สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเดินหน้าโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากเส้นใยกล้วย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน...
น.ส.สุกัญญา ธีรกุลเลิศ ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2560 วช. ได้สนับสนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยโครงการ "Research for Community วิจัยเพื่อชุมชนสังคม" โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากเส้นใยกล้วยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และกลยุทธ์การจัดการผลิตภัณฑ์ในจังหวัดภาคเหนือ จ.น่าน โดยทีมวิจัยได้นำความรู้เรื่องการแปรรูปเส้นใยกล้วยเพื่อใช้ทอผ้ามาถ่ายทอดกระบวนการผลิตผ้าทอจากเส้นใยกล้วยย้อมสีธรรมชาติด้วยกี่กระทบและการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่า รวมถึงการกระตุ้นให้ชุมชนเห็นคุณค่าของการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่เคยวิจัยส่งเสริมชาวบ้านในพื้นที่ จ.จันทบุรี เป็นผลสำเร็จ แล้วนำมาส่งเสริมต่อในพื้นที่ภาคเหนือ
ทั้งนี้ คณะนักวิจัยได้ทำการศึกษาวิจัยกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากเส้นใยกล้วยและได้ปรับปรุงวัสดุอุปกรณ์ให้มีความเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ใน จ.ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน และกำแพงเพชร เช่น การใช้เส้นฝ้ายเป็นเส้นยืน และใช้เส้นใยกล้วยเป็นเส้นพุ่ง โดยเส้นใยจากต้นกล้วยน้ำว้าจะมีความเหนียวมากที่สุด นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังนำเทคนิคการย้อมสีโดยใช้วัสดุย้อมสีจากธรรมชาติในท้องถิ่น ได้แก่ ใบตะเคียนหนู (ใบเหว) คำแสด (คำเงาะ) เปลือกประดู่ กระเจี๊ยบแดง ต้นขนุน และใบมะม่วง และสร้างลวดลายในการทอจากการสอดเส้นใยกล้วย การสร้างลวดลายที่แตกต่างจากการทอผ้า เพื่อสร้างลวดลายใหม่ๆ ได้ตามความต้องการ พร้อมทั้งพัฒนาการยกระดับผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น กระเป๋าถือสุภาพสตรีหลากหลายขนาด ส่งผลให้ชุมชนกลุ่มแพวทอผ้าฝ้าย อ.ปัว กลุ่มทอผ้าบ้านหล่าย อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นในช่วงหลังฤดูการทำนาข้าว
...
รศ.อเนก ชิตเกษร หัวหน้าโครงการวิจัยฯ มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวว่า ได้โจทย์ทำอย่างไรให้ต้นกล้วยซึ่งเป็นของเหลือภาคเกษตรที่ไม่มีมูลค่าก่อให้เกิดมูลค่า ปี 2549 ทีมวิจัยจึงเร่ิมศึกษาเส้นใยกล้วย ซึ่งขณะนั้นในบ้านเรายังเป็นเรื่องแปลกใหม่ กระทั่งพบว่า กล้วยทุกสายพันธุ์นำเส้นใยมาใช้ประโยชน์ได้หมด แต่กล้วยน้ำว้า เส้นใยจะเหนียวสุด ทีมวิจัยจะออกแบบร่วมกับชุมชนตามความถนัด กระทั่งปี 2550 จึงนำผลงานวิจัยดังกล่าวไปส่งเสริมชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเดิมประกอบอาชีพเสริมด้วยการทอเสื่อปอ ทีมวิจัยจึงประยุกต์ด้วยการใช้เส้นใยกล้วยมาทอแทนปอ แล้วขึ้นรูปเป็นเบาะรองนั่ง แต่ละเดือนสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนนับหมื่นบาทจากการทอเสื่อ และขายผลิตผลจากกล้วยน้ำว้า.