เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวคนฆ่าบีเกิล ชี้ เป็นความผิดทั้งแพ่งและอาญา เผยเบาะแสมีคนได้ยินเสียงร้องและเห็นสุนัขถูกฟัน


เวลา 16.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดกรณีสุนัขพันธุ์บีเกิล ชื่อ กาละแม เป็นซากถูกแล่เนื้อ (อ่านข่าวก่อนหน้า เจ้าของสุดเศร้า บีเกิลหาย 3 วัน พบซากคล้ายถูกของมีคมแล่เนื้อตายอนาถ) และเป็นจังหวะเดียวกับที่ พ.ต.ท.เลิศฤทธิ์ ภูจริต สว.สส.สภ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจจุดที่พบซากสุนัข เป็นทางเดินอยู่ริมไร่มันสำปะหลัง ห่างจากบ้านผู้เสียหายประมาณ 300 เมตร ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นยังคงมีคราบเลือดและขนสุนัขกระจายอยู่บนพื้นดินจำนวนมาก

นางสาวนลิตา ชาดา อายุ 25 ปี ชาวขอนแก่น เจ้าของสุนัข เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ซื้อสุนัขมาเมื่อประมาณ ปลายปี 2561 ในราคา 5,000 บาท โดยคนในครอบครัวตั้งชื่อว่า กาละแม นำมาเลี้ยงรวมกับสุนัขที่มีอยู่เดิมแล้ว 3 ตัว ต่อมากาละแม มีลูกเป็นเพศผู้ 1 ตัวชื่อโชฟาร์ รวมสุนัขที่เลี้ยงทั้งหมด 5 ตัว ตลอดเวลาที่เลี้ยงมา จะมีเพื่อนบ้านชื่อยายหนุ่ย ที่มักจะเมาสุราชอบมาเล่นกับสุนัขที่บ้านจนเป็นที่คุ้นเคยกัน และเคยพาสุนัขไปเล่นที่บ้านด้วย

วันเกิดเหตุช่วงเช้าให้อาหารสุนัขตามปกติ จากนั้นก็ไปเยี่ยมมารดากลับเข้าบ้านประมาณ 20.00 น. มาให้อาหารอีกครั้งแต่ไม่พบกาละแม โดยทราบจากญาติว่ากาละแมเดินตามยายหนุ่ยไปต้องแต่เช้าและยังไม่กลับมา เมื่อไปที่บ้านก็พบว่ายายหนุ่ยอยู่ในสภาพเมา พูดคุยพอจับใจความได้ว่า พาสุนัขมาบ้านแต่ไม่ได้ไปส่ง 

“เย็นวันที่ 8 พฤษภาคม ยายหนุ่ยไปหาที่บ้านและบอกว่ากาละแมไปเข้าฝันว่าตายอยู่ข้างไร่มันสำปะหลัง แต่ทุกคนไม่เชื่อเพราะคิดว่ายายหนุ่ยเมา ซึ่งหลานๆ ออกไปตามหาแต่มืดค่ำก่อนจึงกลับมาที่บ้าน จนเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม ยายหนุ่ยมาหาที่บ้านแต่เช้าพร้อมทั้งบอกว่าเจอกาละแมนอนตายอยู่ข้างทางใกล้ไร่มันสำปะหลังพร้อมทั้งพาไปดู เมื่อไปถึงก็พบสภาพกาละแมในสภาพนอนหมอบราบกับพื้นดิน เนื้อตัวเริ่มบวม เลือดไหลลงพื้นที่ มีบาดแผลคล้ายถูกของมีคมบริเวณสันหลังและหนังถูกถลกหายไป รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าจะถูกฆ่าอย่างโหดร้ายแบบนี้”

...

นางสาวลลิตา เปิดเผยต่ออีกว่า หลังจากนั้นจึงนำกาละแมกลับไปฝังที่บริเวณบ้าน และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงเก่า ให้มีการสืบสวนสอบสวนจับกุมคนที่ฆ่ากาละแม มารับโทษตามกฎหมาย ขณะที่ลูกของกาละแม หลังแม่ตายไปก็ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ นอนซมทั้งวัน

กาละแม
กาละแม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บ้ายยายหนุ่ย หรือ นางระนอง ทุมแก้ว อายุ 60 ปี ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียหายประมาณ 1 กม. จากการสอบถามในเบื้องต้น ยายหนุ่ย กล่าวว่า เช้าวันที่ 7 พฤษภาคม ออกจากบ้านไปหาแฟนซึ่งมีที่พักใกล้บ้านผู้เสียหาย เจอสุนัขก็เล่นกันตามปกติ ช่วงสายเดินกลับบ้านกาละแมกับลูกก็ตามกลับมาด้วย แต่ตัวเองเมาจึงไม่ได้พากลับไปส่ง กระทั่งเจ้าของตามหาถึงรู้ว่าหาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวยายหนุ่ยไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เสียงเก่า

ทางด้าน พ.ต.ท.เลิศฤทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานงานกับชุดสืบสวน ทำการสืบสวนสอบสวนพยานตามคำให้การของผู้เสียหายแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีผู้ต้องสงสัยกี่รายและใครบ้าง ในขณะเดียวกันก็มีเบาะแสว่า มีคนได้ยินเสียงสุนัขร้องในช่วงบ่ายวันที่ 7 พฤษภาคม และเห็นคนใช้มีดดายหญ้าฟันสุนัขซึ่งต้องสืบสวนต่อไปว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร เป็นตัวเดียวกับกาละแมหรือไม่ และใครเป็นคนนำร่างน้องกาละแมไปทิ้งไว้ที่ไร่มันสำปะหลัง

สำหรับคดีนี้ คนกระทำจะมีความผิดทั้งแพ่งและอาญา เพราะสุนัขเป็นทรัพย์สินที่มีการซื้อมา เจ้าของสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ ส่วนความผิดทางอาญาเป็นความตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ และหากจับกุมผู้ต้องหาที่ฆ่าได้ก็จะถูกแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุก 3 ปี และข้อหาทารุณกรรมสัตว์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ.