สาววัย 20 ปี ถูกสายเคเบิลห้อยขวางถนนเกี่ยวคอบาดเจ็บ ตำรวจรุดตรวจสอบพบเป็นของ 3BB ด้านบริษัทยอมรับผิดพร้อมรับผิดชอบดูแลชดใช้

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Atchara Tantiprutinan โพสต์ข้อความ “ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ น้องขี่รถมาอยู่ดีๆ เส้นบริเวณเลยวัดเกาะวังไทร ไปทาง 7 แยก อ.เมืองนครปฐม สายของ TOT (เมื่อคืนเข้าแจ้งความตำรวจแจ้งว่าเป็นสาย TOT) ห้อยลงมาเกี่ยวคอน้อง ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบคะ (ตำรวจให้มาเดินเรื่องเอง) เตือนผู้ใช้ถนนด้วยค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้อีกกับคนอื่น เกรงว่าจะเป็นอันตรายค่ะ (พี่สาวเจ้าของโพสต์)”

หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองนครปฐม เพื่อตรวจสอบถึงข้อเท็จจริง ร.ต.อ.อธิรัตน์ สุริยะฉาย รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี เผยว่า เมื่อตอนช่วงดึกของวันที่ 26 ม.ค. 2562 น.ส.อัจฉรา ตันติพุฒินันท์ อายุ 20 ปี ชาวนครปฐม มาแจ้งความพร้อมให้ดูบาดแผล ซึ่งขณะนั้นเป็นรอยช้ำเกือบรอบลำคอและมีแผลถลอก เพราะมีสายเคเบิลห้อยลงมาขวางถนนวัดเกาะวังไทร-ถนนขาด ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์มาแล้วมองไม่เห็น ถูกสายเคเบิลเกี่ยวได้รับบาดเจ็บ จึงมาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับทำใบส่งตัวให้ไปตรวจที่ รพ.ศูนย์นครปฐม

ต่อมาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีสายเคเบิลห้อยลงมาจริง จึงได้ทำการบันทึกเพื่อตรวจสอบว่าเป็นของบริษัทใด โดยในครั้งแรกนึกว่าเป็นสายเคเบิลของทีโอที แต่พอเช้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง จึงพบว่าสายเป็นของบริษัท 3BB (ทรีบรอดแบนด์) จึงแจ้งไปยังบริษัทให้ทราบเพื่อมาดูแลคนเจ็บและแก้ไขสายเคเบิล เพราะจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมกับเชิญ นายอิทธิพงษ์ นาเครือ ผู้จัดการของบริษัท 3BB น.ส.อัจฉรา ผู้บาดเจ็บ และแม่ คือ นางมนัสนันท์ พรบุญไพศาล ร่วมพูดคุยเจรจากันโดยมี ร.ต.อ.อธิรัตน์ เป็นผู้รับฟัง

...

ในการเจรจากันนั้น นายอิทธิพล ยอมรับผิด และยอมรับผิดชอบทั้งหมด พร้อมกับเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบส่งพนักงานออกตรวจสอบ พบว่าสายเคเบิลของบริษัทหล่นลงมาจริง จนทำให้ น.ส.อัจฉรา ได้รับบาดเจ็บ และยินยอมชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมดจนทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ และได้ลงบันทึกไว้ โดยเบื้องต้นยังไม่พบว่าเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของผู้ใดซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป หากพบว่าเป็นความผิดอาญาก็จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทางด้านแม่ของผู้บาดเจ็บ เผยว่า รู้สึกพึงพอใจระดับหนึ่งที่มีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบอาการบาดเจ็บของลูกสาวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าขณะนี้ค่ารักษาจะมากน้อยแค่ไหน และต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยตามเรื่องให้ ขณะนี้ลูกสาวยังมีอาการเจ็บที่ลำคอ และมีอาการอักเสบ ยังไม่สามารถพูดหรือทานข้าวได้ หลังจากพูดคุยจบ นายบุญญฤทธิ์ ได้สั่งให้ลูกน้องพาตัว น.ส.อัจฉรา ไปรักษาตัวต่อที่ รพ.กรุงเทพสนามจันทร์ และคอยดูแลอย่างใกล้ชิด.