สำนักพุทธฯ จัดงาน “การแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ ครั้งที่ 10” เปิดโอกาสให้ครูบาอาจารย์ สามเณร แสดงความรู้ ความสามารถ พร้อมประชาสัมพันธ์โรงเรียน...
นายสิทธา มูลหงษ์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึง การจัดการแข่งขันทักษะวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม ระดับประเทศ ครั้งที่ 10 ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากสนับสนุนงบประมาณไม่ว่าจะส่วนของการจัดการศึกษา การบริหารจัดการ การดูแลอัฐบริขารความสะดวกต่างๆ ของสามเณรนักเรียนทั้งหมดแล้ว ยังจัดงบประมาณในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้หมุนเวียนจัดในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ในปีนี้ครบ 47 ปีของการก่อตั้งโรงเรียน ถือเป็นวาระพิเศษ จึงจัดที่ส่วนกลางยังหอประชุมใหญ่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 12-13 ม.ค.
“การจัดงานในครั้งนี้นอกจากเปิดโอกาสให้ครูบาอาจารย์ สามเณร ได้มีโอกาสแสดงความรู้ ความสามารถแล้ว ลูกๆ สามเณร ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ ยังมีโอกาสได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดโลกทัศน์ และเป็นการเตรียมน้องๆ สามเณรที่จะได้รับการประเมินในระดับประเทศอย่างโอเน็ต และที่สำคัญเป็นการประชาสัมพันธ์โรงเรียนพระปริยัติธรรมให้สาธารณชนได้ทราบว่า เป็นโรงเรียนทางเลือก โรงเรียนทางรอดให้กับสังคมไทย เพราะลูกๆ สามเณรเหล่านี้ เมื่อโตขึ้นไปก็จะได้ไปสร้างชาติ ก็ปรากฏให้เห็นคนสำคัญของชาติมากมาย ซึ่งการจัดงานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เรียนในโรงเรียนปริยัติธรรมสามัญศึกษาเท่านั้น แต่ยังเปิดให้เด็กๆ และผู้ปกครอง เข้ามาเยี่ยมชมงานได้ คาดว่าเข้ามาร่วมไม่ต่ำกว่า 5,000 คน รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและผู้สนับสนุนมากมาย”
...
ด้านพระครูสุวรรณสรานุกิจ ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 10 เปิดเผยว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญ มีการเรียนการสอนเหมือนกับโรงเรียนข้างนอกทุกประการ เป็นโรงเรียนที่นำเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียน ซึ่งการจัดการศึกษา ปัจจุบันมี 3 แผนก คือ แผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา การจัดการทั้งสามแผนกนั้น มุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นคนดีและคนเก่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาของชาติ โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ปัจจุบันใน 407 โรง มีนักเรียนทั้งหมด 40,000 กว่ารูป ศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของโรงเรียน 14 กลุ่มทั่วประเทศ
สำหรับคุณลักษณะพิเศษของผู้เรียนต้องเป็นพระภิกษุและสามเณรเท่านั้น จบแล้วสามารถศึกษาต่อได้ในระดับอุดมศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ หากผู้ปกครองต้องการนำลูกหลานเข้ามาศึกษา สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด และสำนักงานคณะสงฆ์ประจำจังหวัดได้ทั่วประเทศที่ใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น.