เปิดใจ กลุ่มนักเรียนฮีโร่ ชั้น ม.6 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม หลังช่วยเหลือชายชาวจีนที่คิดสั้นกระโดดสะพานตากสินฆ่าตัวตาย พบชายชาวจีนเคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อนหน้านี้...
จากกรณีโลกโซเชียลชื่นชมเด็กนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัดสุทธิวราราม พูดภาษาจีนเกลี้ยกล่อมชายชาวจีนที่คิดสั้นจะกระโดดสะพานตากสินฆ่าตัวตายได้สำเร็จนั้น (อ่านข่าว ชาวเน็ตชื่นชม เด็กโรงเรียนดัง พูดภาษาจีนกล่อมต่างชาติ จะกระโดดสะพานจนรอด)
ล่าสุด วันที่ 18 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือสะพานตากสิน พร้อมฮีโร่กว่า 10 คน โดยนายสิทธิชาติ มลิวัลย์ หรือน้องพัน และนายชยุตพงษ์ ดวงแก้ว หรือแชมป์ เล่าว่า เมื่อวานนี้ตนและเพื่อนกว่า 10 คนได้เปิดหมวกร้องเพลงบริเวณลานใกล้ทางลงรถไฟฟ้าบีทีเอสท่าเรือสะพานตากสิน
กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ขณะช่วยกันเก็บของได้มีชาวจีนเดินเข้ามาและนำเงิน 1,000 หยวนส่งให้ และเดินไปเดินมาอีกสองรอบก่อนจะนำเงินมาให้อีกรวมประมาณ 1,600 หยวน อีกทั้งเอานาฬิกามาส่งให้อีก
"ผมและเพื่อนได้วิ่งเอานาฬิกาไปคืน แต่ชายชาวจีนบอกว่าให้เก็บไว้ เอาไปแลกเป็นเงินเพราะเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว อยากจะฆ่าตัวตายตามพ่อและอากงที่ตายไปแล้ว ผมกับเพื่อนเห็นท่าไม่ดีจึงเดินตาม และให้ น้องพัน ที่พูดภาษาจีนได้ถามว่าเกิดปัญหาอะไร ทุกคนพยายามพูดเกลี้ยกล่อมไม่ให้คิดสั้น แต่ไม่สำเร็จ ชายชาวจีนมีท่าทีจะเดินหนี จึงช่วยกันล็อกตัวมานั่งใกล้บันไดทางลงรถไฟฟ้าบีทีเอสและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวให้ส่งล่ามมาพูดคุย และโทรแจ้งตำรวจในพื้นที่ให้มาช่วยเหลือ"
...
กลุ่มนักเรียนฮีโร่ เล่าต่อว่า ระหว่างรอเวลา ทุกคนช่วยกันเกลี้ยกล่อมกว่า 2 ชั่วโมง โดยน้องพันพูดจาด้วยภาษาจีน คำว่า ให้เชื่อใจพวกตน และเอามือของตนไปแตะที่หัวใจของชายชาวจีนหลายครั้ง จนเขามีท่าทีอ่อนลง และยอมทำตามที่พูด และพวกตนได้รับปากว่าจะพาไปส่งที่สถานทูต เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงจึงพาชายชาวจีนพร้อมพวกตนขึ้นรถไปที่ สน. ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ เพราะสัญญากันว่าจะพาไปส่งที่สถานทูต ทำให้ชายคนดังกล่าวทำสัญลักษณ์มือประมาณว่าไม่ยอมพูดคุยกับพวกตนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้พวกตนกลับบ้าน
จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรู้ว่า เมื่อช่วงเช้าชายคนดังกล่าวก็จะกระโดดตึกตาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเอาไว้ได้และพามาที่ สน. พูดคุยกันไม่รู้เรื่องคิดว่าเมาสุราจึงปล่อยตัวไป และเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับพวกของตนซึ่งทุกคนรู้สึกภูมิใจ.