อ.เจษฎา อธิบายสาเหตุ พระพุทธรูปเก่าแก่ หนักกว่า 300 กิโลกรัม ลอยน้ำได้ ที่วัดตาลเจ็ดช่อ จ.อ่างทอง ผยขึ้นอยู่กับ แรงลอยตัว เปรียบเทียบกับเรือที่ทำด้วยเหล็กทั้งลำ แต่ยังลอยน้ำได้...
วันที่ 26 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พระพุทธรูปทองเหลืองเก่าแก่ หนักว่า 300 กิโลกรัม ลอยน้ำได้ กลางบ่อน้ำมนต์ ที่วัดตาลเจ็ดช่อ ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง ทำให้มีชาวบ้านที่รู้ข่าวแห่กันมากราบไหว้จำนวนมาก พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดพระพุทธรูปที่มีน้ำหนักมากขนาดนี้สามารถลอยน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้น
ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความอธิบายว่า การที่วัตถุใดจะลอยน้ำหรือจมน้ำนั้น ขึ้นอยู่กับ "แรงลอยตัว buoyancy force"
แรงลอยตัวในน้ำ คือแรงพยุงของน้ำที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในน้ำนั้น ทำให้วัตถุลอยอยู่ในน้ำได้ การที่วัตถุบางชนิดลอยอยู่ในน้ำได้ เพราะแรงลอยตัวที่กระทำต่อวัตถุนั้นมีค่ามากเพียงพอที่จะต้านน้ำหนักของวัตถุซึ่งเกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลก
อาร์คิมีดิส Archimedes นักปราชญ์ชาวกรีก เป็นผู้ค้นพบแรงลอยตัว และได้ให้หลักการเกี่ยวกับการจมและการลอยของวัตถุในของเหลวว่า "แรงลอยตัวที่กระทำต่อวัตถุ มีค่าเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ ด้วยปริมาตรของวัตถุส่วนที่จมในของเหลวนั้น" จากหลักของอาร์คิมีดิส จะพบว่า แรงลอยตัวนั้น เท่ากับ ความหนาแน่นของของเหลว (ซึ่งก็คือ มวลต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร) คูณปริมาตรวัตถุส่วนที่จมในของเหลว คูณค่าความเร่งโน้มถ่วงของโลก (FB = pVg)
ด้วยเหตุนี้ "ความหนาแน่นของวัตถุ" จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วัตถุนั้นจมหรือลอยในน้ำ ถ้าวัตถุมีความหนาแน่นน้อยกว่าความหนาแน่นของน้ำ (1 พันกิโลกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร) วัตถุจะลอยน้ำ / ถ้าวัตถุมีความหนาแน่นเท่ากับน้ำ วัตถุจะลอยปริ่มน้ำ / ถ้าวัตถุมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ วัตถุจะจมน้ำ
...
ดังนั้น ถึงแม้ว่า พระพุทธรูปตามในข่าว (หรือตู้ใส่ศพ) จะมีน้ำหนักมาก แต่ถ้ามีรูปทรงที่ทำให้มี "ปริมาตร" มากด้วย ก็ทำให้ความหนาแน่นน้อยลง และก็จะสามารถลอยน้ำได้ เหมือนเรือที่ทำด้วยเหล็ก แต่ถูกต่อมาให้มีความกว้างยาวลึกมากขึ้น ความหนาแน่นรวมของทั้งลำเรือก็จะน้อยลง เรือจึงลอยน้ำได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อัศจรรย์ พระพุทธรูปทองเหลือง หนักกว่า 300 โล ลอยได้กลางบ่อน้ำมนต์
(ภาพและข้อมูลจาก แแฟนเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์)