king10
Thairath Logo
กีฬา

“เรียนรู้และป้องกันโรคไต” (ตอน 1)

Share :
line-share-logo


รายงานจากกรมการแพทย์เมื่อปี 2561 พบว่ามีคนไทยป่วยด้วยโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน โดยเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายกว่า 100,000 คนที่ต้องรับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องร้อยละ 15-20 ต่อปี ซึ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและญาติ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไต การคัดกรองโรคไต และการชะลอความเสื่อมของโรคไตเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญ และคอลัมน์ “ศุกร์สุขภาพ” สัปดาห์นี้ มีเรื่องราวของการดูแลไตให้แข็งแรงมาฝากกันค่ะ

รู้จัก “ไต”

“ไต” เป็นอวัยวะที่มีอยู่ในร่างกายของทุกคน มีลักษณะคล้ายเม็ดถั่วแดง อยู่ที่บริเวณท้ายบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง ไตเป็นอวัยวะสำคัญส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งประกอบด้วย ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ หน้าที่หลักของไตคือ กรองของเสียจากเลือดผ่านทางหน่วยไต และเกิดเป็นน้ำปัสสาวะเก็บที่บริเวณกระเพาะปัสสาวะ และถูกขับออกจากร่างกายทางท่อปัสสาวะ

นอกจากนี้ไตยังทำหน้าที่อื่นๆ อีก กล่าวคือ ปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ปรับสมดุลของเกลือแร่ สมดุลกรด-ด่างในร่างกาย กำจัดของเสียออกจากร่างกาย และผลิตฮอร์โมนหลายชนิดในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนที่สำคัญที่ไตสร้างขึ้นคือ ฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นในการสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้นเมื่อไตมีการทำงานที่ผิดปกติ ก็จะทำให้การสร้างฮอร์โมนดังกล่าวลดลง จึงเกิดภาวะโลหิตจาง

อาการ

อาการของโรคไตนั้นมีหลายอย่าง ได้แก่

- ปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่สุด ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

- ปัสสาวะลำบาก มักพบในชายสูงอายุ เช่น ต่อมลูกหมากโต

- ปัสสาวะเข้มหรือสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ เกิดจากไตอักเสบหรือเกิดจากการติดเชื้อ

- ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะเวลากลางคืน ผู้ที่ตื่นมาปัสสาวะเวลากลางคืนมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป แสดงว่าไตเริ่มมีความผิดปกติ หรืออาจเกิดจากการเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากไตไม่สามารถกักเก็บน้ำตาลในเลือดที่มากกว่า 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร น้ำตาลจึงออกมาพร้อมกับปัสสาวะ โดยน้ำตาลจะนำพาน้ำปัสสาวะออกมามากขึ้นด้วย ส่งผลให้คนไข้มีอาการปัสสาวะบ่อย

- อาการบวม ได้แก่ บวมหน้า บวมตามร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากการเป็นโรคไตได้ เช่น ภาวะที่ไตเสื่อมมากจนไม่สามารถขับปัสสาวะได้ น้ำในร่างกายก็จะมีปริมาณมากขึ้นและสะสมตามร่างกายส่วนต่างๆ หรือมีภาวะไตอักเสบ มีการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะปริมาณมาก ทำให้โปรตีนในเลือดลดลง ซึ่งโปรตีนในเลือดจะทำหน้าที่ดึงน้ำไว้ในกระแสเลือด ดังนั้นเมื่อโปรตีนในเลือดลดลง น้ำจึงออกนอกเลือดมาสะสมยังเนื้อเยื่อต่างๆ ก็ทำให้เกิดอาการบวมได้เช่นกัน

- อาการปวดหลัง ปวดเอว ซึ่งเป็นอาการของการเป็นโรคนิ่วหรือกรวยไตอักเสบ

- ความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการ แต่สามารถทราบได้จากการตรวจสุขภาพ และการวัดความดันโลหิต โดยความดันโลหิตสูงเกิดจากหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในสาเหตุของความดันโลหิตสูง คือโรคไต

ชนิดของโรคไต

โรคที่เกี่ยวข้องกับไตนั้นมีด้วยกันหลายโรค ดังนี้

1. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ

2. โรคกรวยไตอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อที่กรวยไต ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด ปวดบั้นเอว

3. โรคนิ่ว มีตั้งแต่โรคนิ่วในไต นิ่วในท่อทางเดินปัสสาวะ (ท่อไตหรือท่อปัสสาวะ) หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการการปัสสาวะผิดปกติคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะไม่ออกหรือออกกะปริดกะปรอย และบางรายจะมีอาการปวดบั้นเอวได้

4. โรคไตวายเรื้อรังและไตวายเฉียบพลัน ซึ่งต่างกันที่ระยะเวลาของการเกิดโรค

- โรคไตวายเรื้อรัง หมายความว่า ผู้ป่วยมีค่าการทำงานของไตลดลงนานติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน

- โรคไตวายเฉียบพลัน คือ ผู้ป่วยที่มีค่าการทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดสาเหตุต่างๆ เช่น ภาวะติดเชื้อ ภาวะช็อก ความดันโลหิตตก ได้รับสารพิษหรือยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID ยาสมุนไพรบางชนิด หรือมีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ โดยภาวะไตวายฉับพลันเป็นภาวะที่ต้องรีบในการรักษา เพื่อให้การทำงานของไตกลับมามากที่สุด โดยดีที่สุดคือสามารถกลับมาเท่าเดิมของผู้ป่วยรายนั้นๆ ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ “โรคไตวายเรื้อรัง” เท่านั้น

สัปดาห์หน้ายังมีเรื่องราวของสาเหตุไตวายเรื้อรัง โรคไตวายเรื้อรัง แนวทางการรักษา และการป้องกันไม่ให้เกิดโรคไต รอติดตามกันนะคะ


-------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

พญ. ศันสนีย์ ทศศิริ สาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านเพิ่มเติม...
โรคไตคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีรู้จักโรคไตการรักษาโรคไตอาการโรคไตชนิดของโรคไตศุกร์สุขภาพสุขภาพ