king10
Thairath Logo
กีฬา

พม.ลงแก้ พี่น้องหนีแม่ ลูกครึ่งคดีดัง (คลิป)

Share :
line-share-logo

เดินเท้าหาพ่อ ซมซาน 20 กม.

อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนเผย รับตัว 2 เด็กชายหญิงพี่น้องลูก ครึ่งสวิตเซอร์แลนด์ที่หนีออกจากบ้านเพราะถูกแม่ทำร้ายร่างกายได้แล้ว ยันไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือทุบตี พร้อมออกตัววัฒนธรรมเลี้ยงดูลูกไทยกับต่างประเทศไม่เหมือนกัน ส่วนพ่อเด็กติดต่อได้แล้ว จะบินกลับเมืองไทยวันที่ 8 เม.ย.นี้ ขณะที่เด็กทั้งคู่สภาพจิตใจดีขึ้นหลังได้คุยกับพ่อ แต่ยังยันไม่กลับไปอยู่กับแม่ ขณะที่ พม.รอหาทางออกที่ดีที่สุดว่าสมควรอยู่กับใคร ทั้งนี้จะเอาเด็กทั้งคู่เป็นที่ตั้ง

2 เด็กชายหญิงลูกครึ่ง ที่เคยประสบอุบัติเหตุเป็นข่าวใหญ่เมื่อปี 61 หนีออกจากบ้านเดินเท้ากว่า 20 กม. ไปหาพ่อ อ้างทนไม่ไหวโดนแม่คนไทยทำร้าย โดยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ดร.สมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เปิดเผยทางโทรศัพท์กรณี 2 พี่น้องหญิงชายลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์ ที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ขณะที่พี่น้องอีก 2 คนเสียชีวิต เป็นข่าวใหญ่เมื่อ พ.ค.61 ทั้งคู่ได้หนีออกจากบ้าน เดินเท้า 20 กม.มาหาพ่อ ในซอยดังย่านรามคำแหง แต่ไม่พบเนื่องจากไปต่างประเทศ ผู้พบเห็นแจ้งมูลนิธินำส่งตำรวจ ก่อนส่งต่อให้ พม.รับตัวไปดูแล เพราะเด็กแจ้งความจำนงไม่ขออยู่บ้าน อ้างถูกแม่ทำร้าย ว่า หลังรับตัวเด็กมาดูแล ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือทุบตี ในส่วนนี้ต้องนำเรียนให้ทราบก่อนว่าเด็กทั้ง 2 คนเป็นลูกครึ่ง วัฒนธรรมการเลี้ยงดูของคนไทย และต่างชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อเด็กซึ่งเป็นลูกครึ่งถูกแม่คนไทยใช้งาน หรือถูกดุ ประกอบกับผู้เป็นพ่อไม่อยู่ เด็กอาจจะเกิดความอึดอัด การเลี้ยงดูลูกของชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะมีความผูกพันผู้เป็นพ่อมากกว่าแม่ ส่วนสภาพจิตใจเด็กถือว่าดีขึ้นกว่าตอนรับมา เพียงแต่ไม่อยากกลับไปอยู่กับผู้เป็นแม่

ดร.สมคิดกล่าวอีกว่า ขณะนี้ติดต่อพ่อเด็กที่ทำงานอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้แล้ว ระบุจะกลับมารับตัวเด็กในวันที่ 8 เม.ย. ทั้งนี้ ได้ให้เด็กพูดคุยกับพ่อเป็นที่เรียบร้อย ทำให้สภาพจิตใจเด็กดีมากขึ้นไปอีก ในส่วนของแม่เด็กยังไม่อนุญาตให้เข้าพบลูก แต่จะอนุญาตให้เข้าพบพร้อมกันทั้งพ่อและแม่ หลังจากที่ทุกฝ่ายพร้อม โดยจะมีทั้งสหวิชาชีพ พม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมกันพูดคุยหาทางออกที่ดีที่สุดว่าเด็กสมควรจะไปอยู่กับใคร ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเอาตัวเด็กทั้ง 2 คนเป็นที่ตั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กเข้ามาอยู่ที่บ้านพักของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เจ้าหน้าที่ได้ดูแลเป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวล ฝากไปยังพี่น้องประชาชนที่พบเห็นเด็กได้รับบาดเจ็บ หรือถูกทำร้าย ให้แจ้ง พม. โดยตรง เพื่อความรวดเร็วในการเข้าช่วยเหลือ หรือโทร.มาที่สายด่วน 1300

สำหรับเหตุการณ์ที่ 2 พี่น้องลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์หนีออกจากบ้านแม่ ชวนกันเดินเท้าไปหาพ่อ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 มี.ค. นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานกรรมการมูลนิธิรณสิทธิ์ หน่วยงานที่ช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ และความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ได้พา ด.ช.เอ็ม (นามสมมติ) อายุ 12 ปี และ ด.ญ.เอ็น (นามสมมติ) อายุ 11 ขวบ เข้าพบ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส. เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกายจนทนไม่ไหว หนีออกจากบ้านพักย่านรามคำแหง เพื่อออกตามหาพ่อ

นายรณสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อเย็นวันที่ 30 มี.ค.ได้รับการประสานงานจากพลเมืองดี พบเด็กชายหญิง 2 คนอายุ 11-12 ปี ลักษณะเหมือนหลงทาง ได้ลงพื้นที่จนพบเด็กทั้งคู่ เป็นลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ สอบถามเบื้องต้นเด็กระบุว่า หนีออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. มาตามหาพ่อชาวสวิตเซอร์แลนด์ หลังถูกแม่คนไทยทำร้ายร่างกายหลายครั้ง เพราะทำความสะอาดห้องไม่เรียบร้อยจากสภาพเด็กที่พบมีท่าทีอิดโรยเนื่องจากเดินเท้าเป็นเวลานาน อีกทั้งตัวเด็กหญิงมีอาการเจ็บบริเวณต้นขาข้างซ้ายที่เกิดจากการผ่าตัดครั้งเกิดอุบัติเหตุสลดที่เป็นข่าวใหญ่ ได้พาทั้ง 2 คนมาร้องขอความช่วยเหลือต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประสาน พม.เข้ามาดูแล ทั้งนี้ มูลนิธิมองว่าการกระทำของแม่ของเด็กทั้งคู่ เป็นการกระทำที่รุนแรง ไม่อยู่ในสถานะที่จะดูแลเด็กทั้ง 2 อีกต่อไป เนื่องจากเด็กให้ข้อมูลว่าเคยเห็นแม่ถืออะไรบางอย่างเป็นแผ่นสีเงิน เดินเข้าไปในห้องน้ำ ในส่วนนี้คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ต่อมาเวลา 20.40 น. วันเดียวกัน แม่ของเด็กทั้งสองคนวัย 37 ปี พร้อมยายของเด็ก อายุ 64 ปี เดินทางมาที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี เพื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูลและขอรับตัวลูกทั้งสองคนกลับ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปสอบถามข้อมูลอยู่ประมาณ 40 นาที ก่อนออกจากห้องสอบสวน โดยกล่าวสั้นๆว่า ไม่ทราบว่าลูกหนีออกมาจากบ้าน ส่วนการทำร้ายร่างกาย ยืนยันเป็นการดุด่าตามปกติ สำหรับเรื่องยาเสพติดนั้นไม่มี ก่อนที่ทั้งคู่ขึ้นรถกลับออกไปทันที

ขณะที่ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.กก.ดส. เผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นการประสานงานจากมูลนิธิรณสิทธิ์ ให้ความช่วยเหลือเด็ก 2 คน เดินเท้าหนีออกจากบ้านมาหาพ่อกว่า 20 กิโลเมตร แต่ไม่พบ ก่อนมีผู้พบเห็น ประสานมูลนิธิฯนำส่งตำรวจ เบื้องต้นได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าดูแล และใช้อำนาจตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กและสตรี รับตัวเด็กไปดูแล เนื่องจากเด็กระบุไม่อยากกลับไปอยู่กับแม่ ส่วนการดำเนินคดียังไม่พบข้อมูลว่าเด็กถูกแม่ทำร้ายจริงหรือไม่ ถึงเด็กจะให้การว่าถูกทำร้ายก็จริง ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะเป็นปัญหาในครอบครัว อาจทำให้มีผลกระทบกับเด็กต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ได้ประสานไปยังพ่อของเด็กทราบแล้ว ระบุว่าจะรีบเข้ามาให้ข้อมูลเร็วที่สุด

ก่อนหน้านี้เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวไปสังเกตอาคารที่พักของ 2 เด็กชายหญิงลูกครึ่ง ที่พักอยู่กับแม่ โดยพบว่ายังพักอยู่ในอาคารเดิมที่เคยเกิดเหตุสลดเมื่อปีที่แล้ว เพียงแต่แม่ของเด็กย้ายจากห้องพักชั้น 4 ลงมาอยู่ชั้นล่าง และไม่ยอมออกมาพบเมื่อทราบว่า มีนักข่าวมาขอข้อเท็จจริงจากเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะที่เพื่อนข้างห้องกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุแม่เด็กลูกครึ่งมีพฤติกรรมดุด่าลูกเสียงดังทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่เกรงใจชาวบ้าน กระทั่งเกิดเหตุสลดใจ แม่เด็ก ขอลงมาเช่าห้องอยู่ข้างล่างเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอีก แต่ก็ดุด่าลูกหยาบคายเสียงดังเหมือนเดิม สำหรับเด็ก 2 คนที่รอดชีวิต และหนีออกจากบ้าน ที่ผ่านมามักจะเล่นอยู่ภายในห้องไม่ออกมาเล่นข้างนอก ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายลูก และเรื่องยาเสพติดไม่เคยได้ยิน ทั้งนี้ ทุกวันหลังแม่เด็กออกไปทำงาน จะมียายของเด็กซึ่งเช่าห้องอยู่ใกล้กันช่วยดูแล

อ่านเพิ่มเติม...
เด็กลูกครึ่งรอดตกตึกหนีออกจากบ้านทำร้ายร่างกาย2พี่น้องรามคำแหงข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป