สาวเรียนจบมหาวิทยาลัย เล่าอดีตเคยเป็นเด็กสลัม ครอบครัวแตกแยก เกือบโดนข่มขืน ชีวิตยากลำบาก ต่อสู้อดทนจนตอนนี้มีเงินเก็บ มีเงินส่งน้องๆ หวังเป็นแรงใจให้คนอย่าสิ้นหวัง...
สมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 4940498 ตั้งกระทู้เล่าประสบการณ์เลวร้าย โดยเล่าว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตนเองมีครอบครัวที่อบอุ่น ค่อนข้างมีฐานะ แต่อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ตนกับพี่ชาย ตอนนั้นอายุประมาณ 3-4 ขวบ ได้วิ่งเล่นกันในห้อง ดันวิ่งไปชนแม่ที่กำลังใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ม้วนปั่นหู ทำให้เลือดไหลต้องไปหาหมอ ต่อมาหมอได้บอกว่าแม่เป็นมะเร็งเพราะติดเชื้อในแก้วหู
หลังจากนั้นไม่นานพ่อกับแม่ก็เลิกกัน ต่างคนต่างไปมีครอบครัวใหม่ พี่ชายไปอยู่กับพ่อ ขณะที่แม่ได้พาตนมาฝากไว้กับยาย เพราะตอนนั้นแม่ไม่มีเงินติดตัวเลย ยายเองก็มีฐานะยากจน ส่วนแม่ได้ไปอยู่กับแฟนใหม่จนตั้งท้อง แต่หลังจากคลอดไม่นานน้องก็เสียชีวิต ส่วนแม่ก็ตรอมใจตามไป
แม้ว่าช่วงนั้นตนจะอาศัยอยู่กับตายายในบ้านไม้เก่าๆ กับครอบครัวของน้า ได้เงินไปโรงเรียนกันคนละ 10-15 บาท แต่ชีวิตก็มีความสุขดี จนวันหนึ่งความสุขในชีวิตก็หายไปอีกครั้ง ตอนนั้นตนอายุประมาณ 12-13 ปี ยายเป็นโรคหอบหืบต้องเข้าโรงพยาบาล คืนนั้นแฟนของน้าได้พยายามเข้ามาข่มขืนตนในมุ้ง แต่ตนรู้ตัวก่อนจึงร้องทำให้น้าตกใจวิ่งออกไป พอวันรุ่งขึ้นก็มาขู่ว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ต่อมาไม่นานยายก็เสียไปอีกคน ชีวิตในตอนนั้นลำบากมาก เหมือนขาดเสาหลัก แฟนของน้าได้พยายามข่มขืนอีกครั้งแต่โชคดีที่รอดมาได้ แต่ก็ทำให้ตนรู้สึกกลัวผู้ชาย
ต่อมาลุงได้พาตนไปอยู่กับพ่อ แต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อฟัง ช่วงแรกที่ไปอยู่กับครอบครัวพ่อ ต้องปรับตัวหลายอย่างเพราะครอบครัวนี้ค่อนข้างมีฐานะ ต้องย้ายจากโรงเรียนวัดไปอยู่โรงเรียนใหญ่แห่งหนึ่งย่านปทุมธานี ต้องโดนลูกพี่ลูกน้องดูถูกว่าเป็นเด็กสลัม ดูถูกสารพัดจนแอบไปร้องไห้หลายครั้ง ไม่มีความสุขเลย ไม่เลี้ยงก็ไม่ชอบ ไม่อยากได้ตนมาอยู่ร่วมห้อง จึงให้ตนไปอยู่กับพี่ชายพ่อ ซึ่งก็ไม่ได้ไปอยู่เฉยๆ ต้องช่วยงานแทบทุกอย่าง ตั้งแต่เสิร์ฟอาหาร ยันเลี้ยงดูลูกของเขา
...
จนป้ารับรู้จึงรับตนไปอยู่ด้วย ซึ่งป้านั้นค่อนข้างมีเงินทำธุรกิจเกี่ยวกับตลาดย่านบางพูน เป็นคนมีระเบียบมาก ซึ่งตนก็ได้เรียนรู้มารยาทต่างๆ มากจากป้า นอกจากนี้ป้ายังให้เงินมา 5 พันบาท เพื่อให้ตนกับพี่ชายไปลงทุนขายของ ตนกับพี่ชายจึงไปซื้อของที่สำเพ็งมาขาย ช่วงแรกก็อายเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่พอขายแล้วได้เงินความอายก็หายไป และเร่ิมมีเงินเก็บ จนตอนนี้ตนเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว และได้ส่งเงินให้น้องๆ ไม่เคยลืมความลำบาก กว่าจะมีวันนี้ได้ เราผ่านเหตุการณ์ที่ค่อนข้างหนักมากๆ
อยากฝากไว้ว่า "ก่อนที่คนคนหนึ่งจะมีความสุขได้นั้น ที่ผ่านมาเขาอาจจะเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตมาก่อนก็ได้ ดังนั้น อย่าไปริษยาหรืออิจฉาใครเลยค่ะ เราควรยินดีกับความสุขที่พวกเขาได้รับจะดีกว่า"
(ข้อมูลจาก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 4940498)