แม่น้ำตาร่วง เห็นสภาพลูกสาววัย 13 ปี ถูกเพื่อนบ้านแก่ตัณหากลับวัย 60 ปี ฉุดลูกไปข่มขืนในป่า เด็กหวาดผวากลัวถูกฆ่าตาย หลังข่มขู่แม่และเด็กว่าจะฆ่ายกครัว

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 นางไก่ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ได้พาบุตรสาวคือ เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เดินทางไปแจ้งความกับ พ.ต.ท.วิวัฒน์ อันทรบัวบุญ รองผกก.(สอบสวน) สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น หลังถูกเพื่อนบ้านอายุ 60 ปี ข่มขืนลูกสาว

นางไก่ กล่าวว่า ครอบครัวตนฐานะยากจน รับจ้างทั่วไป บางวันต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืด ที่บ้านจึงเหลือเพียงลูกสาว 2 คนที่ต้องไปเรียนหนังสือ กระทั่งช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา น้องเอ บ่นปวดมดลูก จึงซื้อยาแก้ปวดให้ลูกกิน และก็ไม่ออกไปรับจ้างอีก เพราะลูกมีอาการผิดปกติ ซึม และผวา ถามคำตอบคำ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านมีงานเลี้ยง ตนได้ไปช่วยทำกับข้าว ช่วงเที่ยงจึงขออาหารจากบ้านที่มีงานไปส่งให้กับลูกสาว พอถึงบ้านก็พบเพียงรองเท้า ตนจึงเดินหาทั่วบ้านก็ไม่พบ ตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ จึงออกไปตะโกนเรียกอยู่หลังบ้าน

...

"ปรากฏว่าพบนายดำเดินออกจากห้องน้ำร้าง ห่างจากหลังบ้านเล็กน้อย ไม่นานลูกสาวก็เดินตามออกมาในสภาพเสื้อผ้ายับ เปื้อนฝุ่นและใบไม้ ผมก็ยุ่งเหยิง จึงรีบเอามือล้วงเข้าไปที่ช่องคลอดลูกสาว พร้อมกับถามถึงสาเหตุที่เข้าไปในห้องน้ำร้างกับนายดำ ลูกสาวจึงยอมบอกว่า นายดำลากเข้าไปข่มขืนในห้องน้ำ"

นางไก่ กล่าวอีกว่า หลังทราบเรื่องทำอะไรไม่ถูก จึงพาลูกสาวไปที่บ้านพี่สาว และพากันถามลูกสาวจนทราบว่า นายดำ ได้ก่อเหตุข่มขืนลูกสาวมาตั้งแต่เรียนชั้น ป.6 มาจนถึงวันนี้ โดยนายดำจะเข้ามาฉุดลูกสาวในช่วงที่พ่อแม่และน้องไม่อยู่บ้าน เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน บังคับลูกสาวไปร่วมหลับนอนในป่าอ้อยและตามที่ต่างๆ หลายครั้ง รวมถึงในห้องน้ำร้างก็หลายครั้ง

"ทุกครั้งจะให้เงิน 20 บาท และ 100 บาท และข่มขู่ไม่ให้บอกใคร ถ้าบอกจะฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ลูกสาวจึงไม่กล้าบอกใคร เมื่อเรื่องแดง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็เรียกมาเคลียร์กัน แต่ฝ่ายนายดำบอกว่า ถ้าจ่ายเงินให้แล้ว จะเอาทั้งแม่ทั้งลูกทำเมีย ทำให้ตนเกิดความรู้สึกว่า ถูกดูหมิ่น ดูแคลน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจจับกุมนายดำ ดำเนินการตามกฎหมาย"

ขณะที่ เด็กหญิงเอ ให้ข้อมูลว่า "ไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวถูกฆ่าตาย ทุกครั้งที่นายดำต้องการหลับนอนด้วย จะมาฉุดลากออกจากในบ้าน ถ้าไม่ยอมไปก็ถูกขู่ฆ่า จึงต้องยินยอม และอยากให้ตำรวจจับนายดำเข้าคุก".