เห็นนวัตกรรมแปลกๆ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนต่างโรงเรียนทั้งไทยและต่างชาติ รู้จักคนเยอะมากขึ้น ได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลายแง่มุม ปัญหาอุปสรรค หลักๆ จะเป็นเรื่องการสื่อสารเพราะผู้เข้าชมงานเป็นชาวสวิตฯ ที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเสียส่วนใหญ่ เราพรีเซนต์เป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยจะสื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง นอกจากนี้เรายังซ่อมหุ่นยนต์ทุกวัน พยายามแก้ทุกวัน แก้ฮาร์ดแวร์ไม่ได้ก็ไปแก้ที่โปรแกรมแทน ต้องหาปัญหาให้เจอให้ได้ เพราะว่ามีตัวแปรหลายๆ อย่างส่งผลให้หุ่นยนต์เราไม่ทำงานดั่งใจในบางวัน”
โรงเรียนมีส่วนช่วยอะไรในการประกวดครั้งนี้บ้าง?
น้องๆ เล่าว่า “อย่างแรกเลยที่นี่เรียนวิชาหลัก 3 วิชา คณิต วิทย์ อังกฤษ เป็นภาษาอังกฤษ แรกๆ เข้ามา ม.1 เป็นคนเขินอาย แต่ได้ทำงานกลุ่ม ได้พรีเซนต์บ่อยๆ จึงเป็นการฝึกการแสดงออกไปในตัว พอเวลาเจอคนที่บูธก็กล้าที่จะเข้าไปเสนองานเขา แถมโรงเรียนพาไปดูงานที่บริษัทต่างๆ มันดีมากตรงที่ว่าเราได้เห็นของจริง ได้เปิดหูเปิดตา ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างที่สองโรงเรียนช่วยหาโอกาสในการแข่งขัน เวทีที่น่าสนใจต่างๆ ให้ได้แสดงออก ให้อุปกรณ์ เช่น 3D Printer และเลเซอร์คัต ราคาแพงๆ มาใช้ และที่สำคัญโรงเรียนเราไม่ได้ยัดเยียด สิ่งต่างๆ ให้เด็ก แต่เราเป็นคนเลือกเองว่าอยากเรียนอะไร สนใจอะไร มีอาจารย์ดีๆ วิทยากรเก่งๆ มาสอน เปรียบเหมือนเอาปุ๋ยมาให้ต้นไม้ นอกจากนี้ครอบครัวของทุกคนก็สนับสนุนเต็มที่”
น้องๆ ทั้ง 3 คน ได้กล่าวถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า
ด.ช.อภิภูมิ ชื่นชมภู ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่าว่า “แนวทางการสอนของโรงเรียนผลักดันให้ตัวเองได้ค้นพบในสิ่งที่ชอบ ที่ถนัด และกล้าแสดงออก ทำให้นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจ และขอบคุณครูทุกคนที่ทำให้ผมมีวันนี้ ได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากความพยายามและสนใจใฝ่หาความรู้ในสิ่งที่เราบอกว่าชอบจริงๆ ถ้ารู้ว่าชอบแล้วก็ต้องพัฒนาต่อไปอย่าละทิ้งความฝัน ซึ่งอาชีพในฝันคือ โปรแกรมเมอร์ และดีเวลลอปเปอร์”
ด.ช.ณพสัญญ์ จีระวัฒนะนนท์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เสริมว่า “ตนเองเป็นผู้ดูแลส่วนฮาร์ดแวร์ รูปร่าง ส่วนประกอบของผลงานการประกวดครั้งนี้ และประทับใจการไปประกวดครั้งนี้มาก นอกจากได้ประดิษฐ์ผลงานกับเพื่อนๆ ยังได้ใช้ทักษะด้านภาษา อีกทั้งภายในงานมีผลงานสิ่งประดิษฐ์น่าสนใจให้ได้ศึกษาหลากหลายด้าน อนาคตอยากศึกษาต่อด้านวิศวะเครื่องกล และ หุ่นยนต์”
ด้าน ด.ญ.ภิญฐ์สิตา เนียมอินทร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้ดูแลอะไหล่ ส่วนประกอบจาก 3D Printing และ Laser cut เล่าทิ้งท้ายว่า “ได้รู้จักกับเพื่อนๆ นักประดิษฐ์ จากโรงเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งไทยและต่างชาติ ที่สำคัญได้เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเพียงแค่อากาศหรืออุณหภูมิที่เปลี่ยนไปก็มีผลต่อสิ่งประดิษฐ์ และการประกวดประดิษฐ์ครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของความฝันด้วย เพราะอนาคตอยากศึกษาต่อด้านวิศวะ”