นักศึกษาพระจอมเกล้าธนบุรี คว้าแชมป์ ระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ ทดแทนแรงงานคน "Jinpao Automation Contest 2019" รับเงินรางวัล 3 แสนบาทพร้อมโล่
เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62 บริษัท จินป่าว พรีซิชั่น อินดัสทรี่ จำกัด ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดการประกวด "Jinpao Automation Contest 2019" ขึ้นเพื่อเฟ้นหากลุ่มเยาวชนนักควบคุมระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ internet of thing (IoT) ทดแทนแรงงานคน สอดคล้องกระบวนการผลิตขั้นสูงของไทยในยุค 4.0 โดยมีนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานการประกวด การประกวดครั้งนี้ มีทีมที่เข้าประกวดทั้งสิ้น 8 ทีม จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ทั้งระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา จนถึงระดับปริญญาโท โดยในการแข่งขันรอบตัดสินซึ่งจัดขึ้น ณ ค่ายริมขอบฟ้า เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ ทั้ง 8 ทีม ได้นำเสนอผลงานของตนเอง พร้อมทั้งสาธิตและตอบคำถามจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งทีมนักเรียนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้รับรางวัล 300,000 บาท พร้อมโล่รางวัล
นายธาดา สุนทรพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "ในยุค อุตสาหกรรม 4.0 เทคโนโลยี internet of thing (IoT)" ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก อุตสาหกรรมจำเป็นต้องพึ่งการวิเคราะห์การผลิตที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ในด้านต่างๆ ทำให้หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ได้พัฒนากระบวนการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งอาศัยการเชื่อมต่อที่ไร้พรมแดนอย่างอินเทอร์เน็ตและระบบเครือข่าย โดยแนวโน้มในขณะนี้ ผู้คนกำลังหันมาใช้คำศัพท์ อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ ไอโอที (Internet of Things : IoT) หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ สำหรับอุตสาหกรรม หรือ ไอไอโอที (Industrial Internet of Things : IIoT) มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการสร้างระบบอัจฉริยะ ที่รวมส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมถึงกระบวนการผลิตที่มีการผสานรวมระบบอัตโนมัติที่ทันสมัย ซึ่งการประกวดครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับเยาวชนไทย ที่ได้ก้าวล้ำมากกว่าเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้คิดค้นและควบคุมนวัตกรรม ซึ่งตอบโจทย์อุตสาหกรรมขั้นสูงทั้งในประเทศและทั่วโลก
...
นายสมศักดิ์ หน่อวงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทจินป่าว พรีซิซั่น อินดัสทรี่ จำกัด กล่าวถึงการจัดประกวดในครั้งนี้ว่า ถึงแม้ว่าการจัดแข่งขันในครั้งนี้แม้จะเป็นครั้งแรก แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่น่าพอใจ สำหรับการจัดแข่งขันในครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมในด้านออโตเมชั่น คือ การนำเครื่องจักกลเข้ามาทำงานแทนมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้นักศึกษาที่เข้าร่วมประกวดใช้ระบบ 4.0 เป็นหลัก โดยการตัดสิ้นในครั้งนี้มีกรรมการทั้งหมด 5 ท่าน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนี้ทั้งสิ้น รางวัลตอบแทนสำหรับผู้ชนะในครั้งนี้ คือ ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 จะได้เงินสด 300,000 บาทพร้อมโล่รางวัล รางวัลที่ 2 ได้ 200,000 บาท และรางวัลสุดท้าย 100,000 บาท และอาจจะมีการนำแนวคิดของสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลมาต่อยอดในอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต แต่จุดมุ่งหวังของ บริษัทจินป่าวฯ จริงๆแล้ว เราต้องการที่จะส่งเสริมในการพัฒนาทักษะด้านออโตเมชั่นให้กับนักศึกษาเป็นหลัก และเราตั้งใจว่าในการจัดแข่งขันครั้งต่อไป จะประสบความสำเร็จยิ่งๆ ไปกว่านี้ และเราได้เตรียมแผนประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีความหลากหลายในสถาบันต่างๆ ในการเข้าร่วมแข่งขันด้วย ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงกลางปีนี้ ต้องเรียนให้ทราบว่าในการจัดประกวดครั้งนี้จริงๆ แล้วเป็นแผนงานของปี 2561 แต่เกิดขัดข้องทางเทคนิคนิดหน่อย จึงมีการประกาศผลล่าช้าไปกว่าที่ควร และอยากเชิญชวนให้สถาบันการศึกษาต่างๆ มาร่วมการแข่งขันในครั้งต่อไปด้วย และสำหรับรายละเอียดการสมัครครั้งต่อไปเราจะประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
นายจง กั๋ว โซง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจินป่าว พรีซิซั่น อินดัสทรี่ จำกัด กล่าวว่า เดินทางจากประเทศไต้หวันเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 29 ปี จนถึงตอนนี้ รวมเวลาแล้วก็ประมาณ 30 ปี ทำให้รู้สึกขอบคุณประเทศไทย ที่ให้โอกาศได้สร้างเนื้อสร้างตัวมาจนถึงวันนี้ ได้มีโรงงานในเคลือหลายโรงงาน แต่โรงงานจินป่าวถือว่าทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอุษาคเนย์ แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนไทย และด้วยความที่รู้สึกขอบคุณประเทศไทย และอยากให้นักเรียนนักศึกษาที่จบมา หรือคนไทยโดยทั่วไปได้มีโอกาสมาร่วมงานกับจินป่าว เรามีซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด ซึ่งเราได้พัฒนาร่วมกับอินเดียและญี่ปุ่น จนเกิดซอฟต์แวร์จินป่าว 4.0 เราจึงอยากให้คนไทยได้มาร่วมพัฒนากับเรา และอยากให้คนไทยรู้จักจินป่าวมากขึ้น และสำหรับการประกวดออโตเมชั่นครั้งนี้ของเรา ถือเป็นครั้งแรกก็จริงแต่ผลตอบรับถือว่าเป็นที่น่าพอใจมาก แต่โครงการหน้าเราสัญญาว่าจะทำให้ดีกว่านี้ และยิ่งใหญ่กว่านี้แน่นอน
ทั้งนี้ ทีมที่ชนะเลิศการประกวดซึ่งได้รับทุนการศึกษา 300,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ เป็นทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ส่งผลงานประกวดในชื่อโครงการ Smart Factory: Tranfarmer โดยผู้แทนจากทีม เปิดเผยว่า "ผลงานที่ส่งเข้าประกวด เป็นระบบการจัดการเกษตรกรรมในรูปแบบของ Solutions ที่สามารถเข้าถึงโดยบุคคลทั่วไป เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาทิ สภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตรโดยการผนวก Automation, Cyber Networking และ IoT เข้าไปในระบบ โดยทางทีมรู้สึกดีใจมาก และขอบคุณจินป่าวที่ทำให้มีเวทีที่พวกตนได้มีโอกาสโชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่.