แนวทางการปฏิบัติของผู้ป่วยที่มีแผลเบาหวาน

แนวทางการปฏิบัติของผู้ที่มีแผลเบาหวานที่ขา เท้า หรือนิ้วเท้า เริ่มด้วยการพักการใช้งานของขา งดการลงน้ำหนักในบริเวณที่เกิดแผล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินกว่า 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

ไม่ซื้อยามาทำแผลด้วยตนเอง

เพราะในการทำความสะอาดและล้างแผล ต้องใช้น้ำเกลือหรือน้ำปราศจากเชื้อ ใช้สารที่เป็นกลาง และไม่ระคายเคือง คนจำนวนมากซื้อแอลกอฮอล์มาล้างแผล ซึ่งไม่ถูกต้อง แอลกอฮอล์ทำให้เกิดการระคายเคือง อาจทำให้แผลลุกลามได้

งดการสูบบุหรี่ ทำให้แผลหายช้า และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตนตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ขี้เกียจละเว้นคำว่า “ไม่เป็นไรหรอก...แค่ครั้งเดียวเอง”

การลดการลงน้ำหนัก เรียกว่า “offloading”

การ offloading ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้แก่

• การสวมรองเท้าที่ตัดเฉพาะบุคคล ซึ่งเหมาะสมตามลักษณะเท้าของผู้ป่วยแต่ละราย

• การปรับรองเท้า ซึ่งเป็นการปรับรองเท้าที่มีอยู่แล้วของผู้ป่วยตามลักษณะของเท้าผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การตัดแผ่นรอง เพื่อช่วยพยุงเท้าตามความโค้งสูงของอุ้งเท้า 

...

• การใช้ไม้ยันรักแร้

• การใช้วอล์กเกอร์

• การใช้เก้าอี้ล้อเข็นหรือเรียกกันทั่วไปว่า “วีลแชร์” ผู้ป่วยบางคนอาจช่วยเหลือตนเองได้ด้วยเก้าอี้ล้อเข็นทั่วไป และในปัจจุบันมีเก้าอี้ล้อเข็นไฟฟ้า ซึ่งสามารถช่วยผ่อนแรงของผู้ป่วย/ผู้เข็นได้ 

• การใช้รถสามล้อสกูตเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น

การป้องกัน

1. การดูแลเท้า มีวิธีการดังนี้

1) ล้างเท้าเมื่อเท้าสกปรก ทำความสะอาดเท้าขณะอาบน้ำ โดยต้องไม่ละเลยการล้างสิ่งสกปรกตามซอกนิ้วและเล็บด้วย

2) เช็ดเท้าให้แห้ง (เท้าที่เปียกชื้นจะทำให้เชื้อโรคที่เท้าเจริญเติบโตเร็วขึ้น)

3) ใช้โลชั่นหรือครีมบำรุงเท้า เพื่อไม่ให้ผิวที่เท้าหรือส้นเท้าแห้ง

4) ผู้ที่มีตาปลา หูด ปุ่มปกและหนังหนา ไม่ควรทำการรักษาด้วยตนเอง ผู้ป่วยบางรายที่ไปซื้อยาประเภทกรดซาลิไซลิกแอซิด (salicylic acid) มากัดเอง อาจทำให้ผิวหนังอักเสบได้ (เมื่อผิวหนังผู้ป่วยเบาหวานอักเสบจะเป็นแผลได้ง่าย) ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสมและถูกต้อง

5) ผู้ที่มีเล็บเท้าผิดรูป เล็บขบ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งแพทย์อาจจะตัดเล็บให้ ถอดเล็บเพื่อให้เล็บใหม่ขึ้น หรืออาจให้ยาเพื่อหยุดการเจริญเติบโตของเล็บในบางส่วน

6) ผู้ที่ติดเชื้อราที่เล็บควรไปพบแพทย์ เนื่องจาก

- โดยมากเชื้อราที่เล็บเกิดขึ้นที่เล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ

- ยาที่ใช้รักษาเชื้อรามีหลายชนิด ยารักษาเชื้อราบางชนิดมีผลข้างเคียงต่อตับ

- ยารักษาเชื้อราบางชนิดทำให้ยาบางชนิดที่ผู้ป่วยรับประทานอยู่เป็นประจำมีผลลดลง

- ยาบางชนิดที่ผู้ป่วยรับประทานอยู่เป็นประจำ ทำให้ยารักษาเชื้อรามีผลลดลง 

- การรักษาเชื้อราที่เล็บใช้ระยะเวลาในการทานยาเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

7) ผู้ที่มีเท้าผิดรูป มีแง่งกระดูก นิ้วเท้าผิดรูป ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

8) หมั่นตรวจดูความผิดปกติของเท้าเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

2. การใส่รองเท้า

ไม่ใส่รองเท้าที่คับ กัดส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้า ไม่ใส่รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าแข็ง รองเท้าที่นุ่ม เดินสบายมีความสำคัญมาก ไม่เฉพาะผู้ป่วยเบาหวานเท่านั้น เพราะการสวมรองเท้ามีผลต่อระบบกระดูกสันหลังด้วย

ผู้ป่วยเบาหวานควรใส่รองเท้าเสมอ หรือใส่รองเท้าผ้าเมื่ออยู่ในบ้าน

การใส่รองเท้าตัดเฉพาะตามลักษณะของผู้ป่วยเบาหวานแต่ละราย

โรงพยาบาลหลายแห่งมีบริการประยุกต์รองเท้าตามลักษณะเท้าผู้ป่วยเบาหวานแต่ละราย เพื่อลดแรงกดในส่วนที่มีแรงกดมากที่อาจก่อให้เกิดแผล (หรือในส่วนที่เกิดแผล)

3. ความสะอาดของที่อยู่อาศัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

รักษาความสะอาดของบ้าน พื้นบ้าน

จัดวางข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ

รักษาความสะอาดของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนและผ้าห่ม ควรซักอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และตากให้แห้งสนิท เพื่อลดเชื้อโรค

พื้นที่ภายในบ้านควรมีพื้นที่ในการเดินอย่างเพียงพอ

4. การปรับเปลี่ยนการปฏิบัติตัวบางประการ เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ เช่น

รักษาสุขภาพ ลดโอกาสการเกิดโรคที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด

การวางแจกัน แก้วน้ำ ถ้วยกาแฟที่ร้อน ควรวางให้อยู่ภายในโต๊ะมากขึ้น

เมื่อต้องใช้มีดเพื่อทำกับข้าว ควรใช้ด้วยความมีสติ ระมัดระวัง ไม่รีบร้อน ไม่เหม่อลอย

ขับรถระวังมากขึ้น เป็นต้น


-------------------------------------------------------------


แหล่งข้อมูล

หนังสือคู่มือความรู้ภาคประชาชนเรื่อง “แผลเบาหวาน” โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์จุมพล วิลาศรัศมี

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

“แผลเบาหวาน” เรื่องน่ารู้ของคนเป็นเบาหวาน (ตอน 1)

"แผลเบาหวาน" เรื่องน่ารู้ของคนเป็นเบาหวาน (ตอน 2)