"น้องหนาม" รองมิสทิฟฟานี ยูนิเวิร์ส 2018 ร้องความเป็นธรรม หลังสมัครเป็นครู แต่ถูกโรงเรียนดังไล่ไปเป็นนางโชว์ จ่อยื่นเรื่องถึงอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว...

วันที่ 26 เม.ย.62 เฟซบุ๊ก Nada Chaiyajit ของ นาดา ไชยจิตต์ ซึ่งเป็นนักสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์เรื่องราวของ น้องหนาม วรวลัญช์ ทวีกาญจน์ รองอันดับ 2 เวทีนางงามข้ามเพศ มิสทิฟฟานี ยูนิเวิร์ส 2018

โดยระบุว่า น้องหนาม สำเร็จปริญญาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ เก่งในระดับที่ว่าสามารถเป็นครูสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความฝันอยากเป็นครูตั้งแต่เด็ก เมื่อสำเร็จการศึกษาครุศาสตรบัIฑิต ก็ได้เดินตามความฝันที่จะเป็นครู โดยไปสมัครโรงเรียนในเครือคริสตจักรถึงสี่แห่ง

และทุกแห่งดับฝันของเธออย่างไม่มีเยื่อใยเพียงเพราะเธอเป็นครูข้ามเพศ เขาบอกหนามว่าผู้บริหารคงไม่ปลาบปลื้มเท่าไหร่ #หากฝ่ายบุคคลคัดเลือกครูที่มีลักษณะเช่นนี้เข้ามาสอนในโรงเรียน เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องชู้สาวและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียนในโรงเรียน เพื่อกลบข้อครหา น้องหนามมุ่งหน้าสู่เวทีประกวดนางงามข้ามเพศระดับประเทศ และคว้าสายสะพายผู้ชนะการประกวดรองอันดับสองมาครองเพื่อการันตีว่าเธอคือบุคคลต้นแบบ เธอเป็นผู้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมเสมอภาค  

ภายหลังจากได้รับตำแหน่งแล้ว น้องหนามได้ไปสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ณ โรงเรียนในเครือคริสตจักรแห่งหนึ่งย่านสาทร ได้รับโอกาสให้สอบวัดความรู้ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ แต่คำถามที่เธอได้รับกลับเป็นข้อเสนอแนะ เป็นถึงรองมิสทิฟฟานีทำไมไม่เดินสายนักแสดงนางโชว์หรือเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ ที่นี่โรงเรียนคริสเตียนอาจจะไม่เหมาะสม"

...

หนามไม่ได้ขอให้โรงเรียนรับเธอเข้าเป็นครู หากเพียงแต่ขอโอกาสที่เธอจะได้ผ่านการทดสอบทักษะการสอน เพราะเธอเชื่อมั่นเหลือเกินกว่าเธอมีทั้งความรู้ตามหลักวิชาการ และทักษะการใช้ชีวิตที่จะเป็นต้นแบบของนักเรียนที่ดีได้ แต่วันนี้เธอพ่ายแพ้ให้กับ อคติ และถูกตัดโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง เพียงเพราะเธอเป็นบุคคลข้ามเพศที่แสดงออกแตกต่างจากเพศกำเนิดของเธอ

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ น้องหนามจะเดินทางไปยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมภายใต้กลไกการคุ้มครอง คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 กับท่านอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว.

ขณะที่ น้องหนาม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จริงอยู่ค่ะ ที่มีโรงเรียนที่มีครูสาวข้ามเพศมากมายหลายที่ รวมไปถึงการสอบบรรจุข้าราชการครูที่อนุญาต แต่ก็ยังมีโรงเรียนที่เลือกปฏิบัติอยู่แบบที่หนามได้เจอ ที่หนามออกมาเรียกร้องเพราะเรามีกฎหมายเรื่องความเท่าเทียมตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 และคิดว่าไม่ควรมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกในเมื่อเราก็คือมนุษย์คนนึงที่มีกฎหมายความเท่าเทียม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 และคิดว่าไม่ควรมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีกในเมื่อเราก็คือมนุษย์คนนึงที่มีกฎหมายความเท่าเทียมและสิทธิ์ที่เราควรได้รับรองรับค่ะ

(ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Nada Chaiyajit, Worawalun Taweekarn)