หนุ่มไทยเผยประสบการณ์หวังเตือนนักท่องเที่ยว หลังพบเจอแท็กซี่รัสเซียเรียกค่าโดยสารมหาโหด ด้านสถานทูตแนะให้เรียกผ่านแอปพลิเคชัน ห้ามโบกรถเองเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบ สมาชิกหมายเลข 3639054 ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ในหัวข้อว่า “โหดสลัด รัสเซีย ค่าTaxi 8,000 บาท!! (เจอเข้าให้แล้ว)” โดยเจ้าของกระทู้บอกเล่าประสบการณ์การโดนโกงค่ารถแท็กซี่ ที่ใช้บริการจากท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว กรุงมอสโก ไป โรงแรมในตัวเมืองมอสโก ภายหลังเดินทางถึงรัสเซีย ในเวลาราว 21.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เจ้าของกระทู้ตัดสินใจใช้บริการแท็กซี่หน้าสนามบิน เนื่องจาก Grab ใช้ไม่ได้และ Uber ก็ไม่ทำงาน พร้อมทั้งสอบถามแท็กซี่ก็มีการยืนยันว่ามีมิเตอร์

ทั้งนี้ เจ้าของกระทู้ได้บอกเล่าเรื่องราวที่อ้างว่าเป็น “กลโกง” ซึ่งในรถมีเจอแสดงตัวเลข โดยบรรทัดแรกตัวเลขขึ้นเร็วมาก และพยายามถามว่าตัวเลขนี้และบรรทัดอื่นๆ คืออะไร แต่คนขับกลับตอบเป็นภาษารัสเซีย ทั้งที่ก่อนขึ้นรถก็พอฟังภาษาอังกฤษออก

...

เจ้าของกระทู้บอกด้วยว่าระยะจากท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโว ถึงโรงแรมที่พักนั้นมีระยะทางราว 37 กิโลเมตร ค่าแท็กซี่ตามจริงไม่น่าจะอยู่ที่ 600 รูเบิลรัสเซีย หรือประมาณ 300 บาท แต่มิเตอร์ที่ออกมาสูงถึง 14,900 รูเบิลรัสเซีย หรือราวๆ 7,000 กว่าบาท จึงขอให้เจ้าหน้าที่โรงแรมมาช่วยเจรจา จนสรุปได้ว่า แท็กซี่คันนี้ จดทะเบียนเป็นรถรับจ้าง แต่ทำสีเลียนแบบ Taxi Moscow ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่า เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหลายครั้งแล้วโดยที่ตำรวจรัสเซียก็ทำอะไรไม่ได้ พร้อมช่วยต่อลองราคาให้เหลือ 8,000 รูเบิลรัสเซีย หรือประมาณ 4,000 บาท และคนขับขู่ว่าถ้าเรื่องถึงตำรวจจะคิดราคาเต็ม ซึ่งหลังจากนั้นก็ติดต่อทางตำรวจรัสเซีย แต่สิ่งที่ได้คำตอบก็คือทำอะไรไม่ได้จริงๆ เพราะมันไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น สิ่งที่เจ้าของกระทู้เจอในประเทศรัสเซีย ก็มีแต่เรื่องดีๆ และความประทับใจของผู้คน ที่มีน้ำใจและยิ้มแย้มให้ เพียงแต่อยากให้คำเตือนกับนักท่องเที่ยวที่จะไปรัสเซีย ได้รับแต่ประสบการณ์ดีๆ กลับมา

ทางด้าน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้โพสต์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า “สถานทูตฯ ได้เคยประกาศเตือนประชาชนด้วยความเป็นห่วงแล้วตามโพสต์ข้างล่าง ขอให้ทุกท่านโดยสารรถแท็กซี่ โดยเรียกรถผ่าน Application อาทิ Yandex หรือ Gett Taxi เท่านั้น ห้ามโบกรถเองโดยเด็ดขาด แม้คนขับจะอ้างว่ามีมิเตอร์”

(ขอบคุณเจ้าของกระทู้และเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก)