ทนายสงกานต์ โต้เกาะกระแส พี่คล้าว2018-ควายทองคำ โชว์คลิปต้นเหตุทำสงสัยว่าจะฉ้อโกง "บุญเลิศ" เตรียมแสดงวิธีทำให้เจ้าทองคำยิ้ม แค่ดึงสนตะพาย-ฉี่ป้ายจมูก ...

วันที่ 30 พ.ย. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หนึ่งในผู้เสียหายที่ร่วมบริจาคเงินในการเรี่ยไร ไถ่ชีวิตเจ้าทองคำควายยิ้มกับ สุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ พี่คล้าว 2018 นำคลิปวิดีโอ 1 ใน 9 คลิป ที่นายสงกานต์ และทีมงานลงไปสัมภาษณ์ นายสุรัตน์ และเพื่อน ในพื้นที่ อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท

ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าว นายสงกานต์ อ้างว่านายสุรัตน์มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะตั้งใจฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากในคลิปเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจ้าของที่แท้จริงของเจ้าทองคำ นายสุรัตน์ มีอาการพิรุธบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมตอบว่าใครเป็นเจ้าของ กล่าวแต่เพียงว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดี และเมื่อถามว่า เป็นของ นายก อบต.สุขเดือนห้า ใช่หรือไม่ก็แสดงท่าทีมีพิรุธอีก

นอกจากนี้ ในคลิปวิดีโออื่นๆ ยังแสดงให้เห็นว่า นายสุรัตน์ รู้อยู่แล้วว่า นายบุญเลิศ ไม่ได้จะขายเจ้าทองคำ ทั้งยังมีการพูดด้วยตนเองว่า ไม่ได้มีการขายเจ้าทองคำ ทำให้นายสงกานต์ ตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งที่รู้ว่า นายก อบต. ไม่ได้ขายเจ้าทองคำให้กับโรงเชือดหรือบุคคลอื่น แต่เหตุใดจึงยังเรี่ยไรเงิน เพื่อซื้อเจ้าทองคำมาเป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของตนเองยังพบว่า นายสุรัตน์ ไม่ได้คิดทำเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง แต่มีผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังอีกประมาณ 3 คน โดยมีการใช้โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องในการวางแผน เปิดเพจ และคิดถ้อยคำในการโพสต์เรี่ยไรไถ่ชีวิต โดยบุคคลทั้งหมดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง

ซึ่งในวันเสาร์นี้ ตำรวจจะออกหมายเรียกบุคคลทั้งสามคนนี้ มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และจากข้อมูลทราบว่า ขณะนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้มีการลบโพสต์ และบล็อกเฟซบุ๊ก ที่เป็นปัญหาออกจากระบบ แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถกู้ข้อมูลดังกล่าวได้เพื่อใช้ประกอบในสำนวนคดีได้

...

ส่วนเรื่องที่เจ้าทองคำยิ้มได้นั้น ก็เกิดจากการดึงสนตะพายไปข้างหลัง และมีการใช้ปัสสาวะของควายไปแตะที่จมูก ก็จะสามารถทำให้เจ้าทองคำยิ้มขึ้นมาได้เหมือนกับการใช้ยาสีม่วงป้ายปากเด็ก ซึ่งในวันจันทร์นี้ นายบุญเลิศ จะแสดงวิธีการดังกล่าวให้ดู ว่าเจ้าทองคำไม่สามารถยิ้มได้ด้วยตัวเอง

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ที่ตนเองออกมาเคลื่อนไหว เพื่อจะเกาะกระแสของนายสุรัตน์ และเจ้าทองคำ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ออกมาเพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก ส่วนการบริจาคเงินถึงแม้จะเพียง 100 บาท ก็เป็นการบริจาคด้วยความเห็นใจ ไม่ได้เป็นการบริจาคเพื่อใช้ในการดำเนินคดี นอกจากนี้ที่หลายฝ่ายอยากให้ นายสุรัตน์ เข้ามาขอโทษและไกล่เกลี่ยให้ถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ชี้แจงว่า ตนเองไม่ได้มีความขัดแย้งกับนายสุรัตน์ แต่รับไม่ได้กับพฤติการณ์ของการเรี่ยไรดังกล่าว ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนในคดี.