ธนาคารกรุงไทย แจ้งความเอาผิดพนักงาน โกงเงินลูกค้า พบยักยอก 13 ราย เป็นเงิน 4 ล้านบาท ขณะที่เงินทั้งหมด ได้โอนคืนลูกค้าแล้ว...
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก กุนฑล ลิมป์ชยานันต์ ได้โพสต์ภาพสมุดบัญชีของแม่ พร้อมระบุว่า เงินในบัญชีของแม่ ซึ่งฝากไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง สาขา อ.ปาย หายออกไปจากบัญชีโดยไม่รู้ตัว 290,000 บาท ทั้งๆ ที่สมุดบัญชี และบัตรประชาชนอยู่กับแม่ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ฉะเชิงเทรา อีกทั้งแม่ไม่มีบัตรเอทีเอ็ม หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร ซึ่งต่อมาทางธนาคารได้คืนเงินเข้าบัญชี พร้อมดอกเบี้ยให้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว
- ธนาคารคืนให้แล้ว 2.9 แสนบาท หนุ่มโพสต์อยากได้คำชี้แจง ระบบขัดข้องยังไง
- ผู้จัดการธนาคารยัน เงิน 2.9 แสนบาท ยังอยู่ครบ ขอเวลาตรวจสอบ
- หนุ่มโพสต์ เงินแม่หายจากบัญชี 2.9 แสน ชาวเน็ตร่วมแฉ เคยโดนแบบเดียวกัน
ซึ่งต่อมา ชาว อ.ปาย ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารดังกล่าว ได้ทำการตรวจสอบเงินในบัญชีพบว่า เงินได้ถูกถอนออกจากบัญชี โดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้เบิกถอนอีกจำนวนหลายราย โดยตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค 62 เป็นต้นมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปาย เพื่อดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์แล้วจำนวน 4 ราย เป็นยอดเงินนับล้านบาท โดยทั้ง 4 ราย รวมถึงมารดาของ นายกุนฑล ลิมป์ชยานันต์ ด้วย
สำหรับผู้เสียหายที่แสดงตนขณะนี้ ประกอบด้วย มารดาของนายกุนฑล ลิปชยานันต์เงินถูกถอนออกจากบัญชีเมื่อวันที่ 29 พ.ย 61 จำนวน 290,000 บาท, นายพงษ์ศักดิ์ จ่าเหว่ ชาวบ้านเมืองน้อย อ.ปาย ถูกถอนออก 450,000 บาท เมื่อวันที่ 23 ก.ค 61, นางกนกพร บุญถนอม ชาว อ.ปาย ถูกถอนออก 352,000 บาท เมื่อวันที่ 14 ส.ค 61 และนางสม โอ๊ะเรือนแก้ว ชาว อ.ปาย ถูกถอนออก 352,000 บาท เมื่อวันที่ 25 พ.ค 61
...
ต่อมาทางธนาคารกรุงไทยได้มีหนังสือออกมาชี้แจงว่า "ทางธนาคารได้คืนเงินให้กับลูกค้าที่ถูกยักยอกเงินทุกรายแล้ว สาเหตุเกิดขึ้นเพราะพนักงานทุจริต ซึ่งจะได้ลงโทษตามระเบียบอย่างเด็ดขาด ทางธนาคารเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขออภัยลูกค้าอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ซึ่งต่อไปจะดูแลพนักงานอย่างใกล้ชิด และให้ยึดหลัก Market Conduct ในการให้บริการลูกค้าอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีมาตรการลงโทษผู้ไม่ปฏิบัติตามอย่างเด็ดขาด"
ส่วน นางสุกัญญา สุขสวัสดิ์ ผู้จัดการธนาคาร เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางธนาคารรับผิดชอบชดใช้เงินคืนแก่ลูกค้าที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด และขณะนี้ทางธนาคารได้ส่งผู้แทนไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปาย เพื่อดำเนินคดีกับพนักงานที่กระทำผิดเรียบร้อยแล้ว และจากการตรวจสอบพบว่ามีลูกค้าเสียหายจากการกระทำของพนักงานรายนี้อีกจำนวน 13 ราย เป็นวงเงินกว่า 4 ล้านบาท
ด้าน พ.ต.อ.สมาน จิตบุญ ผกก.สภ.ปาย กล่าวว่า ในคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งเข้ามาแจ้งความเพื่อเอาผิดกับทางธนาคาร และทางธนาคารเองก็ได้แจ้งความเอาผิดกับพนักงานที่กระทำผิดทุจริตยักยอกทรัพย์ ซึ่งตนได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินคดีต่อไป.